ตอนที่ 8 — ความลับที่ซ่อนอยู่ในใจ
เช้าวันต่อมา แพรวารู้สึกตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อตื่นขึ้นมา การได้ใช้เวลาอยู่กับต้นในแต่ละวันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว เธอลงไปทานอาหารเช้าพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสกว่าปกติ
"ดูคุณแพรวาสดใสเชียวนะคะวันนี้" คุณแม่ของแพรวาเอ่ยทัก
แพรวาหน้าแดงเล็กน้อย "ก็… อากาศดีค่ะคุณแม่"
"อากาศดี หรือเจอใครดีคะ?" คุณแม่หยอกเย้า
แพรวาเขินจนพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มแหยๆ แล้วรีบตักข้าวเข้าปาก
หลังจากทานอาหารเสร็จ แพรวาก็รีบไปเตรียมตัว เธอสวมชุดที่สบายๆ เหมือนเช่นเคย แต่วันนี้เธอเลือกเสื้อสีฟ้าอ่อนที่ต้นเคยบอกว่าชอบ
เมื่อเธอเดินไปถึงโรงเก็บของ ต้นก็ยืนรออยู่แล้วพร้อมจักรยานคันเก่าที่ดูสะอาดเอี่ยม
"อรุณสวัสดิ์ครับคุณแพรวา" ต้นทักทายพร้อมรอยยิ้ม
"อรุณสวัสดิ์ค่ะต้น" แพรวาตอบ "วันนี้เราจะไปไหนกันดีคะ?"
"วันนี้… ผมว่าเราลองไปที่เส้นทางริมแม่น้ำกันดีไหมครับ?" ต้นเสนอ "วิวสวย อากาศดี แถมไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไหร่"
"ได้เลยค่ะ" แพรวาตอบตกลงทันที
การปั่นจักรยานริมแม่น้ำในเช้าวันนั้นช่างงดงามเหลือเกิน แสงแดดอ่อนๆ ส่องกระทบผิวน้ำระยิบระยับ เสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งเบาๆ เป็นบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย แพรวารู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังชีวิต เธอปั่นจักรยานไปเคียงข้างต้น สลับกับการหยุดพักชมวิวทิวทัศน์
"ริมแม่น้ำนี่สวยจริงๆ ด้วยค่ะต้น" แพรวาเอ่ยชม
"ใช่ครับ ผมชอบมาที่นี่เวลาที่อยากคิดอะไรเงียบๆ" ต้นตอบ
"คุณต้นเป็นคนชอบคิดอะไรเงียบๆ เหรอคะ?" แพรวาถาม
ต้นหันมายิ้มให้เธอ "ผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งครับ มีทั้งวันที่อยากคุยเยอะๆ แล้วก็วันที่อยากอยู่เงียบๆ"
"แล้ววันนี้ล่ะคะ?" แพรวาถามแก้มใส
"วันนี้… ผมดีใจที่มีคุณแพรวามาปั่นจักรยานเป็นเพื่อนครับ" ต้นตอบ
คำตอบนั้นทำให้แพรวารู้สึกอบอุ่นหัวใจ เธอไม่แน่ใจว่าต้นกำลังรู้สึกอย่างไรกับเธอ แต่เธอก็รู้แน่ๆ ว่าหัวใจของเธอกำลังเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา
ขณะที่ทั้งสองกำลังปั่นจักรยานไปตามทางริมแม่น้ำ จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง
"ต้น! นั่นต้นใช่ไหม?"
ทั้งแพรวาและต้นหันไปมองตามเสียง พบว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ผมยาว ผิวขาว กำลังโบกมือเรียกต้น เธอสวมชุดออกกำลังกายดูดี
ต้นดูตกใจเล็กน้อย "อ้าว… พี่นุ่น"
แพรวาสังเกตเห็นสีหน้าของต้น ก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ความสุขที่เคยมีเมื่อครู่นี้เริ่มจางหายไป
ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาหาต้นอย่างรวดเร็ว "หายไปไหนมาเนี่ย ฉันโทรหาก็ไม่รับ" เธอกล่าวเสียงร่วน "แล้วนี่ใครน่ะ?" เธอถามพลางมองแพรวาด้วยสายตาที่ดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่
"อ๋อ… นี่คุณแพรวาครับ เป็นเพื่อนบ้านของผม" ต้นรีบแนะนำ
"เพื่อนบ้านเหรอ?" ผู้หญิงคนนั้นเลิกคิ้ว "ดูสนิทกันจังนะ"
แพรวารู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์นี้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
"เรากำลังจะไปปั่นจักรยานกันน่ะครับ พี่นุ่น" ต้นพยายามเปลี่ยนเรื่อง
"ปั่นจักรยานเหรอ? ไปด้วยสิ" ผู้หญิงคนนั้นพูดอย่างไม่ใยดี "ฉันกำลังจะไปออกกำลังกายอยู่พอดี"
ต้นมองแพรวาอย่างขอโทษ "คุณแพรวาครับ พอดี… พี่นุ่นเขาอยากจะมาปั่นด้วย"
แพรวาพยายามเก็บอาการ "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันปั่นคนเดียวก็ได้" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูปกติที่สุด
"ไม่สิ! เรามาด้วยกันก็ต้องไปกันหมดสิ" ผู้หญิงคนนั้นพูดพลางเดินอ้อมมาจะขึ้นคร่อมจักรยานของเธอที่จอดอยู่ไม่ไกล
"แต่… ผมอยากจะคุยกับคุณแพรวาเป็นการส่วนตัวสักหน่อยน่ะครับ" ต้นพูดเสียงเบา
"คุยอะไร? คุยที่นี่ก็ได้นี่" ผู้หญิงคนนั้นพูดพลางหันมามองต้น "หรือว่ามีเรื่องอะไรสำคัญจะบอกฉันเป็นพิเศษ?"
