ตอนที่ 23 — ผืนป่าพิษและเสียงคร่ำครวญ
เช้าวันต่อมา อากาศยังคงเย็นสบาย แต่ความรู้สึกตึงเครียดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของแทน เมื่อคาริมบอกว่าพวกเขาจะเดินทางไปยังส่วนที่ลึกเข้าไปในป่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากคำสาปอย่างรุนแรงที่สุด
"บริเวณนี้เคยเป็นศูนย์กลางของพลังงานอันบริสุทธิ์" คาริมอธิบาย ขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปในป่าลึก "แต่การปลดปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาลในอดีต ได้ทิ้งร่องรอยของความเสียหายไว้มากมายเกินกว่าจะเยียวยาได้ในเวลาอันสั้น"
ยิ่งพวกเขาเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งมืดมิดและเงียบสงัดมากขึ้นเท่านั้น แสงแดดแทบจะส่องผ่านเข้ามาไม่ได้เลย ใบไม้ที่เคยเขียวขจีกลับกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม บางส่วนก็มีลักษณะบิดเบี้ยวผิดรูป ลำต้นของต้นไม้มีรอยไหม้เกรียมราวกับถูกไฟป่าเผาผลาญอย่างรุนแรง
"ที่นี่คือ 'ดินแดนแห่งความเงียบ' เจ้าจะไม่ได้ยินเสียงนกร้อง หรือเสียงแมลงใดๆ เลย" คาริมกล่าว เสียงของเขาฟังดูเศร้าสร้อย "ทุกชีวิตที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ล้วนถูกกลืนกินไปโดยพลังงานที่ปั่นป่วน"
แทนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่คืบคลานเข้ามาในปอด อากาศที่นี่มีกลิ่นฉุนเหมือนสารเคมีเจือปนอยู่จางๆ ไม่เหมือนกลิ่นอับชื้นของความตาย แต่เป็นกลิ่นที่บอกถึงการปนเปื้อนบางอย่าง
"สารพิษที่เกิดจากการสลายตัวของพลังงานที่ถูกผนึก" คาริมอธิบายเมื่อเห็นสีหน้าของแทน "มันเป็นผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่สุดของคำสาป เมื่อพลังงานบริสุทธิ์ถูกบิดเบือน มันก็กลายสภาพเป็นพิษที่กัดกร่อนทุกสรรพสิ่ง"
ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงประหลาดดังแว่วมาแต่ไกล เสียงนั้นเหมือนเสียงร้องคร่ำครวญของสิ่งมีชีวิตที่กำลังทรมาน เป็นเสียงที่ฟังดูทั้งโหยหวนและน่ากลัว
"เสียงอะไรน่ะครับ" แทนถาม เขาหันซ้ายหันขวา มองหาต้นตอของเสียงนั้น
"มันคือเสียงสะท้อนของจิตวิญญาณที่ยังคงติดค้างอยู่ในผืนป่า" คาริมตอบ ดวงตาของเขาสั่นไหว "พวกเขาคือผู้ที่ถูกพลังงานแห่งพิษกัดกินจนไม่สามารถไปสู่ภพภูมิอื่นได้"
พวกเขาก้าวเดินต่อไปด้วยความระมัดระวัง เสียงคร่ำครวญนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเขามาถึงแอ่งน้ำขนาดใหญ่ น้ำในแอ่งนั้นมีสีดำขุ่น และมีฟองอากาศผุดขึ้นมาจากก้นบ่อเป็นระยะๆ กลิ่นฉุนก็รุนแรงขึ้นจนแสบจมูก
"แอ่งน้ำแห่งนี้เคยเป็นแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในป่า" คาริมกล่าว "แต่ตอนนี้ มันกลายเป็นแหล่งรวมของสารพิษที่เข้มข้นที่สุด"
แทนก้มมองลงไปในแอ่งน้ำ เขามองเห็นเงาตะคุ่มๆ เคลื่อนไหวอยู่ใต้น้ำราวกับเป็นเงาของสิ่งมีชีวิตที่กำลังดิ้นรน ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญที่ดังมาจากทุกทิศทุกทาง
"เราจะทำอย่างไรกับที่นี่ครับ" แทนถาม "มันดูเหมือนจะไม่มีทางเยียวยาได้เลย"
"การเยียวยามักเริ่มต้นจากจุดที่เลวร้ายที่สุดเสมอ" คาริมตอบ "พลังงานแห่งแสงสว่างของเจ้าจำเป็นต้องถูกนำมาใช้ที่นี่ เพื่อต่อกรกับพลังงานแห่งพิษ"
"แต่ผมจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพลังของผมจะไม่ถูกกลืนกินไป" แทนถามอย่างกังวล "ผมสัมผัสได้ถึงความรุนแรงของพลังงานที่นี่"
"นั่นคือเหตุผลที่เจ้าต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้น" คาริมกล่าว "พลังแห่งแสงสว่างนั้นมีคุณสมบัติในการชำระล้าง และขับไล่สิ่งชั่วร้าย หากเจ้าสามารถควบคุมมันได้อย่างแท้จริง มันก็จะสามารถเปลี่ยนพลังงานแห่งพิษให้กลับกลายเป็นความสมดุลได้"
