ตอนที่ 20 — ความอึดอัดที่ปกคลุมสวน
บรรยากาศภายในบ้านสวนดอกไม้นามว่า ‘บุปผาอาภา’ เริ่มกลับมาอึดอัดอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่อาภาได้สารภาพความรู้สึกที่ซับซ้อนของเธอออกมา แก้วตาพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด แต่ความรู้สึกผิดและความไม่แน่ใจก็ยังคงเกาะกุมจิตใจเธออยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่สบตากับอาภา เธอมักจะรีบหลบสายตา ราวกับกลัวว่าจะถูกจับได้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไร
เช้าวันนี้ อาภาดูเหมือนจะพยายามทำตัวให้เป็นปกติเช่นกัน เธอเดินไปรินน้ำชาให้แก้วตาเหมือนเช่นเคย แต่การกระทำนั้นกลับดูแข็งทื่อและห่างเหินกว่าปกติ “วันนี้… ดอกกุหลาบสีแดงพันธุ์ใหม่กำลังจะบานนะ” เธอพูดเสียงเรียบๆ “สวยมากเลย”
แก้วตาพยักหน้าเบาๆ “จริงเหรอคะ… ฉันก็อยากเห็นเหมือนกัน” เธอตอบรับ แต่ก็ไม่กล้าสบตา “คุณอาภา… เมื่อคืน…”
“อย่าพูดถึงมันเลย” อาภาตัดบทเสียงแข็ง “เรื่องมันผ่านไปแล้ว”
“แต่…” แก้วตายังคงพยายาม “ฉันอยากจะขอโทษ… ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
“ฉันบอกว่า… อย่าพูดถึงมัน” อาภาพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย จนแก้วตาต้องชะงัก “ฉันเข้าใจ… แล้วฉันก็… ต้องการเวลา”
“เวลา… สำหรับอะไรคะ” แก้วตาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“เวลา… สำหรับทุกอย่าง” อาภาตอบสั้นๆ แล้วเดินเลี่ยงออกไป ทิ้งให้แก้วตายืนนิ่งอยู่กับที่ ความรู้สึกโดดเดี่ยวเริ่มกัดกินหัวใจเธอ
มนัสวีสังเกตเห็นความตึงเครียดระหว่างทั้งสองคน เธอพยายามจะเข้ามาไกล่เกลี่ย “อาภา… ฉันว่าเธอใจเย็นๆ ก่อนก็ได้นะ”
“ฉันใจเย็นอยู่แล้ว” อาภาตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ฉันแค่… ไม่พร้อมที่จะคุยเรื่องนี้ตอนนี้”
“แต่แก้วตาก็อยากจะขอโทษเธอจริงๆ นะ” มนัสวียังคงพยายาม “เธอรู้สึกผิดมาก”
“ฉันรู้” อาภาถอนหายใจยาว “แต่ความรู้สึกผิดของเธอ… มันจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้”
“มันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอดีต… แต่มันอาจจะช่วยให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าได้นะ” มนัสวีพูด “อาภา… ฉันรู้ว่าเธอเจ็บปวด… แต่เราต้องไม่ปล่อยให้ความเจ็บปวดนั้น… มาทำลายทุกอย่างที่เรามี”
อาภาก้มหน้ามองสวนดอกไม้เบื้องล่าง ใบหน้าของเธอฉายแววความเหนื่อยอ่อน “ฉัน… ฉันแค่ไม่รู้ว่า… ฉันจะทำอย่างไรต่อไป”
“เราค่อยๆ คิดกันไป” มนัสวีเดินเข้าไปโอบไหล่อาภา “ที่นี่… คือบ้านของเรา… และเราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
แก้วตาได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน เธอรู้สึกเหมือนเป็นตัวปัญหาที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน ความสัมพันธ์ที่เคยสดใส กลับกลายเป็นความอึดอัดและเย็นชา
ตลอดทั้งวัน แก้วตาพยายามหลบหน้าอาภา เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องสมุดเล็กๆ ที่เธอเคยชอบมานั่งอ่านหนังสือเมื่อครั้งมาก่อน แต่ตอนนี้… หนังสือเล่มเดิมๆ กลับไม่สามารถทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้เลย ภาพของดาวตกในคืนนั้นยังคงฉายชัดในความคิด ดวงดาวที่เคยเป็นเหมือนความหวัง กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของความซับซ้อนที่เธอไม่อาจเข้าใจ
เย็นวันนั้น ขณะที่แก้วตากำลังจะเดินกลับไปยังห้องพัก เธอก็ชนเข้ากับอาภาที่กำลังเดินสวนมาพอดี แก้วน้ำชาที่อาภาถืออยู่หลุดมือหล่นลงพื้น แตกกระจาย เสียงแตกของแก้วดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ
“โอ๊ย!” อาภาอุทานด้วยความเจ็บปวด มือของเธอมีเลือดไหลซิบๆ ออกมา
“คุณอาภา!” แก้วตารีบเข้าไปประคอง “ฉันขอโทษค่ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ!”
