ตอนที่ 22 — ความจริงเปิดเผยในกองเอกสาร
อรุณรัศมีรับกระเป๋าเอกสารจากวายุด้วยสองมือที่สั่นเทา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความกังวลปะปนกันไป เธอรู้ดีว่าเอกสารเหล่านี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขความลับทั้งหมดที่ปกปิดมานาน หรืออาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดที่ยากจะรับไหว “ขอบคุณมากค่ะคุณวายุ” เธอกล่าวเสียงแผ่ว “คุณเหนื่อยแย่เลยนะคะ”
วายุยิ้มบางๆ “ผมทำเต็มที่แล้วครับคุณอรุณรัศมี ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ที่คุณแล้ว” เขามองเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะส่งกำลังใจให้ “ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้อีก บอกได้เสมอครับ”
“ค่ะ” อรุณรัศมีพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องทำงานของเธอ ปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นระรัวขณะที่เธอวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะ กลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยคละคลุ้งมาแตะจมูก ราวกับเป็นสัญญาณเตือนถึงความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผย
เธอค่อยๆ เปิดกระเป๋าเอกสารออก กองเอกสารจำนวนมากเรียงซ้อนกันอยู่ มันคือบันทึกการเงิน สัญญาระหว่างบริษัทต่างๆ จดหมายโต้ตอบ และเอกสารอื่นๆ อีกมากมายที่ดูเหมือนจะไม่มีความเชื่อมโยงกันในตอนแรก อรุณรัศมีสูดหายใจลึกก่อนจะเริ่มไล่สายตาอ่านทีละแผ่น เธอหยิบเอกสารแรกขึ้นมา เป็นบันทึกการโอนเงินที่ระบุชื่อบริษัทของตระกูลคู่แค้นของเธอ และจำนวนเงินที่ดูจะสูงผิดปกติ
“นี่มันอะไรกัน…” เธอพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นขณะที่ไล่อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม การโอนเงินครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ธุรกิจของครอบครัวเธอเริ่มประสบปัญหาอย่างหนัก
เธอหยิบเอกสารชิ้นต่อไปขึ้นมา เป็นสัญญาซื้อขายที่ดินที่ระบุชื่อท่านทวดของเธอในฐานะผู้ซื้อ และบริษัทของตระกูลคู่แค้นในฐานะผู้ขาย ที่ดินแปลงนี้ตั้งอยู่ในทำเลสำคัญ ซึ่งหากครอบครัวเธอได้ครอบครองไว้ ก็อาจจะสามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ของธุรกิจได้ แต่มันกลับถูกขายให้กับตระกูลที่เธอเกลียดชัง
“เป็นไปไม่ได้…” อรุณรัศมีส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ หวังว่านี่จะเป็นเพียงความบังเอิญ หรือความเข้าใจผิดของเธอเอง เธอก้มหน้าก้มตาค้นหาต่อไป ความหวังริบหรี่ในใจของเธอค่อยๆ มอดไหม้ลงเมื่อเจอเอกสารอีกชิ้นหนึ่ง เป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของท่านทวด ซึ่งถูกเก็บซ่อนไว้ในซองจดหมายสีซีด
“อรุณรัศมี ลูกรัก” เธออ่านข้อความในจดหมาย น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “ถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าความจริงบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย พ่อรู้ว่าลูกกำลังสงสัยในตัวลุงและท่านทวดของลูก พ่อเองก็เช่นกัน พ่อได้พยายามสืบหาความจริงมาตลอดหลายปี แต่ทุกครั้งที่ใกล้ความจริง พ่อก็จะถูกขัดขวาง หรือไม่ก็ถูกทำให้เข้าใจผิด”
“เรื่องธุรกิจของครอบครัวเราที่ตกต่ำลง… มันไม่ใช่ความผิดของใครเลยนอกจากคนใกล้ตัวของเราเอง”
อรุณรัศมีวางจดหมายลง มือของเธอเย็นเฉียบ เธอหันกลับไปหยิบเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวกับบริษัทของตระกูลคู่แค้นอีกครั้ง เธอเริ่มเห็นรูปแบบบางอย่างที่ชัดเจนขึ้น การโอนเงิน การซื้อขายที่ดินครั้งแล้วครั้งเล่า มันไม่ใช่การแข่งขันทางธุรกิจตามปกติ แต่เป็นการร่วมมือกันบางอย่างที่แอบแฝง
เธอหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา เป็นรายงานการประชุมลับ ที่มีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีทั้งท่านทวดของเธอ และบุคคลสำคัญจากบริษัทของตระกูลคู่แค้น เอกสารนี้ถูกระบุว่าเป็นความลับสุดยอด และห้ามเผยแพร่โดยเด็ดขาด
“ท่านทวด…” เธอเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา ในที่สุดความหวังสุดท้ายที่จะปกป้องท่านทวดของเธอก็พังทลายลง ภาพลักษณ์ของท่านทวดผู้สูงศักดิ์และมีเมตตา ที่เธอเคยเชื่อมั่นมาตลอด บัดนี้ได้แหลกสลายไปต่อหน้าต่อตา
เธอค้นพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ท่านทวดของเธอได้ร่วมมือกับตระกูลคู่แค้น เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยการแอบขายข้อมูลสำคัญของบริษัท ให้กับคู่แข่ง และยังมีการโอนทรัพย์สินบางส่วนออกนอกระบบบัญชีอย่างผิดกฎหมาย เพื่อปกปิดร่องรอย
“ทำไม… ทำไมท่านทวดต้องทำแบบนี้” เธอถามตัวเอง น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ความผิดหวังเสียใจถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว นี่ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งระหว่างสองตระกูลอีกต่อไป แต่มันคือการทรยศหักหลังที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด
เธอหยิบเอกสารสุดท้ายขึ้นมา เป็นสำเนาบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ ที่ถูกบันทึกไว้อย่างลับๆ เสียงของท่านทวดดังชัดเจนในเทปบันทึกนั้น กำลังพูดคุยกับบุคคลปริศนา ซึ่งเธอเดาได้ไม่ยากว่าเป็นใคร
“ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ใช่ไหม? สัญญานั้น… ตกลงตามที่เราคุยกันไว้แล้วใช่ไหม?” เสียงของท่านทวดฟังดูเย็นชาและเด็ดขาด “เด็กสาวคนนั้น… เธอจะไม่มีวันรู้ความจริง”
อรุณรัศมีแทบจะกลั้นหายใจ เธอตระหนักได้ทันทีว่า “เด็กสาวคนนั้น” ที่ท่านทวดกล่าวถึง ก็คือตัวเธอเอง
ความจริงทั้งหมดที่เธอค้นพบนั้นหนักอึ้งเกินกว่าที่เธอจะแบกรับได้ เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา เธอได้รู้ความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับตระกูลของเธอเอง ความจริงที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
เธอใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง จมอยู่กับกองเอกสารเหล่านั้น พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดให้สมบูรณ์ เธอนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งแสงแดดยามบ่ายเริ่มอ่อนแสงลง
“คุณอรุณรัศมีครับ” เสียงเคาะประตูห้องทำงานของเธอ ทำให้เธอสะดุ้ง เธอรีบปาดน้ำตาและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “เชิญครับ”
วายุเปิดประตูเข้ามา เขามองเห็นสภาพของอรุณรัศมีที่ดูอิดโรยและมีร่องรอยของน้ำตา “เป็นยังไงบ้างครับ?” เขาถามด้วยความเป็นห่วง
อรุณรัศมีเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้า “ฉัน… ฉันพบความจริงแล้วค่ะคุณวายุ” เธอกล่าวเสียงสั่น “มัน… มันแย่กว่าที่คิดไว้เยอะเลย”
วายุเดินเข้ามาใกล้ “ผมเสียใจด้วยนะครับ” เขาเอ่ยอย่างเห็นอกเห็นใจ “ถ้าคุณอยากจะเล่า ผมพร้อมรับฟังเสมอ”
อรุณรัศมีพยักหน้าช้าๆ เธอรวบรวมกำลังใจที่เหลืออยู่ทั้งหมด “ฉันพบหลักฐานทั้งหมดค่ะ คุณวายุ ท่านทวด… ท่านทวดของฉัน ทรยศครอบครัวเรามาตลอด”
4,546 ตัวอักษร