ดาวตกในสวนดอกไม้

ตอนที่ 4 / 48

ตอนที่ 4 — ความลับในสวนยามราตรี

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านลูกไม้บางๆ เข้ามาปลุกมนัสวีให้ตื่นจากนิทรา ร่างบางพลิกตัวอย่างเกียจคร้าน ความคิดถึงใบหน้าคมสันของอาภาแวบเข้ามาในหัว เธอจำได้ว่าเมื่อคืนเธออยู่กับเขาจนดึกดื่นจนแทบจะผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของเขาเสียแล้ว การมาหากันบ่อยๆ ยิ่งทำให้ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่ความชื่นชมในตัวเขาอีกต่อไป แต่มันคือความรู้สึกที่อบอุ่น ปลอดภัย และพิเศษจนน่าใจหาย “อาภาเขาคงยังไม่ตื่น” มนัสวีพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอแสดงเวลา 7:30 น. ซึ่งสำหรับมนัสวีแล้ว ถือเป็นเวลาที่ค่อนข้างสาย เธอจึงรีบจัดการธุระส่วนตัว และแต่งตัวด้วยชุดสบายๆ เพื่อจะไปหาอาภาที่สวน เมื่อไปถึงสวนบุปผาอาภา เธอพบว่าอาภากำลังยืนรดน้ำต้นกุหลาบอยู่ ใบหน้าคมสันภายใต้แสงแดดดูหล่อเหลาขึ้นไปอีก ผมเผ้าที่ยุ่งเล็กน้อยจากการทำงาน ทำให้เขากลับดูมีเสน่ห์แบบผู้ชายอบอุ่น มนัสวีแอบมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหา “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณอาภา” มนัสวีเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มกว้าง อาภาหันมามอง เห็นมนัสวีก็ยิ้มตอบ “อรุณสวัสดิ์ครับมนัสวี มาแต่เช้าเลยนะ ปกติไม่เห็นมาเวลาประมาณนี้” “มนัสวีคิดถึงสวนค่ะ แล้วก็คิดถึงคุณอาภาด้วย” เธอพูดพลางเดินเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกุหลาบและดินชื้นๆ ลอยมาแตะจมูก ทำให้รู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ “วันนี้มีดอกไม้สวยๆ บานเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ” “ก็บานเรื่อยๆ ครับ อย่างที่มนัสวีเห็นนั่นแหละ” อาภายังคงสาละวนกับการรดน้ำต้นไม้อย่างใจเย็น “แต่ถ้าให้เลือกดอกไม้ที่สวยที่สุดในสวนตอนนี้ ก็คงเป็นดอกไม้ที่เดินเข้ามานี่แหละ” มนัสวีหน้าแดงเล็กน้อย เธอไม่ค่อยคุ้นเคยกับการได้รับคำชมตรงๆ แบบนี้ “คุณอาภาพูดมากไปแล้วค่ะ” “ไม่มากหรอก” อาภายิ้ม “ผมพูดความจริง ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มของมนัสวีแบบนี้ สวนของผมก็ยิ่งดูสดใสขึ้นไปอีก” เขาหยุดมือจากการรดน้ำ และหันมาเผชิญหน้ากับมนัสวีเต็มตัว “มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ถึงได้มาหาแต่เช้า” มนัสวีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธออยากจะถามเรื่องที่เธอเก็บไปคิดมาตลอดคืน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าควรถามหรือไม่ “เอ่อ… มนัสวีแค่อยากมาคุยด้วยค่ะ เมื่อคืน… มนัสวีคิดถึงเรื่องที่คุณอาภาเคยเล่าให้ฟัง” แววตาของอาภาเปลี่ยนไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยสดใสเมื่อครู่เริ่มจางลง แทนที่ด้วยความขุ่นมัวที่ฉายอยู่ในดวงตา “เรื่องเก่าๆ ที่ไม่ได้สำคัญอะไร มนัสวีไม่ต้องไปคิดมากหรอก” “แต่มันสำคัญกับมนัสวีนะคะ” มนัสวีรีบสวนกลับ “ที่คุณอาภาพูดถึง… คนๆ นั้น… มนัสวีรู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น” อาภาถอนหายใจเบาๆ เขาเดินไปวางบัวรดน้ำลงบนพื้น ก่อนจะหันกลับมามองมนัสวี ดวงตาของเขามีความเศร้าฉายชัด “มนัสวี… บางเรื่อง… มันก็ดีกว่าที่จะไม่รู้” “แต่ถ้ามนัสวีไม่รู้ มนัสวีก็จะสงสัยตลอดไปนะคะ” เธอยืนกราน “มนัสวีอยากเข้าใจคุณอาภาให้มากกว่านี้” “เข้าใจผมเหรอ” อาภายิ้มขื่น “มนัสวีแน่ใจเหรอว่าอยากเข้าใจ” “แน่ใจค่ะ” มนัสวีมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างมั่นคง “ถ้าคุณอาภาไม่สบายใจที่จะเล่า