คาริมหยิบเอาเครื่องรางชิ้นเล็กๆ ที่ทำจากไม้สลักรูปใบไม้ขึ้นมา มันเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา "นี่คือ 'เครื่องรางแห่งการชำระล้าง' มันจะช่วยปกป้องเจ้าจากผลกระทบของพลังงานแห่งพิษในระดับหนึ่ง"
เขาหยิบเครื่องรางอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน แต่เปล่งแสงสีเขียวอ่อน "ส่วนชิ้นนี้คือ 'เครื่องรางแห่งการเยียวยา' มันจะช่วยให้เจ้าสามารถสัมผัสและส่งพลังงานแห่งชีวิตได้ง่ายขึ้น"
คาริมมอบเครื่องรางทั้งสองชิ้นให้กับแทน "จงสวมใส่ไว้ตลอดเวลา มันจะช่วยเจ้าในการต่อสู้กับพลังงานแห่งพิษ"
แทนรับเครื่องรางทั้งสองชิ้นมาสวมใส่ เขารู้สึกถึงความเย็นสบายที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกายทันทีที่เครื่องรางสัมผัสผิวหนัง เสียงคร่ำครวญรอบตัวดูเบาลงเล็กน้อย
"เอาล่ะ" คาริมกล่าว "ตอนนี้ เจ้าลองตั้งสมาธิ แล้วลองส่งพลังงานแห่งแสงสว่างของเจ้าเข้าไปในแอ่งน้ำแห่งนี้ ค่อยๆ ทำทีละน้อยก่อน"
แทนพยักหน้ารับ เขานั่งลงข้างแอ่งน้ำ หลับตาลง และเริ่มรวบรวมสมาธิ เขารู้สึกถึงพลังงานที่ปั่นป่วนและเป็นพิษรอบตัว มันพยายามที่จะกัดกินพลังงานที่บริสุทธิ์ของเขา แต่เขาก็พยายามที่จะรักษาความสงบนิ่ง
เขาค่อยๆ ปล่อยพลังงานแสงสว่างสีทองออกมาจากฝ่ามือ มันค่อยๆ ไหลเอื่อยๆ ลงไปในน้ำสีดำ
ทันใดนั้น เสียงคร่ำครวญก็ดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด ราวกับมีบางสิ่งกำลังต่อต้านการเข้ามาของพลังงานบริสุทธิ์ น้ำในแอ่งเริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรง ฟองอากาศผุดขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิม
"อดทนไว้!" คาริมตะโกน "นี่คือการต่อสู้ระหว่างความมืดและความสว่าง"
แทนกัดฟันแน่น เขาพยายามส่งพลังงานเข้าไปให้มากขึ้น ยิ่งเขาส่งพลังงานเข้าไปมากเท่าไหร่ น้ำในแอ่งก็ยิ่งปั่นป่วนมากขึ้นเท่านั้น เขารู้สึกได้ถึงแรงต้านทานที่พยายามจะผลักดันพลังงานของเขาออกไป
"ข้าจะช่วยเจ้า" คาริมกล่าว เขาวางมือลงบนไหล่ของแทน และส่งพลังงานสีฟ้าอ่อนๆ เข้าไปเสริม
เมื่อพลังงานทั้งสองหลอมรวมกัน เกิดเป็นแสงสีเขียวมรกตสว่างวาบขึ้นมากลางแอ่งน้ำ เสียงคร่ำครวญค่อยๆ เบาลง และความปั่นป่วนของน้ำก็เริ่มสงบลง
แทนลืมตาขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน เขามองไปยังแอ่งน้ำที่ตอนนี้มีแสงสีเขียวมรกตสว่างไสวอยู่กลางบ่อ น้ำสีดำเริ่มจางลงเล็กน้อย กลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ
"เจ้าทำได้" คาริมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ภูมิใจ "เจ้าสามารถเปลี่ยนพลังงานแห่งพิษให้กลายเป็นพลังงานที่สมดุลได้"
"แต่มันยังไม่หายขาด" แทนพูด "น้ำก็ยังดูไม่บริสุทธิ์เหมือนเดิม"
"แน่นอน" คาริมตอบ "การเยียวยาบาดแผลของผืนป่าแห่งนี้ต้องใช้เวลาอีกยาวนาน สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือการบรรเทาอาการ และป้องกันไม่ให้มันลุกลามไปมากกว่านี้"
พวกเขาใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการทำซ้ำกระบวนการนี้ในบริเวณรอบๆ แอ่งน้ำ ค่อยๆ ชำระล้างพลังงานแห่งพิษทีละน้อย
แม้จะยังคงมีความรู้สึกเหนื่อยล้า แต่แทนก็รู้สึกถึงความหวังที่ก่อตัวขึ้นในใจ เขาได้เห็นแล้วว่าพลังแห่งแสงสว่างของเขาสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง แม้ในสถานที่ที่ดูเหมือนจะหมดหนทางที่สุด
"ข้าภูมิใจในตัวเจ้ามาก แทน" คาริมกล่าวขณะที่ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ "เจ้าได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าคือผู้ที่เหมาะสมที่จะแบกรับภาระนี้"
แทนยิ้มรับคำชม เขารู้ดีว่าการเดินทางของเขายังอีกยาวไกล แต่การได้เห็นผลลัพธ์ของการกระทำของตนเอง ทำให้เขามีกำลังใจที่จะก้าวต่อไป
5,137 ตัวอักษร