กลิ่นฝนพรำในใจเธอ

ตอนที่ 22 / 42

ตอนที่ 22 — สายใยที่ผูกพันแน่นแฟ้นขึ้น

สายฝนที่เคยตกหนักหน่วงจนราวกับจะชะล้างทุกสิ่งให้หายไป บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นเพียงละอองบางเบาที่โปรยปรายลงมาเป็นระยะ ท้องฟ้าเริ่มเผยให้เห็นสีครามเจือจาง แสงแดดยามเช้าค่อยๆ สาดส่องลงมาปลอบประโลมผืนป่าที่เปียกชุ่ม ลำธารเล็กๆ ที่เคยไหลเชี่ยว บัดนี้ก็กลับมาส่งเสียงกระซิบแผ่วเบาอีกครั้ง อากาศบริสุทธิ์ที่เจือด้วยกลิ่นไอดินและใบไม้สด ช่างเป็นความรู้สึกที่พิมพ์มาดาโหยหามาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่คีรินได้เปิดใจเล่าเรื่องราวในอดีตของบิดาให้เธอฟังอย่างหมดเปลือก ความรู้สึกที่เคยอึดอัดในใจของเขาก็ดูเหมือนจะเบาบางลงไปอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความสับสนและความเศร้า บัดนี้มีแววตาที่สงบขึ้น ไม่ได้หมายความว่าความเจ็บปวดจะหายไปโดยสิ้นเชิง เพียงแต่เขาได้ค้นพบมุมมองใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับบิดาที่ซับซ้อนกว่าที่เคยคิด "ขอบคุณนะพิมพ์" คีรินเอ่ยเสียงเบาขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่บนระเบียงไม้หน้ากระท่อม จิบกาแฟร้อนๆ ที่เพิ่งชงเสร็จ กลิ่นหอมของกาแฟผสมผสานกับกลิ่นอายของป่า เป็นส่วนผสมที่ลงตัวจนทำให้รู้สึกผ่อนคลาย "ขอบคุณที่รับฟังเรื่องราวของผมนะ" พิมพ์มาดายิ้มบางๆ "ฉันยินดีเสมอค่ะคีริน แค่คุณรู้สึกดีขึ้น ฉันก็ดีใจแล้ว" เธอหันไปมองใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจางๆ ของเขา "การได้เข้าใจอดีต มันเหมือนกับการที่เราได้ทำความรู้จักกับคนๆ หนึ่งอย่างแท้จริง แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ตรงนี้แล้วก็ตาม" "ใช่ครับ" คีรินพยักหน้าเห็นด้วย "ผมไม่เคยรู้เลยว่าพ่อของผมมีความคิดอะไรซับซ้อนขนาดนี้ ผมมักจะมองว่าพ่อเป็นคนเย็นชา และไม่ค่อยแสดงความรู้สึก แต่พอได้อ่านจดหมายพวกนั้น ผมถึงได้รู้ว่าภายใต้ท่าทีที่ดูแข็งกร้าว พ่อก็มีความรักและความหวังดีให้ผมเสมอ" "บางที คนเราก็สื่อสารความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้ไม่เก่งเท่าที่ใจคิดค่ะ" พิมพ์มาดาพูดพลางมองไปยังผืนป่าสีเขียวขจีที่ทอดไกลสุดลูกหูลูกตา "เหมือนกับ... เหมือนกับบางเรื่องที่บางคนก็เลือกที่จะเก็บไว้ในใจ" คำพูดของเธอทำให้คีรินหันมามองเธอทันที เขาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาอ่านไม่ออก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและความห่วงใยที่เธอมีให้เขา "พิมพ์กำลังคิดถึงเรื่องอะไรอยู่หรือเปล่า" เขาถามอย่างนุ่มนวล พิมพ์มาดาหลบสายตาของเขาเล็กน้อย "เปล่าค่ะ แค่คิดว่าธรรมชาติรอบตัวเรานี่สอนอะไรเราได้หลายอย่างนะคะ" เธอพยายามเปลี่ยนเรื่อง "อย่างสายฝนที่ตกมา ก็ไม่ได้มีแค่ความเปียกชื้น แต่ยังช่วยชะล้างสิ่งสกปรกให้ความสดชื่นกับผืนดิน และทำให้ทุกอย่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง" "เหมือนกับที่ผมได้เจอคุณใช่ไหม" คีรินพูดแทรกขึ้นมา ดวงตาของเขาสบประสานกับเธออย่างไม่ลังเล "ก่อนที่ผมจะมาที่นี่ ชีวิตผมก็เหมือนกับป่าที่แห้งแล้ง ไร้ซึ่งแรงบันดาลใจ แต่พอได้เจอคุณ เหมือนกับสายฝนที่โปรยปรายเข้ามา ทำให้ทุกอย่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง" คำพูดตรงไปตรงมาของคีรินทำให้พิมพ์มาดาหน้าแดงระเรื่อ เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะพูดอะไรที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ "คีรินคะ..." เสียงของเธอแผ่วเบาลง "ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับพิมพ์" คีรินขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย "ตั้งแต่เจอคุณ ผมรู้สึกว่าโลกของผมมันเปลี่ยนไป ผมมองเห็นอะไรที่สวยงามมากขึ้น ได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนอีกครั้ง และที่สำคัญที่สุด ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป" เขาเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของเธออย่างแผ่วเบา ผิวเนียนนุ่มของเธอทำให้เขารู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งหัวใจ "ผม... ผมชอบเวลาที่อยู่กับคุณนะพิมพ์ ผมรู้สึกสบายใจ ปลอดภัย และมีความสุข" พิมพ์มาดาหลับตาลงชั่วครู่ เธอรับรู้ได้ถึงความจริงใจในน้ำเสียงของเขา และสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมือที่วางอยู่บนแก้มของเธอ มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นจนเกินกว่าจะปฏิเสธ "ฉันก็เหมือนกันค่ะคีริน" เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเขา "ฉันก็รู้สึกดีเวลาที่ได้อยู่กับคุณ" “ผมคิดว่าผมเริ่มจะรักคุณแล้วนะพิมพ์” คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคีริน ทำให้บรรยากาศรอบตัวทั้งคู่กลับยิ่งอบอุ่นราวกับมีเปลวไฟเล็กๆ คอยโอบล้อมอยู่ เขาไม่เคยคิดว่าจะสามารถพูดคำนี้ออกมาได้ง่ายๆ แต่เมื่อได้มองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของเธอ เขากลับรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว พิมพ์มาดาอึ้งไปเล็กน้อย หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คำว่า 'รัก' ที่ได้ยินจากปากของเขา มันไม่ใช่เรื่องที่เธอจะสามารถมองข้ามไปได้ เธอเองก็มีความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจของเธอเช่นกัน ความรู้สึกที่มากกว่าความเป็นเพื่อน หรือความเป็นเจ้าของกระท่อมกับนักเขียนเช่า "คีริน..." เธอเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ "คุณแน่ใจเหรอคะ" "แน่ใจครับ" คีรินตอบอย่างมั่นคง "ผมไม่เคยแน่ใจอะไรในชีวิตเท่าตอนนี้มาก่อนเลย" เขาค่อยๆ เลื่อนมือลงมาจับมือของเธอที่วางอยู่บนตัก สัมผัสของเขาอบอุ่นและหนักแน่น "ผมรู้ว่าเรื่องราวของเรามันอาจจะดูซับซ้อน และมีอะไรหลายอย่างที่ยังไม่เข้าที่ แต่ผมอยากจะลองดูนะพิมพ์ ผมอยากจะลองสร้างอนาคตกับคุณ" พิมพ์มาดามองเข้าไปในดวงตาที่จริงจังของเขา เธอกล่าวอะไรไม่ออกนอกจากพยักหน้าช้าๆ น้ำตาคลอหน่วยเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นเพราะความรู้สึกตื้นตันใจที่เอ่อล้นขึ้นมา "เรามาลองดูกันนะครับ" คีรินกระชับมือเธอให้แน่นขึ้น "เราจะค่อยๆ เรียนรู้กันไป ค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์ของเราขึ้นมาทีละก้าว" "ค่ะ" พิมพ์มาดากล่าวตอบ "เราจะลองดูกัน" สายลมที่พัดผ่านมายังกระท่อม ช่างพัดพาเอาความรู้สึกดีๆ และความหวังใหม่ๆ เข้ามาในหัวใจของทั้งคู่ เมฆหมอกแห่งความไม่แน่นอนในอดีตค่อยๆ จางหายไป เปิดทางให้แสงแห่งอนาคตที่สดใสได้ส่องเข้ามาแทนที่ บทสนทนาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนความรู้สึก แต่เป็นการยืนยันถึงสายใยที่ผูกพันแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนักเขียนสาวผู้หลีกหนีความวุ่นวาย กับเจ้าของกระท่อมผู้ซ่อนความลับ ซึ่งบัดนี้ความลับเหล่านั้นกำลังถูกเปิดเผย และความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังก้าวไปสู่บทใหม่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม

4,738 ตัวอักษร