ก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่มนัสวีแค่อยากให้คุณอาภา… รู้ว่ามีมนัสวีอยู่ตรงนี้เสมอ” อาภาเงียบไปนาน เขาเดินไปหยุดยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา “มนัสวี… เธอเป็นคนพิเศษจริงๆ นะ” เขาพูดเสียงแผ่วเบา “แต่เรื่องนี้… มันซับซ้อนกว่าที่คิด” “แล้วช่วยบอกมนัสวีได้ไหมคะว่าซับซ้อนยังไง” มนัสวีเดินเข้าไปใกล้ “มนัสวีไม่ได้อยากกดดันนะคะ แค่อยากให้คุณอาภา… ปล่อยวางบ้าง” “ปล่อยวาง… มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก มนัสวี” อาภาพูดพลางมองขึ้นไปยังกิ่งก้านของต้นไม้ “มนัสวีรู้ไหม… ว่าก่อนที่จะมาทำสวนแห่งนี้… ผมเคยทำอะไรมาก่อน” มนัสวีส่ายหน้า “ไม่ทราบค่ะ คุณอาภาไม่เคยเล่า” “ผมเคยเป็นนักดาราศาสตร์” อาภาสารภาพออกมา ดวงตาของเขาฉายแววของความฝันและความผิดหวังระคนกัน “ผมหลงใหลในดวงดาวมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนมนัสวีเลย” มนัสวีเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “จริงเหรอคะ! มนัสวีก็เหมือนกัน!” “ใช่” อาภายิ้มบางๆ “ความฝันของผมคือการได้เป็นนักดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ได้สำรวจห้วงอวกาศอันไกลโพ้น แต่… โลกแห่งดาราศาสตร์มันก็มีความจริงที่โหดร้ายซ่อนอยู่เหมือนกัน” “ความจริงที่โหดร้าย?” มนัสวีถามด้วยความสงสัย “ใช่” อาภายอมรับ “มันไม่ใช่แค่เรื่องของการศึกษาค้นคว้า แต่มันคือการแข่งขัน การเมืองในวงการ และ… ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของผม” “ความผิดพลาด?” “มันเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน” อาภาเริ่มเล่าเสียงเครือ “ตอนนั้นผมกำลังทำโครงการวิจัยที่สำคัญมากเกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยที่อาจโคจรเข้ามาใกล้โลก ผมทุ่มเททุกอย่างให้กับมัน จนกระทั่ง… เกิดข้อผิดพลาดขึ้นในการคำนวณ” “แล้ว… เกิดอะไรขึ้นคะ” มนัสวีถามเสียงสั่น “ผม… ส่งข้อมูลผิดพลาด” อาภาหลับตาลง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ทำให้เกิดความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ในวงการ ทำให้โครงการของผมต้องถูกระงับ และผม… ก็ถูกพักงาน” “โอ้…” มนัสวีไม่รู้จะพูดอะไร เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่อาภากำลังแบกรับอยู่ “ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลง” อาภาพูดต่อ “ผมเสียทุกอย่างที่เคยมี ทั้งชื่อเสียง โอกาส และ… ความฝัน” “แล้วทำไมคุณอาภาถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ” “หลังจากนั้น ผมก็ถอนตัวจากวงการดาราศาสตร์โดยสิ้นเชิง” อาภายิ้มเศร้าๆ “ผมหนีมาอยู่กับธรรมชาติ หนีจากความผิดพลาดครั้งนั้น และ… หนีจากคนที่ผมรัก” “คนที่คุณรัก?” มนัสวีถามอย่างระแวง “ใช่” อาภายอมรับ “ตอนนั้นผมมีคนรักอยู่แล้ว เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์เหมือนกัน เรารักกันมาก แต่… หลังจากความผิดพลาดครั้งนั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอที่จะอยู่กับเขาอีกต่อไป ผมกลัวว่าเขาจะต้องมาแบกรับความผิดหวังไปกับผม ผมเลยเลือกที่จะเดินจากมา” “แล้วตอนนี้… เขาเป็นยังไงบ้างคะ” มนัสวีถามอย่างแผ่วเบา “ผมไม่รู้” อาภาตอบเสียงแข็ง “เราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย” มนัสวีเดินเข้าไปประคองแขนของอาภา “มนัสวีเสียใจนะคะ” อาภาเงยหน้ามองมนัสวี ดวงตาของเขามีแววซาบซึ้ง “ขอบคุณนะ มนัสวี” “มนัสวีอยากให้คุณอาภา… รู้ว่ามนัสวีอยู่ที่นี่เพื่อคุณอาภาเสมอ” เธอพูดพลางยิ้มให้ “ไม่ว่าอดีตจะเป็นยังไง… ปัจจุบันก็คือปัจจุบันนะคะ” อาภายิ้มตอบ รอยยิ้มนั้นดูมีความหวังมากขึ้น “ขอบคุณนะ มนัสวี”

4,848 ตัวอักษร