คำสาปแห่งผืนป่าต้องห้าม

ตอนที่ 19 / 47

ตอนที่ 19 — คำสารภาพจากผู้พิทักษ์

แสงสีขาวบริสุทธิ์จากอัญมณีบนแท่นบูชาค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านช่องว่างบนเพดานวิหารลงมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในวิหารกลับคืนสู่ความสงบเงียบ แต่คราวนี้เป็นความสงบที่มาพร้อมกับความหวังและความเข้าใจใหม่ แทนก้าวเข้าไปใกล้แท่นบูชา และมองดูอัญมณีที่บัดนี้ดูสงบนิ่ง แต่ก็ยังคงเปล่งประกายอ่อนๆ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รอยสักรูปดวงดาวบนแขนซ้ายของเขายังคงเรืองรองอยู่จางๆ เป็นเครื่องยืนยันถึงพลังที่เพิ่งปลดปล่อยออกมา ชายชราผู้เคยเป็นผู้พิทักษ์คำสาป บัดนี้ทรุดตัวลงนั่งอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แววตาที่เคยมุ่งร้ายได้แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด “ท่าน... ท่านรอดแล้ว” ชายชราเอ่ยขึ้น เสียงแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความยินดี “พลังแห่งแสงสว่าง... ข้าไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นอีกครั้ง” แทนหันไปมองชายชราด้วยความสงสัย “ท่าน... คือผู้พิทักษ์คำสาปจริงๆ หรือ?” ชายชราพยักหน้าช้าๆ “ข้าคือ คาริม ข้าคือผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพชนในการปกป้องผืนป่าแห่งนี้ และปกป้องคำสาปที่ผูกมัดมันไว้” “คำสาปที่ผูกมัดผืนป่า? แต่ท่านเพิ่งบอกว่าพลังนี้คือพลังแห่งแสงสว่าง... แล้วคำสาปนั้นคืออะไร?” แทนถามอย่างตั้งใจ เขาพยายามทำความเข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้น คาริมถอนหายใจยาว “คำสาปนี้... มันซับซ้อนกว่าที่เจ้าคิดมากนัก แท้จริงแล้ว มันไม่ใช่คำสาปที่เกิดจากความชั่วร้าย แต่มันคือการผนึกพลังอันยิ่งใหญ่ต่างหาก พลังที่หากปราศจากการควบคุม มันสามารถทำลายล้างทุกสิ่งได้” “พลังที่ยิ่งใหญ่? พลังอะไร?” “พลังแห่งชีวิต... พลังแห่งผืนป่าที่เรากำลังยืนอยู่” คาริมอธิบาย “บรรพชนของข้าเป็นชนเผ่าที่ผูกพันกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง พวกเขาค้นพบแหล่งพลังงานอันบริสุทธิ์ในใจกลางของผืนป่าแห่งนี้ พลังนี้สามารถทำให้ทุกสิ่งเจริญงอกงาม สามารถเยียวยาทุกสรรพสิ่ง แต่ในขณะเดียวกัน หากมันถูกใช้ในทางที่ผิด หรือหากพลังงานนั้นมากเกินไป มันก็จะแปรเปลี่ยนเป็นความพิโรธที่ทำลายล้างทุกชีวิตได้” แทนเงยหน้ามองเพดานวิหาร “แล้วอัญมณีนี้ล่ะ? มันเกี่ยวข้องกับพลังนั้นอย่างไร?” “อัญมณีนี้คือหัวใจของพลังงานนั้น” คาริมชี้ไปที่อัญมณีสีฟ้าครามบนแท่นบูชา “มันทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการควบคุมและกระจายพลังงานให้สมดุล หากไม่มีอัญมณีนี้ พลังงานจะปั่นป่วน และก่อให้เกิดหายนะ” “แต่... ทำไมถึงต้องมีการผนึก? ทำไมถึงต้องมีคำสาป?” แทนยังคงสงสัย “เพราะในอดีตกาล มีผู้ไม่หวังดีพยายามจะควบคุมพลังนี้เพื่อแสวงหาอำนาจ พวกเขาทำให้พลังงานเสียสมดุล และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง บรรพชนของข้าจึงต้องคิดหาวิธีผนึกมันไว้ชั่วนิรันดร์ เพื่อป้องกันไม่ให้มันตกอยู่ในมือของคนชั่วร้ายอีก” คาริมเล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “พวกเขาจึงสร้างคำสาปขึ้นมา เพื่อให้แน่ใจว่ามีเพียงผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์และเข้าใจในสมดุลของธรรมชาติเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงและควบคุมพลังนี้ได้” “แล้วรอยสักบนแขนของข้าล่ะ? มันคืออะไร?” แทนยกแขนซ้ายขึ้น