ตอนที่ 14 — พายุโหมซัดกลางใจ
คืนนั้นฝนเริ่มตกอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ฝนที่โปรยปรายแผ่วเบา ท้องฟ้ามืดครึ้มราวกับจะร้องไห้ สายลมพัดแรงจนต้นไม้ในป่าสั่นไหว ใบไม้ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องเป็นระยะ พิมพ์มาดานั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองดูเม็ดฝนที่กระทบกระจกจนพร่ามัว
"ดูท่าพายุจะมาแรงเอาเรื่องเลยนะครับ" คีรินพูดพลางเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาถือถ้วยชาสมุนไพรมาให้พิมพ์มาดา "ดื่มแก้วนี้ก่อนนะครับ จะได้อุ่นๆ"
"ขอบคุณค่ะ" พิมพ์มาดาเอื้อมมือไปรับถ้วยชามาถือไว้ ไออุ่นจากแก้วชาแผ่ซ่านมาปลอบประโลมความเย็นที่เกาะกุมอยู่ภายใน "เมื่อคืนยังอากาศดีอยู่เลยนะคะ ไม่คิดว่าวันนี้พายุจะมาเร็วขนาดนี้"
"ธรรมชาติก็เป็นแบบนี้แหละครับ" คีรินนั่งลงข้างๆ พิมพ์มาดา "คาดเดาได้ยาก บางทีก็สงบ บางทีก็เกรี้ยวกราด"
"เหมือนกับความรู้สึกคนเราเลยนะคะ" พิมพ์มาดาพูดโดยไม่ได้ตั้งใจ "บางทีก็สงบ บางทีก็ปั่นป่วน"
คีรินหันมามองพิมพ์มาดาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "คุณกำลังพูดถึงอะไรอยู่ครับ"
พิมพ์มาดาชะงักเล็กน้อย เธอรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป "เปล่าค่ะ แค่คิดไปเรื่อยเปื่อย" เธอพยายามเปลี่ยนเรื่อง "คุณคีรินคะ นอกจากการดูแลกระท่อมและสวนแล้ว ปกติคุณทำอะไรคะ"
คีรินนิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังประมวลผลคำถาม "ผม... ผมชอบอ่านหนังสือครับ แล้วก็ชอบทำงานไม้" เขาตอบ "แต่ช่วงหลังๆ มานี้ ผมไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่"
"เพราะเรื่องราวในอดีตใช่ไหมคะ" พิมพ์มาดาถามเบาๆ
คีรินถอนหายใจ "ใช่ครับ" เขาเงยหน้ามองพิมพ์มาดา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่มองเห็นได้ชัดเจน "ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้นกับผม"
"ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นค่ะ" พิมพ์มาดาพูดเสียงเครือ "การสูญเสียคนที่เรารักไปอย่างกะทันหัน มันทำให้รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา"
"คุณเคยมีประสบการณ์แบบนั้นเหรอครับ" คีรินถาม
พิมพ์มาดาพยักหน้า "คุณพ่อของฉันเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนค่ะ" เธอเล่า "ท่านเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เราพยายามรักษาท่านเต็มที่แล้ว แต่สุดท้ายท่านก็จากไป" น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ "ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนตัวเองหายใจไม่ออก โลกทั้งใบมันว่างเปล่าไปหมดเลย"
คีรินขยับเข้ามาใกล้ขึ้น เอื้อมมือมาแตะที่แขนของพิมพ์มาดาเบาๆ "ผมขอโทษนะครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ" พิมพ์มาดาพยายามกลั้นน้ำตา "มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว" เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ "แต่หลังจากนั้น ฉันก็พยายามเข้มแข็งขึ้นค่ะ ฉันรู้ว่าคุณพ่อคงไม่อยากเห็นฉันเสียใจนาน"
"คุณเข้มแข็งมากจริงๆ ครับ" คีรินกล่าว "ผมเอง... ผมยังไม่แน่ใจว่าผมจะเข้มแข็งได้เท่าคุณไหม"
"คุณจะเข้มแข็งได้ค่ะ" พิมพ์มาดาพูดอย่างมั่นใจ "แค่คุณยอมรับความรู้สึกของตัวเอง และค่อยๆ ก้าวผ่านมันไปทีละก้าว"
สายตาของทั้งสองคนประสานกัน ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องครืนๆ ความรู้สึกผูกพันและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
"คุณพิมพ์มาดาครับ" คีรินเอ่ยขึ้น "ผมมีเรื่องอยากจะบอกคุณ"
