ตอนที่ 17 — เงาแค้นในอดีต
สุพจน์เดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น เขาเห็นอรอนงค์นั่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าซีดเซียวดูเป็นกังวล
"เป็นอย่างไรบ้างคะพี่สุพจน์" อรอนงค์ถามเสียงเบา
สุพจน์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ "ก็อย่างที่คิดแหละอร" เขาถอนหายใจยาว "พี่สุรชัยยังคงยืนกรานจะต่อรอง"
"ต่อรองเรื่องอะไรคะ" อรอนงค์ถามอย่างไม่เข้าใจ
"พี่สุรชัยเสนอให้เรายกที่ดินแปลงเล็กที่ติดกับบ้านให้เขา" สุพจน์เล่า "เพื่อแลกกับการที่เราจะได้สิทธิ์ในการจัดการที่ดินริมน้ำทั้งหมด"
อรอนงค์ตาโตด้วยความตกใจ "ไม่จริงน่าคะพี่สุพจน์ ที่ดินแปลงเล็กนั่นเป็นความทรงจำของคุณแม่นะคะ"
"พี่ก็รู้" สุพจน์พยักหน้า "แต่พี่สุรชัยบอกว่ามันคือการต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล"
"ผลประโยชน์ของตระกูล หรือผลประโยชน์ของพี่สุรชัยคะ" อรอนงค์สวนกลับอย่างไม่พอใจ "พี่สุรชัยไม่เคยคิดจะเห็นใครนอกจากตัวเองเลย"
"ใจเย็นๆ อร" สุพจน์พยายามปลอบ "เราต้องคิดให้รอบคอบ"
"คิดอะไรอีกคะพี่" อรอนงค์เสียงดังขึ้น "พี่สุรชัยกำลังจะพรากสิ่งสุดท้ายที่เชื่อมโยงเรากับคุณแม่ไปนะคะ"
"พี่รู้ว่ามันสำคัญ" สุพจน์ยอมรับ "แต่ถ้าเราไม่ยอม พี่สุรชัยก็จะใช้อำนาจทั้งหมดในการจัดการมรดก สุดท้ายเราอาจจะไม่ได้อะไรเลย"
"แต่ที่ดินแปลงนั้นมันมีค่าทางใจมากกว่าอะไรทั้งหมดนะคะ" อรอนงค์น้ำตาคลอ "พี่สุพจน์จำได้ไหมคะ ตอนที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ คุณแม่ชอบไปนั่งเล่นตรงนั้นที่สุด คุณแม่เคยบอกว่าต้นมะลิที่ปลูกไว้ตรงนั้นหอมที่สุดในโลก"
สุพจน์พยักหน้า เขาจำได้ดี ภาพของคุณแม่ในชุดผ้าถุงลายดอก กำลังรดน้ำต้นไม้ด้วยรอยยิ้มที่สดใส มันเป็นภาพที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอ
"แล้วทำไมพี่สุรชัยถึงอยากได้ที่ดินแปลงนั้นนัก" อรอนงค์ถามอย่างสงสัย
"พี่ก็ไม่แน่ใจ" สุพจน์ตอบ "แต่เขาคงรู้ว่ามันมีความหมายกับเรามาก"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของสุพจน์ก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู เป็นเบอร์ของสมชาย ทนายความประจำตระกูล
"ครับคุณสมชาย" สุพจน์รับสาย
"คุณสุพจน์ครับ ผมมีเรื่องสำคัญต้องเรียนให้ทราบ" น้ำเสียงของสมชายดูเร่งรีบ
"มีอะไรครับ" สุพจน์ถามอย่างระแวง
"ผมเพิ่งได้รับเอกสารชุดหนึ่งจากคุณสุรชัย" สมชายกล่าว "เป็นเอกสารเกี่ยวกับประวัติการซื้อขายที่ดินแปลงริมน้ำ"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม" สุพจน์ถาม
"เอกสารชุดนี้แสดงให้เห็นว่า ที่ดินแปลงริมน้ำของคุณท่าน ไม่ได้เป็นของคุณท่านโดยสมบูรณ์ตั้งแต่แรกครับ" สมชายบอก "มีส่วนหนึ่งของที่ดินที่ถูกขายไปเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่กลับไม่เคยถูกนำมาโอนในทะเบียนมรดก"