รอยสักรูปดวงดาวยังคงมีแสงเรืองรองอยู่จางๆ “นั่นคือตราประทับแห่งผู้ถูกเลือก” คาริมตอบ “เป็นสัญลักษณ์ที่บรรพชนของข้าได้สร้างขึ้น เพื่อบ่งบอกถึงผู้ที่จะมาสืบทอดหน้าที่ในการปกป้องผืนป่าและอัญมณีนี้ ผู้ที่จะได้รับพลังในการควบคุมสมดุลแห่งธรรมชาติ” “ผู้ถูกเลือก? หมายความว่า... ข้าคือผู้ถูกเลือก?” แทนถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “ใช่แล้ว” คาริมมองตรงมาที่แทน “เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว พลังที่เจ้าแสดงออกมาเมื่อครู่ คือพลังแห่งแสงสว่างบริสุทธิ์ที่สามารถขับไล่ความมืดมิดได้ มันแสดงให้เห็นว่าเจ้านั้นคู่ควรที่จะครอบครองพลังนี้” “แต่ข้าเป็นแค่นักโบราณคดี ข้าไม่เคยมีพลังพิเศษอะไรมาก่อน” แทนรู้สึกสับสน “พลังที่แท้จริงไม่ได้มาจากสิ่งภายนอกเสมอไป” คาริมยิ้มบางๆ “มันอาจซ่อนอยู่ในตัวเจ้ามาตลอด เพียงแต่รอเวลาและเหตุการณ์ที่เหมาะสมที่จะปลุกมันขึ้นมา การค้นพบของเจ้า การเดินทางของเจ้าในผืนป่าแห่งนี้ ได้หล่อหลอมให้เจ้าเติบโต และเปิดเผยศักยภาพที่แท้จริงของเจ้า” “แล้วทำไมท่านถึงต้องต่อสู้กับข้า? ทำไมท่านถึงพยายามจะฆ่าข้า?” คำถามที่ค้างคาใจของแทนถูกเอ่ยออกมา คาริมก้มหน้าลง “นั่นเป็นความผิดพลาดของข้าเอง” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ข้าถูกปลูกฝังมาให้เชื่อว่า ผู้ที่เข้าใกล้แท่นบูชานี้จะต้องถูกกำจัด เพื่อปกป้องคำสาป แต่เมื่อข้าเห็นพลังที่เจ้าปลดปล่อยออกมา ข้าก็ตระหนักได้ว่าข้าได้ตัดสินเจ้าผิดไป ข้าหลงเชื่อในสิ่งที่บรรพชนของข้าสั่งสอนมานานเกินไป จนลืมที่จะมองหาความจริง” “แต่การต่อสู้กับท่าน... มันทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น” แทนกล่าว “มันทำให้ข้าเข้าใจถึงความหมายของพลังที่แท้จริง” “และข้าก็ได้รับบทเรียนอันยิ่งใหญ่เช่นกัน” คาริมลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล “ข้าได้เรียนรู้ว่า การปกป้องที่แท้จริง ไม่ใช่การปิดกั้น แต่คือการส่งต่อให้กับผู้ที่เหมาะสม” “แล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร? คำสาป... มันจะหายไปแล้วใช่ไหม?” แทนถาม “คำสาปในรูปแบบของการผนึกที่ชั่วร้าย จะหายไป” คาริมตอบ “แต่การควบคุมสมดุลแห่งพลังยังคงอยู่ และบัดนี้ หน้าที่นั้นจะเป็นของเจ้า” “ของข้า? แต่ข้าจะทำได้อย่างไร?” “เจ้ามีอัญมณีเป็นเครื่องนำทาง และเจ้ามีรอยสักแห่งผู้ถูกเลือกเป็นเครื่องยืนยัน” คาริมมองแทนด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความหวัง “จงเรียนรู้ที่จะเข้าใจผืนป่าแห่งนี้ให้มากขึ้น เรียนรู้ที่จะฟังเสียงของธรรมชาติ และจงใช้พลังของเจ้าเพื่อรักษาความสมดุล” “ข้า... ข้าจะพยายาม” แทนรับปากอย่างหนักแน่น เขารู้สึกถึงภาระอันยิ่งใหญ่ที่กำลังแบกรับ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่น “ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า” คาริมกล่าว “ข้าจะถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่ข้ามีให้กับเจ้า เพื่อให้เจ้าพร้อมสำหรับหน้าที่ใหม่นี้” แสงจันทร์ที่ส่องลงมาในวิหารดูเหมือนจะสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง ราวกับเป็นพยานแห่งการเริ่มต้นใหม่ และการส่งต่อเจตนารมณ์อันศักดิ์สิทธิ์

4,717 ตัวอักษร