ตอนที่ 7 — เงาในกระจกสะท้อนอดีต
แพรวาก้มหน้าลงมองภาพในอัลบั้มอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏคือหญิงสาวหน้าตาอ่อนเยาว์ กำลังอุ้มเด็กทารกที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขน ใบหน้านั้นดูมีความสุข แต่แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้า แพรวารู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้านั้นอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร "ยายคะ รูปนี้ใครคะ" เธอถามพลางชี้ไปที่รูปถ่าย
ยายสมรละสายตาจากกองผ้าเงยขึ้นมอง "อ้อ รูปนั้นน่ะเหรอ" ยายตอบเสียงแผ่วเบา "นั่นรูปแม่ของหนูเองจ้ะ ตอนอุ้มหนูตอนเด็กๆ"
แพรวาตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัว "แม่เหรอคะ" ภาพในอัลบั้มที่ยายเคยให้ดูก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่เป็นภาพยายตอนสาวๆ และภาพครอบครัวของยาย ไม่มีภาพของแม่เธอเลย แม้แต่ครั้งเดียว "แล้วทำไม... ทำไมหนูไม่เคยเห็นรูปแม่มาก่อนเลยล่ะคะ"
ยายสมรชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังนึกถึงเรื่องราวในอดีตอันไกลโพ้น "ก็... มันนานแล้วน่ะสิ" ยายตอบเลี่ยงๆ "แม่ของหนูเขา... เขาจากไปเร็ว"
"จากไปเร็ว?" แพรวาย้ำคำถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ "หมายความว่ายังไงคะ ยายไม่เคยเล่าเรื่องแม่ให้หนูฟังเลย" ความรู้สึกสับสนและอึดอัดถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
ยายสมรทอดถอนใจยาว "มันเป็นเรื่องที่... มันเจ็บปวดน่ะสิลูก ยายไม่อยากให้หนูต้องมารู้สึกเสียใจ" ยายค่อยๆ เดินเข้ามาหาแพรวา วางมือที่เหี่ยวย่นลงบนบ่าของหลานสาว "แม่ของหนูเป็นคนดีมากนะ เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและรักหนูที่สุดในโลก"
"แล้ว... เกิดอะไรขึ้นกับแม่คะ" แพรวาถามอย่างกระวนกระวาย เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างถูกปิดบังมาตลอดชีวิต ราวกับชิ้นส่วนสำคัญของชีวิตเธอหายไป
ยายสมรนั่งลงข้างๆ แพรวา หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง "แม่ของหนู... เขาป่วยหนักน่ะลูก" ยายเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ป่วยแบบไม่มีใครคาดคิด ตอนนั้นหนูก็ยังเด็กมาก จำความไม่ได้"
"ป่วยหนัก?" แพรวาพยายามนึกถึงความทรงจำวัยเด็กเกี่ยวกับแม่ แต่กลับมีเพียงภาพรางเลือนที่พร่ามัว "แล้ว... แล้วทำไมยายถึงไม่เคยบอกหนูเลย"
"ยายกลัวน่ะสิ" ยายสมรยอมรับ "กลัวว่าหนูจะเสียใจ กลัวว่าหนูจะรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ยายก็เลย... เลือกที่จะเงียบ" ยายมองหน้าแพรวาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "แม่ของหนูเขารักหนูมากนะลูก เขาอยากให้หนูมีความสุข ยายก็เลยพยายามทำทุกอย่างให้หนูมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้"
แพรวาปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอย่างเงียบๆ เธอไม่เคยรู้เลยว่าแม่ของเธอต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง ภาพของแม่ที่เธอเคยมีเป็นเพียงภาพเงาเลือนราง แต่ตอนนี้ เธอได้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนขึ้น ได้ยินเรื่องราวที่น่าเศร้า น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ใช่เพียงความเสียใจ แต่เป็นความรู้สึกขอบคุณที่ยายพยายามปกป้องเธอมาตลอด
"แล้ว... แล้วทำไมยายถึงเก็บรูปแม่ไว้คนเดียวคะ" แพรวาถามต่อ
"ยายก็เก็บไว้ดูคนเดียวจริงๆ นั่นแหละ" ยายสมรยิ้มเศร้าๆ "ทุกครั้งที่ยายเห็นรูปนี้ ยายก็จะนึกถึงแม่ของหนู แล้วก็คิดว่า... ถ้าแม่ของหนูยังอยู่ แม่คงจะภูมิใจในตัวหนูมากแน่ๆ"
