กลิ่นฝนพรำในใจเธอ

ตอนที่ 23 / 42

ตอนที่ 23 — เงาในภาพวาดที่ปรากฏ

หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างคีรินกับพิมพ์มาดาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่ได้สบตากัน รอยยิ้มของทั้งคู่ก็ดูจะมีความหมายมากขึ้นกว่าเดิม การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็ดูจะเปิดเผยและจริงใจกว่าที่เคยเป็นมา แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้นิยามความสัมพันธ์ของตัวเองอย่างชัดเจน แต่ก็สัมผัสได้ถึงประกายบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจของทั้งคู่ พิมพ์มาดาพบว่าตัวเองเฝ้ารอคอยช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับคีริน เธอชอบที่จะเห็นเขามีความสุข เวลาที่เขาเล่าเรื่องราวที่เขาเคยหลงใหล หรือเวลาที่เขาลงมือทำอะไรสักอย่างด้วยความตั้งใจ สายตาของเขามักจะเปล่งประกายไปด้วยความหลงใหลเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ในขณะเดียวกัน คีรินเองก็รู้สึกว่าชีวิตของเขากลับมามีสีสันอีกครั้ง เขาไม่เพียงแต่ได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนเท่านั้น แต่เขายังรู้สึกว่าตัวเองมีกำลังใจที่จะเผชิญหน้ากับอดีตที่เคยหลอกหลอนเขามาตลอด ความรู้สึกของพิมพ์มาดาที่มีให้เขา มันเหมือนเป็นพลังที่คอยขับเคลื่อนให้เขากล้าที่จะยอมรับและก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดเหล่านั้นไป เช้าวันหนึ่ง ขณะที่พิมพ์มาดากำลังนั่งร่างแบบที่ระเบียงบ้านเพื่อหาแรงบันดาลใจสำหรับนิยายเรื่องใหม่ คีรินก็เดินออกมาจากกระท่อมพร้อมกับกล่องไม้ใบเก่าที่เขาเคยเก็บสมุดบันทึกและจดหมายของพ่อไว้ "พิมพ์" เขาเรียกชื่อเธอ เสียงของเขาฟังดูจริงจังกว่าปกติ "ผมอยากให้คุณดูอะไรบางอย่าง" พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอสังเกตเห็นความกังวลเล็กน้อยในแววตาของเขา "มีอะไรรึเปล่าคะ" "ผม... ผมเจอรูปภาพเก่าๆ ในกล่องนั้นด้วย" คีรินพูดพลางค่อยๆ วางกล่องไม้ลงบนพื้น "มันเป็นรูปที่พ่อผมวาดเอาไว้" พิมพ์มาดามองไปยังรูปภาพที่คีรินหยิบออกมาจากกล่อง มันเป็นภาพวาดสีน้ำมันบนผืนผ้าใบขนาดเล็ก ภาพทิวทัศน์ของป่าเขาที่คุ้นตา มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน และมีกระท่อมหลังหนึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้ ภาพวาดดูมีชีวิตชีวา สีสันสดใส แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกเหงาเล็กๆ "สวยจังเลยค่ะ" พิมพ์มาดาเอ่ยชมด้วยความประทับใจ "ฝีมือดีมากเลยนะคะ" "ผมก็คิดเหมือนกัน" คีรินพยักหน้า "แต่ที่ผมแปลกใจคือ... ในรูปนี้มันมีอะไรบางอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน" เขานิ้วชี้ไปที่มุมหนึ่งของภาพวาด ซึ่งถูกวาดทับด้วยสีเข้มจนแทบจะมองไม่เห็น พิมพ์มาดาพยายามเพ่งมองตามที่คีรินชี้ เธอก็เห็นรอยสีที่ดูผิดแปลกไปจากส่วนอื่นของภาพจริงดังที่เขาว่า "เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ด้วย" "ผมพยายามจะขูดสีออกนะ" คีรินอธิบาย "แต่สีมันติดแน่นมาก เหมือนตั้งใจจะทับอะไรบางอย่างไว้จริงๆ" ทั้งสองคนนั่งมองภาพวาดนั้นอยู่นาน สีหน้าของคีรินเต็มไปด้วยความสงสัยและครุ่นคิด พิมพ์มาดาเองก็รู้สึกถึงปริศนาที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดเช่นกัน "คุณคิดว่าพ่อของคุณกำลังจะสื่ออะไรคะ" พิมพ์มาดาถาม "ผมไม่แน่ใจ" คีรินส่ายหน้า "แต่ผมรู้สึกว่ามันต้องมีความหมายอะไรบางอย่างแน่ๆ" เขาลุกขึ้นยืนและเดินไปรอบๆ กระท่อมอย่างกระวนกระวาย "ผมรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างที่ผมมองข้ามไป มีความลับอีกอย่างที่พ่อผมซ่อนไว้" พิมพ์มาดาเห็นท่าทีของเขา จึงเดินเข้าไปประคองแขนเบาๆ "ใจเย็นๆ นะคะคีริน เราค่อยๆ หาคำตอบไปด้วยกันก็ได้" "ผมขอโทษนะพิมพ์" คีรินถอนหายใจ "ผมรู้ว่าคุณก็กำลังพักผ่อนอยู่ แต่ผมรู้สึกว่าผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร" "ไม่เป็นไรเลยค่ะ" พิมพ์มาดาตอบ "ฉันเข้าใจ" เธอมองไปยังภาพวาดอีกครั้ง "บางที... อาจจะมีวิธีที่เราจะมองเห็นสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ก็ได้นะคะ" "คุณหมายถึงอะไร" คีรินถาม "ก็... อย่างที่บอกค่ะ บางทีสีที่เขาใช้ทับไว้อาจจะมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน หรืออาจจะมีวิธีการมองเห็นที่แตกต่างออกไป" พิมพ์มาดากล่าว "คุณพอจะจำได้ไหมคะว่าพ่อของคุณเคยพูดถึงเรื่องศิลปะ หรือเทคนิคการวาดภาพอะไรเป็นพิเศษบ้างไหม" คีรินใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "พ่อผมเคยพูดถึงการใช้แสงเงาในการสร้างมิติให้ภาพน่ะครับ แล้วก็... เคยพูดถึงเรื่องการซ้อนทับสีเพื่อสร้างความลึกให้ภาพด้วย" "นั่นแหละค่ะ!" พิมพ์มาดาตาเป็นประกาย "บางที สิ่งที่พ่อของคุณซ่อนไว้อาจจะไม่ใช่แค่เงา แต่เป็นภาพอีกภาพที่อยู่ข้างใต้ก็เป็นได้" ทั้งสองคนกลับไปนั่งลงที่หน้าภาพวาดอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาพยายามสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น พวกเขาลองพลิกภาพไปมา ลองส่องกับแสงที่ส่องผ่านหน้าต่าง แต่ก็ยังมองเห็นไม่ชัดเจน "เราอาจจะต้องใช้เครื่องมือบางอย่างช่วย" พิมพ์มาดาพูด "อย่างเช่นไฟฉายแรงสูง หรืออาจจะลองใช้แผ่นกรองแสงสีต่างๆ ดู" คีรินเห็นด้วยกับความคิดของเธอ "ผมว่ามีไฟฉายแรงสูงอยู่ในกล่องเครื่องมือของพ่อผมนะ เดี๋ยวผมไปหาให้" เขาหายเข้าไปในกระท่อมพักหนึ่งแล้วกลับออกมาพร้อมกับไฟฉายกระบอกใหญ่ พิมพ์มาดาเป็นคนถือภาพวาด ส่วนคีรินค่อยๆ ส่องไฟฉายไปที่มุมที่เข้มที่สุดของภาพวาด เขาค่อยๆ ปรับมุมของไฟฉาย เลื่อนเข้าเลื่อนออกอย่างช้าๆ ทันใดนั้นเอง ก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นมาบนผืนผ้าใบ รูปร่างที่ไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเป็นรูปคน ใบหน้าของคีรินเบิกกว้างด้วยความตกใจ "นั่นมัน... นั่นมันรูปใคร" เขาพึมพำ พิมพ์มาดาเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน "เหมือนจะเป็นผู้หญิงนะคะ" เธอมองอย่างละเอียด "ผมยาว... แล้วก็มีลักษณะคล้ายๆ กับ..." เธอหยุดพูดไปกลางคัน "คล้ายกับใครครับพิมพ์" คีรินถามอย่างร้อนรน พิมพ์มาดาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป "คล้ายกับแม่ของผมค่ะ" คำพูดของพิมพ์มาดาทำเอาคีรินถึงกับตัวแข็งทื่อ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าภาพวาดของพ่อ จะมีความเกี่ยวข้องกับแม่ของพิมพ์มาดาได้ "ไม่จริงน่า" คีรินส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ "มันจะเป็นไปได้ยังไง" "ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ" พิมพ์มาดาพูดเสียงสั่น "แต่รูปร่างหน้าตา... ลักษณะผม... มันเหมือนกับรูปถ่ายของแม่ฉันมากๆ เลย" ทั้งสองคนกลับมานั่งลงตรงที่เดิม มองไปยังภาพวาดด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความสงสัย ความแปลกใจ และความไม่เข้าใจถาโถมเข้ามาในหัวใจของพวกเขา ปริศนาในภาพวาดได้นำพาพวกเขาไปสู่ความลับอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นความลับที่อาจจะเชื่อมโยงระหว่างอดีตของพ่อคีรินกับอดีตของแม่พิมพ์มาดาเข้าด้วยกันอย่างไม่น่าเชื่อ "พ่อของผม... เกี่ยวข้องอะไรกับแม่ของคุณ" คีรินถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจของทั้งคู่ พิมพ์มาดาไม่สามารถให้คำตอบได้ เธอเองก็รู้สึกสับสนไม่ต่างกัน ความรู้สึกที่เคยมีต่อคีรินเริ่มถูกบดบังด้วยความสงสัยในอดีตของครอบครัวที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เงาในภาพวาดได้ปรากฏขึ้นมาแล้ว และดูเหมือนว่ามันจะนำพาไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่าเดิมอีกมากมาย

5,146 ตัวอักษร