สุพจน์อึ้งไป เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน "หมายความว่ายังไงครับ"
"หมายความว่า ที่ดินริมน้ำผืนนั้น อาจจะมีเจ้าของที่แท้จริงคนอื่นอยู่ครับ" สมชายอธิบาย "และเอกสารที่ผมได้รับมา น่าจะเป็นหลักฐานว่าเจ้าของคนนั้น คือญาติห่างๆ ของคุณท่านที่เคยมีเรื่องขัดแย้งกันเมื่อนานมาแล้ว"
"เรื่องขัดแย้งอะไรครับ" สุพจน์ถามอย่างตกใจ
"เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจการค้าสมัยก่อนครับ" สมชายตอบ "ว่ากันว่าตอนนั้นคุณท่านได้เอาเปรียบญาติคนนี้ไป ทำให้ญาติคนนั้นเสียที่ดินส่วนหนึ่งไป ซึ่งที่ดินส่วนหนึ่งนั้น ก็คือส่วนหนึ่งของที่ดินริมน้ำที่เรากำลังคุยกันอยู่ครับ"
สุพจน์แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง "ไม่จริงน่า"
"ผมก็ไม่แน่ใจทั้งหมดครับ" สมชายกล่าว "แต่เอกสารที่ได้รับมา มันดูน่าเชื่อถือมาก และคุณสุรชัยก็ดูเหมือนจะรู้เรื่องนี้ดี"
"แล้วพี่สุรชัยเสนอให้ผมจัดการที่ดินริมน้ำทำไม" สุพจน์ถามอย่างงุนงง
"นั่นเป็นสิ่งที่ผมกำลังสงสัยอยู่เช่นกันครับ" สมชายตอบ "ดูเหมือนว่า คุณสุรชัยกำลังพยายามจะใช้คุณเป็นเครื่องมือในการจัดการกับปัญหานี้"
"เครื่องมือยังไงครับ"
"ผมไม่แน่ใจครับคุณสุพจน์" สมชายกล่าว "แต่ผมแนะนำว่า คุณสุพจน์ควรจะระมัดระวังตัวให้มาก การเข้ามาพัวพันกับเรื่องที่ดินแปลงนี้ อาจจะอันตรายกว่าที่คุณคิด"
หลังจากวางสายจากสมชาย สุพจน์ก็หันไปมองอรอนงค์ ใบหน้าของเขาสับสนและเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
"เกิดอะไรขึ้นคะพี่" อรอนงค์ถามเมื่อเห็นสีหน้าของเขา
"อร" สุพจน์เริ่มพูด "เรื่องมันซับซ้อนกว่าที่เราคิดมาก"
"ซับซ้อนยังไงคะ"
"ที่ดินริมน้ำผืนที่เรากำลังจะแบ่งกันน่ะ" สุพจน์พยายามเรียบเรียงคำพูด "มันอาจจะไม่ใช่ของเราตั้งแต่แรก"
อรอนงค์มองพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ "พี่พูดเรื่องอะไรคะ"
"มีคนบอกว่า ที่ดินส่วนหนึ่งของผืนนั้น เป็นของญาติคนหนึ่งของท่านพ่อ" สุพจน์อธิบาย "ซึ่งญาติคนนั้นเคยมีเรื่องขัดแย้งกับท่านพ่อเมื่อนานมาแล้ว"
"แล้วพี่สุรชัยรู้เรื่องนี้ด้วยใช่ไหมคะ" อรอนงค์ถาม
"น่าจะรู้" สุพจน์ตอบ "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเสนอให้ผมเป็นคนจัดการเรื่องนี้"
"บางทีพี่สุรชัยอาจจะอยากให้พี่เป็นคนรับผิดชอบเรื่องที่ดินผืนนั้นไปเลย" อรอนงค์เสนอความเห็น "ถ้ามันมีปัญหาเกิดขึ้น เขาจะได้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยว"
"ไม่แน่" สุพจน์ส่ายหน้า "บางทีเขาอาจจะมีแผนอื่นที่ซับซ้อนกว่านั้น"
สุพจน์นั่งนิ่ง เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความขัดแย้งเรื่องมรดกที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องของพี่น้อง กำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น และอันตรายกว่านั้น
3,980 ตัวอักษร