สตอรี่รัก ใต้โปรไฟล์ปลอม

ตอนที่ 25 / 50

ตอนที่ 25 — การสารภาพที่บีบคั้นหัวใจ

นิรันดร์วางสายโทรศัพท์ลงอย่างช้าๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นนวดขมับเบาๆ ความรู้สึกผิดกัดกินใจเขาอย่างรุนแรง เขาได้ตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตไปแล้ว การตัดสินใจที่แลกมาด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจของเพื่อนสนิทอย่างปัณณวิชญ์ ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ แต่สิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดคือการที่แผนการนี้จะทำให้เขาต้องทำลายความสัมพันธ์ที่เขามีค่ามากที่สุดไป "ฉันขอโทษนะ ปัณณวิชญ์" เสียงของเขาสั่นเครือ ราวกับกำลังพูดอยู่กับเงาของเพื่อนที่กำลังจะหายไปในพริบตา เขาพยายามบอกตัวเองว่านี่คือสิ่งที่จำเป็น นี่คือหนทางเดียวที่จะปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารัก แต่กระนั้น หัวใจของเขาก็ยังคงเจ็บปวด เขานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นและเดินออกจากร้านกาแฟ ท้องถนนยามบ่ายคลับคล้ายคลับคลาไปด้วยผู้คน เสียงจอแจของเมืองหลวงทำให้เขารู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าเดิม เขาเดินอย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้ความคิดไหลล่องไปตามกระแสอารมณ์ที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัว "จะทำยังไงต่อไปดีนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเขาก็กระตุกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นข้อความจากเลขหมายที่ไม่คุ้นเคย "เจอกันที่ตึกร้างเก่าตรงริมแม่น้ำตอนสองทุ่ม ห้ามพาใครไป" ข้อความสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความหมายแฝงที่ทำให้นิรันดร์รู้สึกหนาวสะท้าน เขาไม่แน่ใจว่าใครส่งข้อความนี้มา แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขากำลังเผชิญอยู่ "ก็ได้" เขาตอบกลับข้อความนั้นไปอย่างเด็ดเดี่ยว ตลอดช่วงบ่าย นิรันดร์ใช้เวลาไปกับการคิดทบทวนแผนการทั้งหมด เขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น การเผชิญหน้าครั้งนี้อาจจะเป็นการตัดสินชะตาชีวิตของเขา และอาจรวมถึงชะตากรรมของบริษัททั้งหมดด้วย ในขณะเดียวกัน ปัณณวิชญ์กำลังพยายามอย่างหนักที่จะรวบรวมสติ เขาเพิ่งออกจากร้านกาแฟด้วยหัวใจที่สับสนวุ่นวาย คำพูดของนิรันดร์ยังคงก้องอยู่ในหู การที่นิรันดร์สารภาพเรื่องแผนการที่เขาแอบวางไว้เบื้องหลังมันทำให้ปัณณวิชญ์รู้สึกเหมือนถูกหักหลังจากคนที่เขาไว้ใจที่สุด "ทำไมต้องทำแบบนี้" ปัณณวิชญ์ถามตัวเองซ้ำๆ ขณะที่รถของเขากำลังแล่นไปตามถนน เขาพยายามคิดหาเหตุผล แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่สมเหตุสมผลพอจะอธิบายการกระทำของนิรันดร์ได้ "นายเป็นคนบอกฉันเองนะนิรันดร์ ว่าเราคือเพื่อนกัน ว่าเราจะไม่มีวันหักหลังกัน" ความคิดถึงบทสนทนาเก่าๆ ผุดขึ้นมาในหัว น้ำตาคลอหน่วย ปัณณวิชญ์เคยเชื่อใจนิรันดร์อย่างสุดหัวใจ เขามองนิรันดร์เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เป็นคนที่เขาปรึกษาได้ทุกเรื่อง และเป็นคนที่เขาคิดว่าจะไม่มีวันทรยศเขา "หรือว่าทั้งหมดที่ผ่านมามันเป็นแค่การแสดง" คำถามนี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด การที่ต้องมารับรู้ความจริงที่โหดร้ายแบบนี้ มันทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาตัดสินใจขับรถกลับบ้านทันที เขาต้องการเวลาอยู่คนเดียวเพื่อประมวลผลทุกอย่างที่เกิดขึ้น เมื่อถึงบ้าน ปัณณวิชญ์ตรงไปที่ห้องทำงานของเขา เขาเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา และเริ่มไล่ดูไฟล์เอกสารต่างๆ ที่เขาเคยเก็บรวบรวมไว้เกี่ยวกับบริษัทของกัญญาวีร์ เขาต้องการหาหลักฐานบางอย่างที่อาจจะช่วยให้เขาเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้ดีขึ้น "ต้องมีอะไรสักอย่างที่ฉันมองข้ามไปแน่ๆ" เขาทำงานอย่างหนักจนกระทั่งฟ้ามืด แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดส่องเข้ามาในความมืดของห้อง แต่ถึงแม้จะพยายามมากเท่าไหร่ เขาก็ยังไม่พบสิ่งใดที่สามารถอธิบายการกระทำของนิรันดร์ได้อย่างชัดเจน "หรือว่านี่จะเป็นกับดัก" ความคิดนี้ทำให้เขาใจหายวาบ เขาไม่แน่ใจว่านิรันดร์กำลังพยายามจะทำลายเขาจริงๆ หรือไม่ หรือว่ามีใครบางคนกำลังอยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้ ในขณะที่ปัณณวิชญ์กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดที่สับสน ร่างของเขาก็พลันแข็งทื่อขึ้นมาเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น "ฮัลโหล" เขาตอบรับด้วยเสียงแหบพร่า "ปัณณวิชญ์ นี่ฉันเอง กัญญาวีร์" เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย ปัณณวิชญ์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง "กัญญาวีร์! เธอโทรมาหาฉันได้ยังไง" "ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วยค่ะ ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น" "เธอรู้เรื่องอะไร" ปัณณวิชญ์ถามเสียงเข้ม "ฉันรู้ว่านิรันดร์กำลังวางแผนอะไรบางอย่าง และฉันก็รู้ว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย" คำพูดของกัญญาวีร์ทำให้ปัณณวิชญ์ยิ่งสับสนมากขึ้น "อันตราย? เธอหมายความว่ายังไง" "ฉันไม่สามารถอธิบายทุกอย่างทางโทรศัพท์ได้ค่ะ เรามาเจอกันดีกว่า ฉันมีข้อมูลบางอย่างที่อาจจะเป็นประโยชน์กับคุณ" "เจอกันที่ไหน" ปัณณวิชญ์ถามอย่างระแวง "ที่เดิมที่เราเจอกันครั้งแรกก็ได้ค่ะ คาเฟ่เล็กๆ แถวออฟฟิศของคุณ ตอนบ่ายสองโมง พรุ่งนี้" "ตกลง" ปัณณวิชญ์ตอบรับอย่างหนักแน่น หลังจากวางสายจากกัญญาวีร์ ปัณณวิชญ์ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนไป โลกที่เขาเคยรู้จักกำลังจะถูกพลิกผันครั้งใหญ่ เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่กัญญาวีร์จะบอกนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่เขาก็พร้อมที่จะรับฟัง "ถ้าทั้งหมดนี้เป็นแค่การแสดง ฉันคงจะเสียใจมากที่ไว้ใจใครผิดคน" เขานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเปิดไฟล์เอกสารเกี่ยวกับบริษัทของกัญญาวีร์ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเขาจับจ้องไปที่ข้อมูลบางอย่างที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้"

4,150 ตัวอักษร