แพรวารู้สึกเหมือนโดนบีบคั้น เธอไม่อยากเป็นต้นเหตุของความอึดอัดใจของใคร "ไม่เป็นไรค่ะต้น ฉันกลับก่อนก็ได้" เธอพูดพลางหมุนจักรยานเตรียมจะออกไป
"เดี๋ยวก่อนครับคุณแพรวา!" ต้นรีบคว้าแฮนด์จักรยานของเธอไว้ "ผม… ผมขอโทษจริงๆ"
"ไม่เป็นไรค่ะ" แพรวาพยายามยิ้มให้ต้น แต่รอยยิ้มนั้นดูฝืนๆ "คุณต้นกับคุณนุ่นคุยกันให้สบายใจเถอะค่ะ"
แพรวาตัดสินใจหมุนจักรยานกลับบ้านทันที เธอปั่นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หันกลับไปมองข้างหลังเลย แม้ว่าในใจจะรู้สึกเจ็บปวดและผิดหวังก็ตาม
เมื่อมาถึงบ้าน แพรวาตรงไปที่ห้องนอนของเธอ เธอทิ้งจักรยานไว้หน้าโรงเก็บของแล้วเดินขึ้นห้องทันที เธอรู้สึกเสียใจที่เรื่องราวความสัมพันธ์อันเปราะบางของเธอกับต้น ต้องมาสะดุดเข้ากับบุคคลที่สามเช่นนี้
เธอเดินไปนั่งที่ริมหน้าต่าง มองออกไปข้างนอก หัวใจของเธอรู้สึกหนักอึ้ง เธอพยายามคิดว่าทำไมต้นถึงไม่บอกเธอเรื่องผู้หญิงคนนั้น หรือว่าเธอคิดไปเองว่าต้นมีความรู้สึกดีๆ ให้กับเธอ?
ตลอดทั้งวัน แพรวาพยายามหลีกเลี่ยงการเจอหน้าใคร เธอรู้สึกไม่อยากพูดคุยกับใครทั้งนั้น เธอหยิบหนังสือเล่มโปรดขึ้นมาอ่าน แต่สายตากลับไม่อยู่กับตัวอักษรเลย ความคิดของเธอวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้
เธอเริ่มสงสัยในความรู้สึกของตัวเอง เธอคิดไปเองหรือเปล่าว่าต้นชอบเธอ? หรือว่าต้นแค่ดีกับเธอในฐานะเพื่อนบ้าน? คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่หยุดหย่อน
ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจว่า เธอต้องลองคุยกับต้นเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เธอต้องการเวลาทำใจและเตรียมคำพูดให้ดีก่อน
ขณะที่แพรวากำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"คุณแพรวาคะ" เป็นเสียงของคุณแม่
แพรวาถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกไปเปิดประตู "ค่ะคุณแม่"
"เป็นอะไรไปคะลูก วันนี้ดูซึมๆ นะ" คุณแม่ถามด้วยความเป็นห่วง
"เปล่าค่ะ… แค่เหนื่อยๆ นิดหน่อย" แพรวาตอบ
"แน่ใจนะคะ?" คุณแม่มองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก "มีอะไรก็บอกแม่ได้นะ"
แพรวาพยักหน้า "ค่ะคุณแม่" เธอรู้ดีว่าคุณแม่เป็นห่วงเธอ แต่ในตอนนี้ เธอไม่รู้จะเริ่มอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้คุณแม่เข้าใจได้อย่างไร
คืนนั้น แพรวานอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาบนเตียง คิดถึงเรื่องราวต่างๆ นาๆ เธอหวังเพียงว่า พรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น และเธอจะมีโอกาสได้คุยกับต้นอย่างเปิดอก
4,605 ตัวอักษร