ตอนที่ 7 — ความลับที่ถูกเปิดเผยในวงล้อมดอกไม้
เทศกาลดอกไม้ประจำปีของสวนบุปผาอาภาได้ดำเนินไปอย่างงดงาม ท่ามกลางความเบิกบานของผู้คนมากมายที่หลั่งไหลเข้ามา มนัสวีในชุดเดรสสีเหลืองอ่อนสดใส เดินสำรวจความเรียบร้อยของงานด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจ เสียงหัวเราะและคำชื่นชมจากผู้มาเยือนดังก้องไปทั่วบริเวณ เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของผู้คนเหล่านั้น รอยยิ้มที่บ่งบอกว่าผลงานและความทุ่มเทของเธอและมนัสวีไม่ได้สูญเปล่า
"คุณมนัสวีครับ งานปีนี้สวยงามมากจริงๆ ครับ ผมไม่เคยเห็นดอกไม้ที่ไหนสวยงามได้ขนาดนี้มาก่อนเลย" เสียงทักทายดังขึ้นจากชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่เดินเข้ามาหาเธอ
มนัสวียิ้มตอบรับด้วยความยินดี "ขอบคุณมากค่ะคุณลุง ดิฉันดีใจที่คุณชอบค่ะ"
"ผมเคยมางานนี้เมื่อหลายปีก่อน ต้องบอกว่าสวนบุปผาอาภาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเลยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่คุณมาช่วยดูแล" ชายคนนั้นเอ่ยชมพร้อมกับมองไปทางอาภาที่กำลังยืนพูดคุยกับคณะกรรมการจัดงานอยู่ไม่ไกล
อาภาหันมาเห็นมนัสวีพอดี เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร "เป็นไงบ้างครับ คนเยอะมากเลยนะวันนี้"
"เยอะสมการรอคอยเลยค่ะ สวนของเราสวยงามมากจริงๆ" มนัสวีตอบพลางมองไปรอบๆ "ดูเหมือนว่างานของเราจะประสบความสำเร็จเกินคาดนะคะ"
"แน่นอนอยู่แล้วครับ" อาภาตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "ผมเชื่อมั่นในตัวคุณมนัสวีมาตลอด"
คำพูดของอาภาทำให้หัวใจของมนัสวีเต้นแรง เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อเขาเริ่มก่อตัวและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เขาแสดงความห่วงใยและความเชื่อมั่นในตัวเธอ
ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศอันรื่นรมย์ จู่ๆ อาก็ดูเหมือนจะชะงักไป เมื่อสายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในงาน เธอมาพร้อมกับชายอีกคนหนึ่งซึ่งดูคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างน่าประหลาด
"เอ่อ... ขอตัวก่อนนะครับ" อาภาเอ่ยบอกมนัสวีอย่างรวดเร็ว แล้วเดินตรงไปหาหญิงสาวคนนั้นทันที
มนัสวีมองตามไปด้วยความสงสัย ก่อนจะสังเกตเห็นว่าชายที่มากับหญิงสาวคนนั้นคือเจ้าของไร่องุ่นชื่อดังที่เธอเคยเจอในงานเปิดตัวโครงการปลูกป่าเมื่อหลายเดือนก่อน
"คุณมนัสวีคะ" เสียงของอรพรรณดังขึ้น เธอคือผู้จัดการส่วนตัวของอาภา และเป็นเพื่อนสนิทของมนัสวีเช่นกัน "นั่นใครน่ะคะ เห็นคุณอาภาหน้าเสียไปเลย"
"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะอร แต่ดูเหมือนคุณอาภาจะรู้จักกับผู้หญิงคนนั้น" มนัสวีตอบ พลางกวาดสายตามองอาภาที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับหญิงสาวคนนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
บทสนทนาระหว่างอาภาและหญิงสาวคนนั้นดังเป็นระยะๆ แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอจะจับใจความได้ว่ามีการพูดถึงเรื่องในอดีตที่ดูเหมือนจะสร้างความไม่สบายใจให้กับอาภาเป็นอย่างมาก
"ฉันไม่คิดว่าคุณจะมาที่นี่" หญิงสาวคนนั้นเอ่ยเสียงเย็นชา "คิดว่าคงอยากจะหลบหน้าฉันไปตลอดชีวิตเสียอีก"
"ผมไม่ได้อยากหลบหน้าคุณ" อาภาตอบเสียงเรียบ "แต่ผมก็ไม่คิดว่าเราจะยังมีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีก"
"คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง" หญิงสาวคนนั้นเสียงดังขึ้น "ฉันเป็นคนเดียวที่เข้าใจคุณมาตลอดนะอาภา"
"เข้าใจงั้นเหรอ" อาภาหัวเราะเยาะ "คุณเข้าใจอะไรในตัวผมกันแน่"
การเผชิญหน้าครั้งนี้ทำให้มนัสวีรู้สึกไม่สบายใจ เธอสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากอาภา แม้จะอยู่ห่างออกไปก็ตาม
"ดูเหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญนะคะ" อรพรรณเอ่ยขึ้น พลางมองอาภาด้วยความเป็นห่วง "ฉันว่าเราควรจะเข้าไปดูหน่อยไหมคะ"
"รอดูสักครู่ก่อนค่ะ" มนัสวีตอบ "ขอให้เขาจัดการเรื่องของเขาเองก่อน"
สักพักหนึ่ง อาภาก็เดินกลับมายังบริเวณที่มนัสวิยยืนอยู่ ใบหน้าของเขาซีดเผือดกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
"เกิดอะไรขึ้นคะ" มนัสวีถามด้วยความเป็นห่วง
อาภาถอนหายใจยาว "ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่คนรู้จักเก่า"
"แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยเป็นมิตรนะคะ" มนัสวีสังเกตเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความไม่พอใจของอาภา
"ครับ เธอก็เป็นแบบนี้เสมอ" อาภาตอบเสียงแผ่ว "ผมขอตัวไปจัดการเรื่องบางอย่างก่อนนะครับ"
ก่อนที่อาภาจะเดินจากไป มนัสวีก็คว้าแขนเขาไว้เบาๆ "ถ้าคุณต้องการอะไร บอกฉันได้นะคะ"
อาภามองมนัสวีด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "ขอบคุณครับ คุณมนัสวี"
เมื่ออาภาเดินจากไป อรพรรณก็หันมาพูดกับมนัสวี "ฉันว่าเธอควรจะคุยกับคุณอาภาให้มากกว่านี้นะคะ ดูเหมือนเรื่องนี้จะกระทบกระเทือนเขามากทีเดียว"
"ฉันก็กำลังพยายามอยู่ค่ะ" มนัสวีตอบ "แต่เขาไม่ค่อยยอมเปิดใจเท่าไหร่"
"บางทีเธออาจจะต้องลองเข้าไปใกล้ชิดเขามากกว่านี้" อรพรรณแนะนำ "ในฐานะเพื่อน หรือในฐานะอะไรที่มากกว่านั้นก็ได้"
มนัสวียิ้มให้เพื่อน "ฉันรู้ค่ะ"
ตลอดช่วงบ่ายของวันนั้น อาภาดูเหมือนจะเสียสมาธิไปพอสมควร เขามักจะเหม่อลอย และบางครั้งก็เดินหายไปจากงานโดยไม่บอกกล่าว มนัสวีพยายามจะเข้าไปพูดคุยกับเขาหลายครั้ง แต่ก็มักจะติดขัดด้วยกลุ่มคนอื่นที่เข้ามาทักทาย หรือไม่ก็อาภาเองก็ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงการสนทนาที่ยาวนาน
เมื่อใกล้ค่ำ อากาศเย็นลงเล็กน้อย ฝูงชนเริ่มบางตาลง มนัสวีเดินออกมายังบริเวณที่เงียบสงบกว่าเดิม ซึ่งก็คือริมทะเลสาบเล็กๆ ที่อยู่ท้ายสวน เธอต้องการเวลาส่วนตัวเพื่อทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ทันใดนั้น เธอก็เห็นเงาของใครบางคนปรากฏขึ้นที่มุมหนึ่งของสวน เงาที่คุ้นเคยนั้นคืออาภา
"คุณอาภา" มนัสวีเรียกเสียงเบา
อาภาเดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ "คุณยังไม่กลับอีกเหรอครับ"
"กำลังจะกลับค่ะ แต่รู้สึกอยากจะเดินเล่นอีกสักหน่อย" มนัสวีตอบ "คุณล่ะคะ ดูเหมือนคุณจะมีเรื่องกังวลใจ"
อาภานั่งลงบนม้านั่งข้างๆ มนัสวี "ครับ ผมยอมรับว่ามีเรื่องกังวลใจ"
"อยากจะเล่าให้ฉันฟังไหมคะ" มนัสวีถามอย่างอ่อนโยน "เผื่อว่าการได้พูดออกมาจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น"
อาภานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "คุณ... คุณจำเรื่องที่ผมเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับครอบครัวของผมได้ไหมครับ"
"จำได้ค่ะ คุณเคยบอกว่าพ่อแม่ของคุณเสียชีวิตไปนานแล้ว" มนัสวีตอบ
