ตอนที่ 17 — ภาพวาดที่ซ่อนความจริง
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ คีรินก็ตรงไปที่ห้องทำงานของเขา เขาเปิดประตูเข้าไป แสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดหน้าต่างเข้ามายังห้องที่เคยเต็มไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุม บรรยากาศภายในห้องยังคงความเงียบสงัดราวกับเวลาได้หยุดนิ่ง เขาเดินตรงไปที่มุมห้องที่เต็มไปด้วยกล่องเก่าๆ และห่อผ้าที่ปิดคลุมไว้ด้วยความประณีต
“อยู่ที่ไหนนะ… ภาพวาดของแพร” เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาไล่มองไปตามกล่องต่างๆ
พิมพ์มาดายืนมองอยู่ห่างๆ เธอเห็นคีรินรื้อค้นข้าวของในห้องอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังค้นหาสมบัติล้ำค่า เขาเปิดกล่องใบหนึ่งออก มันเต็มไปด้วยหนังสือเก่าๆ และจดหมายที่ถูกพับเก็บไว้อย่างเรียบร้อย
“นี่ไงครับ!” คีรินร้องขึ้นเมื่อเขาเจอห่อผ้าที่ถูกปิดคลุมไว้อย่างแน่นหนา เขาค่อยๆ ดึงมันออกมา วางลงบนโต๊ะทำงานอย่างเบามือ
พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอเดินเข้าไปใกล้ขึ้น เพื่อจะได้มองเห็นภาพวาดนั้น คีรินค่อยๆ แกะห่อผ้าออก เผยให้เห็นภาพวาดสีน้ำมันที่สวยงาม ภาพนั้นเป็นรูปของหญิงสาวคนหนึ่ง ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกาย ผมยาวสลวยสีดำขลับ ปลายผมหยักศกเล็กน้อย เธอกำลังยืนอยู่ริมทะเลสาบ มองออกไปเบื้องหน้า
“นี่คือแพร… ภรรยาของคุณใช่ไหมคะ” พิมพ์มาดาถามอย่างแผ่วเบา
คีรินพยักหน้า “ใช่ครับ… นี่คือภาพวาดที่ผมจ้างจิตรกรเขียนให้เธอเมื่อสองปีก่อนที่เราจะ… มีปัญหากัน”
พิมพ์มาดาพิจารณาภาพวาดนั้นอย่างละเอียด เธอมองเห็นความสุขและความสดใสในดวงตาของแพร แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ… มีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดนั้น
“คุณคีรินคะ… ตรงนี้…” พิมพ์มาดาชี้ไปที่มุมหนึ่งของภาพวาด “ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ค่ะ”
คีรินโน้มตัวเข้าไปดูตามที่พิมพ์มาดาชี้ เขาใช้ปลายนิ้วลูบไปตามรอยสีที่ดูเหมือนจะถูกระบายทับซือ “ผมไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนเลยครับ”
“มันเหมือนจะเป็น… ลายมือเล็กๆ ค่ะ” พิมพ์มาดาบอก “แต่สีมันจางมาก จนแทบจะมองไม่เห็น”
คีรินหยิบแว่นขยายที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานมาส่องดู เขามองอย่างตั้งใจ สีหน้าของเขาค่อยๆ เปลี่ยนไป จากความสงสัยกลายเป็นความตกตะลึง
“นี่มัน…” คีรินอุทาน “นี่มันลายมือของแพรนี่นา!”
“คุณแน่ใจเหรอคะ” พิมพ์มาดาถาม
“แน่ใจครับ! ผมจำลายมือของเธอได้ดี” คีรินพูดเสียงสั่นเครือ “แต่… ทำไมเธอถึงเขียนอะไรไว้ตรงนี้… แล้ว… มันมีความหมายว่าอะไร”
เขาพยายามเพ่งมองข้อความที่เขียนด้วยลายมือเล็กๆ นั้น พิมพ์มาดาเองก็พยายามมองตาม แต่ก็ยังไม่ชัดเจนนัก
“ขอฉันดูใกล้ๆ หน่อยนะคะ” พิมพ์มาดาขอ เขาเลื่อนภาพวาดเข้ามาใกล้เธอ พิมพ์มาดาใช้ปลายนิ้วของเธอค่อยๆ ลูบไล้ไปตามรอยสีที่จางจนแทบมองไม่เห็น
“มันเหมือนจะเป็น… ตัวอักษรภาษาอังกฤษค่ะ” เธอค่อยๆ สะกดออกมา “… `A.R.` … แล้วก็… `Please be careful` … แล้วก็… `He is not who you think`”
พิมพ์มาดาเงยหน้ามองคีรินด้วยความประหลาดใจ “คุณคีรินคะ… นี่มัน… ข้อความที่คุณแพรทิ้งไว้ให้คุณหรือเปล่าคะ”
คีรินยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ เขามองภาพวาดด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เขาจำได้ว่าตอนที่เขาทะเลาะกับแพร เขาโมโหมาก เขาไม่ฟังเหตุผลอะไรทั้งสิ้น เขาเห็นเธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ไม่สนใจ
“`He is not who you think`…” คีรินทวนคำพูดนั้นซ้ำๆ “หมายความว่ายังไง… ใครกันแน่ที่เธอพูดถึง”
“แล้ว… A.R. ล่ะคะ” พิมพ์มาดาถาม “มันย่อมาจากอะไร”
คีรินครุ่นคิดอย่างหนัก เขาจำได้ว่าตอนนั้น มีผู้ชายคนหนึ่งที่เข้ามาตีสนิทกับแพร เขาเป็นเพื่อนร่วมงานของเธอที่เขาไม่เคยไว้ใจ เขาเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่ก็มีแววตาที่ดูเจ้าเล่ห์
“A.R. … อาร์ม… อาร์ม ชลธี” คีรินเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา “เขาเป็นเพื่อนร่วมงานของแพร… ผมเคยรู้สึกไม่ชอบเขาตั้งแต่แรกเจอ”
“แล้ว… คุณแพร… เธอเคยพูดถึงคุณอาร์มคนนี้ให้คุณฟังบ้างไหมคะ” พิมพ์มาดาถาม
คีรินส่ายหน้า “ไม่เคยเลยครับ เธอไม่เคยพูดถึงเขาเลย”
“คุณคิดว่า… เธอพยายามจะเตือนคุณเกี่ยวกับคุณอาร์มหรือเปล่าคะ” พิมพ์มาดาเสนอ “อาจจะ… เหตุผลที่เธอไปกับเขา… ไม่ใช่เพราะเธอรักเขา… แต่อาจจะ… เพราะเขากำลังหลอกลวงเธออยู่”
คีรินหลับตาลง ภาพใบหน้าของแพรที่ยิ้มแย้มในภาพวาดปรากฏขึ้นในหัวของเขา เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน ความรู้สึกผิดที่เคยมีเมื่อคืนพลันทวีความรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่า
“ถ้า… ถ้าเป็นอย่างที่คุณพิมพ์ว่าจริงๆ” คีรินพูดเสียงสั่นเครือ “ผม… ผมทำร้ายแพร… และผมก็ปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตราย… โดยที่ผมไม่รู้เรื่องเลย”
“คุณยังไม่สายเกินไปนะคะ” พิมพ์มาดาบอก “คุณยังสามารถหาความจริงได้”
คีรินค่อยๆ พยักหน้า เขาเงยหน้ามองพิมพ์มาดา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ผมต้องรู้ความจริงให้ได้ครับ พิมพ์มาดา ผมต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแพร”
3,645 ตัวอักษร