พิมพ์มาดามองเขาอย่างตั้งใจ "คะ"
"เรื่องที่ผมเคยบอกคุณว่าผมมีครอบครัว... มันไม่เป็นความจริงทั้งหมดครับ" คีรินพูดด้วยน้ำเสียงลำบากใจ "ผมเคยแต่งงานครับ และเรามีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน"
พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนถูกกระชากลงมาจากฟ้า "อะไรนะคะ!" เธออุทานเสียงหลง
คีรินหลับตาลง เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า "อุบัติเหตุครั้งนั้น... ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุครับ" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง "มันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของผมเอง"
"ประมาทยังไงคะ" พิมพ์มาดาถามเสียงสั่น
"คืนนั้นผมทะเลาะกับภรรยาครับ" คีรินเล่าต่อ "เราทะเลาะกันรุนแรงมาก ผมโมโหมาก ขับรถออกไปโดยไม่สนใจอะไรเลย" ดวงตาของเขาแดงก่ำ "แล้วผมก็... ผมก็ชนเข้ากับรถอีกคันหนึ่ง"
พิมพ์มาดาอ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอะไร "แล้ว... แล้วลูกของคุณล่ะคะ"
"ลูกชายของผม... เขาอยู่บนรถคันนั้นด้วยครับ" คีรินพูดเสียงขาดห้วง "เขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ"
น้ำตาของพิมพ์มาดาร่วงเผาะ เธอไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวของคีรินจะน่าเศร้าขนาดนี้ "คุณคีริน..."
"ภรรยาของผม... เธอรอดชีวิตครับ แต่เธอโทษผมทุกอย่าง" คีรินเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก "เธอไม่ยอมให้อภัยผม และเธอก็ทิ้งผมไป"
"แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกความจริงฉันตั้งแต่แรกคะ" พิมพ์มาดาถามทั้งน้ำตา
"ผม... ผมอายครับ" คีรินตอบ "ผมรู้สึกผิดจนแทบจะกลั้นหายใจ ผมไม่อยากให้ใครรู้เรื่องความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผม"
"แต่คุณมาบอกฉันตอนนี้..." พิมพ์มาดาเริ่มพูด
"เพราะผมเชื่อใจคุณครับ" คีรินมองตรงมาที่พิมพ์มาดา "ผมรู้สึกว่าคุณเป็นคนเดียวที่ผมสามารถเปิดใจได้" เขายื่นมือมาสัมผัสใบหน้าของเธอเบาๆ "ผมไม่อยากโกหกคุณอีกต่อไปแล้ว"
พิมพ์มาดาปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอรู้สึกสับสน ปะปนไปด้วยความสงสาร ความเข้าใจ และความผิดหวังเล็กๆ ที่เขาเคยหลอกลวงเธอ แต่เธอก็เข้าใจถึงความเจ็บปวดที่เขาแบกรับมาตลอด
"ฉัน... ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยค่ะ" พิมพ์มาดาพูดเสียงแผ่ว "มันเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมากจริงๆ"
"ผมรู้ครับ" คีรินดึงมือกลับ "ผมเข้าใจถ้าคุณจะโกรธผม"
"ฉันไม่ได้โกรธค่ะ" พิมพ์มาดาตอบ "แต่ฉันเสียใจที่คุณต้องแบกรับเรื่องราวพวกนี้ไว้คนเดียว" เธอเงยหน้ามองเขา "แล้วตอนนี้... ครอบครัวของคุณอยู่ไหนคะ"
"ภรรยาผม... เธอไปอยู่ที่อื่นแล้วครับ เราขาดการติดต่อไปเลย" คีรินตอบ "ส่วนผม ก็เลือกที่จะมาอยู่ที่นี่ มาหลบซ่อนตัวจากโลกภายนอก"
"คุณไม่ได้หลบซ่อนตัวค่ะ" พิมพ์มาดาพูด "คุณกำลังพยายามเยียวยาตัวเอง"
คีรินยิ้มอย่างขมขื่น "บางทีผมอาจจะกำลังทำสิ่งที่ตรงกันข้ามก็ได้นะครับ"
เสียงฟ้าคะนองดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง ราวกับจะตอกย้ำความปั่นป่วนในใจของทั้งคู่ พายุที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก เปรียบเสมือนพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ในหัวใจของพิมพ์มาดา เธอไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังจะเดินไปในทิศทางไหน หลังจากที่ความจริงอันเจ็บปวดได้ถูกเปิดเผยออกมา
4,584 ตัวอักษร