แพรวาเงยหน้ามองยาย "ยายคะ หนูขอโทษที่หนูเคย... เคยทำให้ยายเสียใจ" เธอสารภาพความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน "หนูเข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมยายถึงทำแบบนั้น"
ยายสมรลูบศีรษะของแพรวาเบาๆ "ไม่เป็นไรหรอกนะหลานรัก ยายเข้าใจ" ยายดึงแพรวาเข้ามากอด "ตอนนี้เรากลับมาอยู่ด้วยกันแล้วนะ เราจะค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยกัน"
แพรวากอดตอบยายแน่น เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากอ้อมกอดของยาย ความอบอุ่นที่เธอโหยหามาตลอด หายใจเอาอากาศรอบตัวเข้าไปลึกๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิที่ลอยมาจากสวนหลังบ้าน ช่วยปลอบประโลมหัวใจที่กำลังว้าวุ่น
"ยายคะ แล้วรูปนี้..." แพรวาชี้ไปที่รูปถ่ายอีกใบหนึ่งในอัลบั้ม "รูปนี้ใครคะ ยายดูมีความสุขมากเลย"
ยายสมรหัวเราะเบาๆ "อ้อ รูปนั้นน่ะเหรอ" ยายหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู "นั่นยายเองจ้ะ ตอนอายุประมาณหนูเลย" ในรูปเป็นหญิงสาวหน้าตาสดใส ยิ้มแย้ม ดวงตาเป็นประกาย ราวกับกำลังมีความสุขที่สุดในโลก
"จริงเหรอคะ!" แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจ "ยายดูเด็กมากเลยค่ะ แล้ว... แล้วชุดที่ใส่ล่ะคะ สีสันสดใสมากเลย"
"ชุดนี้ยายได้มาจากตลาดนัดน่ะ" ยายสมรเล่า "ตอนนั้นยายกำลังจะมีงานเลี้ยงฉลองวันเกิดพอดี เห็นชุดนี้แล้วชอบมากเลย ซื้อมาใส่เลย"
แพรวาพลิกดูรูปถ่ายใบอื่นๆ ในอัลบั้มต่อ มีทั้งรูปยายตอนเด็กๆ ตอนไปโรงเรียน ตอนทำกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนๆ และรูปครอบครัวของยายที่ดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ทุกภาพล้วนมีร่องรอยของความสุขและความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน
"หนูไม่เคยรู้เลยค่ะว่ายายก็เคยมีชีวิตที่สนุกสนานขนาดนี้" แพรวากล่าวด้วยความรู้สึกทึ่ง "หนูคิดมาตลอดว่ายายต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากมาตลอด"
"ชีวิตคนเรามันก็มีทั้งสุขทั้งทุกข์นั่นแหละนะหลานรัก" ยายสมรกล่าว "แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แล้วก็มองหาความสุขในสิ่งที่เรามี"
แพรวานั่งฟังยายเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างตั้งใจ เธอได้เห็นอีกมุมหนึ่งของยายสมร ที่ไม่ใช่เพียงยายที่แก่ชราและอ่อนแรง แต่เป็นหญิงสาวที่เคยมีชีวิตชีวา มีความฝัน และมีความทรงจำอันงดงาม
"ยายคะ" แพรวาเอ่ยขึ้นหลังเงียบไปสักพัก "หนูอยากจะรู้เรื่องราวของแม่ของหนูให้มากกว่านี้ได้ไหมคะ"
ยายสมรพยักหน้า "ได้สิลูก ยายจะเล่าให้ฟังทั้งหมดเลย" แววตาของยายเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เรื่องราวของแม่ของหนู... มันยาวนานและซับซ้อนกว่าที่หนูคิดนะ"
แพรวาตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ เธอรู้สึกว่าการกลับมาบ้านยายครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การกลับมาพักผ่อน แต่เป็นการกลับมาเพื่อค้นหาความจริงบางอย่างเกี่ยวกับครอบครัวของเธอเอง ความจริงที่จะทำให้เธอเข้าใจทุกอย่างได้ดีขึ้น
"แม่ของหนู... เป็นผู้หญิงที่สวยมากนะ" ยายสมรเริ่มเล่า "เธอมีผมยาวสลวย ผิวขาวผ่อง แล้วก็มีรอยยิ้มที่สดใสเหมือนพระอาทิตย์"
แพรวาหลับตาลง นึกภาพตามที่ยายเล่า เธอพยายามจินตนาการถึงใบหน้าของแม่ที่เธอไม่เคยรู้จัก
"เธอเป็นคนขยันขันแข็งนะ" ยายสมรเล่าต่อ "เธอช่วยยายทำไร่ทำสวนตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็เป็นคนกตัญญูรู้คุณมาก"
"แล้ว... แม่เจอพ่อของหนูได้ยังไงคะ" แพรวาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"อ้อ พ่อของหนูนะเหรอ" ยายสมรหัวเราะเบาๆ "เขาเป็นลูกชายของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กันน่ะสิ"
4,865 ตัวอักษร