ตอนที่ 27 — บ้านเก่าที่ซ่อนความทรงจำ
รถยนต์เคลื่อนตัวไปตามถนนลูกรังที่คดเคี้ยวท่ามกลางป่าเขียวขจี บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด คีรินจับพวงมาลัยด้วยสีหน้าครุ่นคิด ขณะที่พิมพ์มาดาก็มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความกังวล
"คุณแน่ใจนะว่าบ้านเก่าของคุณยังอยู่" คีรินถามขึ้น พยายามทำลายความเงียบ
"แน่ใจค่ะ" พิมพ์มาดาตอบ "แม้ว่ามันจะค่อนข้างโทรม แต่โครงสร้างก็ยังแข็งแรงอยู่"
"แล้วเราจะเจออะไรที่นั่น" คีรินถามต่อ เขาหันมามองพิมพ์มาดา "คุณคิดว่าจะมีเบาะแสอะไรที่นั่น"
"ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ" พิมพ์มาดาถอนหายใจ "แต่แม่ของฉันเคยบอกว่า ท่านเก็บของเก่าๆ ไว้เยอะมากในห้องใต้หลังคา เผื่อวันหนึ่งลูกๆ จะอยากกลับมาดู"
"งั้นเราก็ต้องไปสำรวจห้องใต้หลังคาก่อนเลย" คีรินตัดสินใจ
หลังจากขับรถมาอีกพักใหญ่ รถยนต์ก็จอดสนิทหน้าบ้านไม้เก่าสองชั้นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนรกชัฏ ประตูและหน้าต่างบางส่วนผุพังไปตามกาลเวลา แต่ยังคงโครงสร้างเดิมที่ชวนให้นึกถึงอดีต
"นี่คือบ้านของฉัน" พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาของเธอฉายแววเศร้าสร้อยปนความทรงจำที่หวนคืน
คีรินลงจากรถแล้วเดินไปเปิดประตูบ้านให้เธอ "เข้าไปกันเถอะ"
เมื่อก้าวเข้าไปในบ้าน กลิ่นอับชื้นของความเก่าและความเหงาปะปนกันไป เสียงฝีเท้าของทั้งสองคนดังก้องในความเงียบของบ้าน
"ดูสิคะ" พิมพ์มาดาชี้ไปที่มุมห้อง "นั่นคือเปียโนตัวเก่าของแม่"
คีรินมองตาม เธอเดินเข้าไปใกล้เปียโนตัวนั้น มือเรียวค่อยๆ ลูบไล้ไปตามแป้นเปียโนที่ซีดจาง "แม่ของฉันเล่นเปียโนเก่งมากค่ะ"
"คุณพอจะจำได้ไหมว่าท่านเคยเล่นเพลงอะไรให้ฟังบ้าง" คีรินถาม
พิมพ์มาดาหลับตาลง พยายามนึกย้อนความทรงจำ "มีเพลงหนึ่งค่ะ...ฉันจำชื่อเพลงไม่ได้ แต่เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ"
ทั้งสองคนสำรวจบ้านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงบันไดที่จะขึ้นไปยังห้องใต้หลังคา
"นี่คือบันได" พิมพ์มาดาบอก "แต่ดูท่าจะอันตรายนิดหน่อย"
"ไม่เป็นไร" คีรินพูด "ผมจะขึ้นไปก่อน แล้วคุณค่อยตามมานะ"
คีรินค่อยๆ ปีนบันไดขึ้นไปอย่างระมัดระวัง ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วเมื่อเขาก้าวเท้าขึ้นไป เสียงไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด ชวนให้ใจหาย
เมื่อไปถึงห้องใต้หลังคา คีรินก็พบกับกองของเก่าๆ ที่วางระเกะระกะเต็มไปหมด กล่องกระดาษเก่าๆ หีบผ้า และเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาว
"เจออะไรบ้างคะ" พิมพ์มาดาตะโกนถามมาจากด้านล่าง
"เยอะแยะไปหมดเลย" คีรินตอบ "แต่ดูท่าทางจะรกมาก"
เขาเริ่มค้นหาอย่างละเอียด กวาดสายตามองไปตามกล่องต่างๆ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดกับหีบไม้ใบหนึ่งที่ตั้งอยู่มุมห้อง มันดูเก่าแก่กว่ากล่องอื่นๆ
"พิมพ์มาดา" คีรินเรียก "ผมเจอหีบใบหนึ่ง ดูเก่ามากเลย"
พิมพ์มาดาปีนบันไดขึ้นมาสมทบกับคีริน เธอเห็นหีบไม้ใบนั้นก็รู้สึกตื่นเต้น "นั่นน่าจะเป็นหีบของแม่ฉัน"
ทั้งสองคนช่วยกันเปิดหีบไม้ใบนั้นออก สิ่งที่อยู่ข้างในทำให้ทั้งคู่ตกตะลึง
"นี่มัน..." พิมพ์มาดาอุทานอย่างตกใจ
ภายในหีบเต็มไปด้วยรูปถ่ายเก่าๆ จดหมาย และสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง
"นี่คือสมุดบันทึกของแม่ฉัน" พิมพ์มาดาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง มือของเธอสั่นเทา
คีรินหยิบรูปถ่ายบางส่วนขึ้นมาดู ในรูปมีผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าคล้ายมารดาของพิมพ์มาดา แต่ในบางรูป ก็มีผู้ชายอีกคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าของเขาดูคุ้นตา...มันคือพ่อของเขา!
"นี่มัน...พ่อของผม" คีรินพูดเสียงตะกุกตะกัก เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
พิมพ์มาดากำลังเปิดอ่านสมุดบันทึกของมารดา ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงเรื่อยๆ
"มีอะไรพิมพ์" คีรินถามด้วยความเป็นห่วง
"ท่าน...ท่านเขียนถึงคุณพ่อของคุณ" พิมพ์มาดาพูดเสียงสั่นเครือ "ท่านบอกว่า...ท่านรักคุณพ่อของคุณมาก"
"อะไรนะครับ" คีรินแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
"แล้วก็...ท่านเขียนถึงรูปวาดด้วย" พิมพ์มาดาเปิดไปหน้าหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือที่หวัดกว่าหน้าอื่นๆ "ท่านบอกว่า...ท่านให้คุณพ่อของคุณวาดรูป...รูปของท่าน...ไว้ที่นี่...เพื่อเป็นความทรงจำ"
คีรินยืนนิ่ง อึ้งไป เขาไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี ภาพวาดนั้น...เงาผู้หญิงในภาพวาด...มันคือมารดาของพิมพ์มาดาจริงหรือ และพ่อของเขา...พ่อของเขาเป็นคนวาดมันขึ้นมา
"แล้วทำไมท่านถึงไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเลย" คีรินถาม
"ในนี้...มีเขียนไว้ค่ะ" พิมพ์มาดาอ่านต่อ "ท่านบอกว่า...เรื่องราวของท่านกับคุณพ่อของคุณ...มันเป็นความรักที่ไม่มีวันเป็นไปได้...ท่านต้องจากลา...และท่านก็ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวด"
ความจริงที่ค่อยๆ คลี่คลายออกมา ทำให้ทั้งคีรินและพิมพ์มาดาต้องเผชิญหน้ากับอดีตอันซับซ้อนของพ่อแม่ พวกเขาต้องหาคำตอบว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ความรักของทั้งสองคนต้องจบลง และทำไมมันถึงกลายเป็นความลับที่ถูกซ่อนเร้นมาจนถึงทุกวันนี้
3,733 ตัวอักษร