“ไม่เป็นไร” อาภาพูดเสียงแหบพร่า พยายามดึงมือออกจากการประคองของแก้วตา “เธอ… ไม่ต้องมายุ่ง”
“แต่เลือด…” แก้วตายังคงพยายาม “คุณอาภา… คุณเจ็บมากนะ”
“ฉันไม่เป็นไร!” อาภาตะคอกกลับ “เธอ… ทำให้ฉันเจ็บมามากพอแล้ว!”
คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของแก้วตา เธอผงะถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า “ฉัน… ฉันไม่ได้อยากทำให้คุณเจ็บ…”
“แต่เธอก็ทำ!” อาภาพูดเสียงดัง “ทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้ฉัน… ฉันรู้สึกเหมือน… เหมือนฉันกำลังจะถูกกลืนกิน”
“ถูกกลืนกิน?” แก้วตาถามอย่างไม่เข้าใจ “ฉัน… ฉันไม่เข้าใจ”
“เธอก็ไม่เคยเข้าใจฉันเลยสักครั้ง!” อาภาตะคอกกลับ “เธอไม่เคยเข้าใจเลยว่า… ฉันรู้สึกอย่างไร… กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น…”
มนัสวีที่ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก รีบวิ่งเข้ามา “เกิดอะไรขึ้น!”
“ไม่มีอะไร” อาภาตอบสั้นๆ แล้วรีบเดินจากไป ทิ้งแก้วตาให้ยืนนิ่งด้วยความเสียใจ น้ำตาไหลอาบแก้ม
มนัสวีก้มลงไปช่วยเก็บเศษแก้วที่แตกอยู่บนพื้น “เป็นอะไรไป แก้วตา”
“ฉัน… ฉันไม่รู้” แก้วตาตอบเสียงสั่น “ฉันทำอะไรผิดไปอีกแล้ว… ฉันทำให้คุณอาภาโกรธ”
“ไม่ใช่ความผิดของเธอคนเดียวหรอก” มนัสวีปลอบ “อาภา… เธอกำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง”
“แต่คำพูดของเธอ… มันเจ็บปวดเหลือเกิน” แก้วตากล่าว “เธอเหมือน… เกลียดฉัน”
“ไม่… เธอไม่ได้เกลียดเธอ” มนัสวีส่ายหน้า “เธอแค่… กำลังกลัว… กลัวที่จะเปิดใจอีกครั้ง”
“กลัว… กลัวที่จะเจ็บปวดอีกครั้ง” แก้วตาพึมพำ “เหมือนกับฉัน”
“ใช่” มนัสวียอมรับ “และบางที… การที่เราทั้งคู่กำลังกลัว… มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใกล้กันได้มากกว่าเดิมก็ได้”
“ฉันไม่คิดแบบนั้น” แก้วตาพูดอย่างสิ้นหวัง “ฉันคิดว่า… เรากำลังจะห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ”
“อย่าเพิ่งคิดแบบนั้น” มนัสวีจับมือแก้วตาไว้ “ลองให้เวลากันและกันดูนะ”
แก้วตาได้แต่นิ่งเงียบ เธอไม่รู้ว่าการให้เวลาจะช่วยอะไรได้ เมื่อความรู้สึกของทั้งสองคนมันดูเหมือนจะสวนทางกันไปเสียหมด ความรักที่เคยเบ่งบานอย่างสดใสในสวนดอกไม้ บัดนี้กลับถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกแห่งความไม่เข้าใจและความเจ็บปวด
เธอเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น มองออกไปยังสวนดอกไม้ที่เริ่มถูกแสงจันทร์สาดส่องลงมา ดอกไม้นานาชนิดที่เคยดูสวยงาม บัดนี้กลับดูหม่นหมอง ราวกับจะสะท้อนความรู้สึกของเธอในตอนนี้
“ฉันควรจะทำอย่างไรต่อไปดี” แก้วตาพึมพำกับตัวเอง “ฉันควรจะเดินหน้าต่อ… หรือควรจะถอยหลังกลับ… ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
เธอหลับตาลงอีกครั้ง ภาพของดาวตกในคืนนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง ดาวที่เคยส่องประกายท่ามกลางความมืดมิด บัดนี้กลับดูเลือนรางไปเสียแล้ว ความหวังที่เคยมีก็เริ่มสั่นคลอนไม่ต่างกัน
4,539 ตัวอักษร