"ครับ พ่อแม่ของผมเสียไปในอุบัติเหตุตอนผมยังเด็ก" อาภาเริ่มเล่า "แต่จริงๆ แล้ว... มันมีเรื่องราวมากกว่านั้น"
มนัสวีตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ
"ผู้หญิงคนนั้น... เธอชื่อแก้วตา" อาภาเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "เธอเป็นเพื่อนสนิทของแม่ผม และเป็นเหมือนพี่สาวอีกคนของผม"
"แล้วคุณอาภาคะ" มนัสวีถามอย่างนุ่มนวล
"วันเกิดเหตุ... ผมจำได้ว่ามันเป็นงานเลี้ยงวันเกิดของผม" อาภาเล่าต่อไป "ผมอายุ 12 ปีในตอนนั้น"
"ผมจำได้ว่าผมเห็นแม่ผมทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรง" อาภาเล่าด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด "ผมได้ยินเสียงตะโกน เสียงทุบข้าวของ ผมกลัวมาก"
"ผมหนีออกจากบ้านไปตอนกลางคืน" อาภาเล่า "ผมจำได้ว่าผมเห็นรถของพ่อขับออกไปอย่างรวดเร็ว"
"หลังจากนั้น... ผมก็ได้ยินข่าวว่ารถของพ่อประสบอุบัติเหตุ" อาภาเล่า "เขาขับรถออกไปชนกับต้นไม้ข้างทาง"
"แต่... ไม่มีใครรู้ว่าทำไมพ่อถึงขับรถออกไปตอนนั้น" อาภาเว้นวรรค "และไม่มีใครรู้ว่าแม่ของผมอยู่ที่ไหน"
"จนกระทั่ง... อีกหลายวันต่อมา" อาภาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทรมาน "มีคนพบศพแม่ของผม... ที่บ้านของคุณแก้วตา"
มนัสวีอึ้งไปกับสิ่งที่อาภาเล่า "คุณอาภาคะ..."
"ตำรวจสรุปว่าแม่ของผมฆ่าตัวตาย" อาภาพูดด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน "แต่ผมไม่เชื่อ"
"ผมเชื่อว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้น" อาภาเล่า "ผมจำได้ว่าวันนั้น... เห็นพ่อของผมกับคุณแก้วตาอยู่ด้วยกัน"
"และในคืนที่พ่อผมตาย... ผมก็เห็นคุณแก้วตาอยู่กับพ่อผม" อาภาเล่า "ก่อนที่พ่อจะขับรถออกไป"
"ผม... ผมไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองเห็น" อาภาพูดต่อ "ตอนนั้นผมยังเด็กมาก"
"แต่ผมรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง" อาภาเล่า "ผมรู้สึกว่าคุณแก้วตา... มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมด"
"เธอ... เธอก็มาที่งานวันนี้" อาภาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครียด "เธอมาหาผม... หลังจากที่หายหน้าไปจากชีวิตผมหลายปี"
"เธอต้องการอะไรคะ" มนัสวีถาม
"ผมไม่รู้" อาภาตอบ "แต่การปรากฏตัวของเธอ... มันทำให้ความทรงจำเลวร้ายทั้งหมดกลับมา"
"ผม... ผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย" อาภาพูด "ผมกลัว... กลัวว่าจะถูกตัดสิน กลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อ"
"ฉันเชื่อคุณค่ะ" มนัสวีพูดอย่างมั่นคง "คุณไม่ต้องกลัว"
อาภามองมนัสวีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย "ขอบคุณครับ คุณมนัสวี"
"คุณแก้วตา... เธอบอกว่าเธออยากจะขอโทษ" อาภาเล่า "แต่ผมไม่รู้ว่าจะรับคำขอโทษของเธอได้ไหม"
"คุณยังไม่ต้องตัดสินใจตอนนี้ก็ได้ค่ะ" มนัสวีปลอบ "ให้เวลากับตัวเองก่อน"
"ผม... ผมไม่รู้จะทำยังไงดี" อาภาถอนหายใจ "เรื่องนี้มันหนักอึ้งอยู่ในใจผมมาตลอด"
"คุณไม่ต้องแบกรับมันไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้วนะคะ" มนัสวีจับมือของอาภาไว้เบาๆ "ฉันจะอยู่ตรงนี้ ข้างๆ คุณเสมอ"
อาภาบีบมือของมนัสวีตอบ แววตาของเขาสื่อถึงความรู้สึกซาบซึ้งและอบอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
6,884 ตัวอักษร