เมื่อนิทานกลายเป็นความจริง

ตอนที่ 11 / 43

ตอนที่ 11 — รอยร้าวในนิทานของนักเขียน

ความสัมพันธ์ของแพรไหมและกวินท์ดำเนินไปอย่างราบรื่นเหมือนสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ด้วยกัน แบ่งปันความสุขและความฝัน กวินท์ทุ่มเทกับการเขียนนิทานเรื่องใหม่ของพวกเขาอย่างเต็มที่ เขาเล่าให้แพรไหมฟังเสมอว่าเขาได้แรงบันดาลใจจากเธอมากเพียงใด "วันนี้ผมเขียนไปได้เยอะเลยนะ" กวินท์บอกแพรไหมขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่บนระเบียงห้องพัก มองดูแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า "ผมรู้สึกว่าตัวละครหลักของผม มันมีชีวิตชีวาขึ้นมาจริงๆ" "ดีจังเลยค่ะ" แพรไหมยิ้ม "ฉันก็อยากอ่านเร็วๆ แล้ว" "อดใจรอหน่อยนะ" กวินท์กุมมือของเธอไว้ "ผมอยากให้มันสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคุณ" แพรไหมมีความสุขกับทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่กับกวินท์ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในความฝันที่สวยงาม แต่ความฝันนั้นก็มีเงาบางๆ ทาบทับอยู่เสมอ เงาที่มาจากวันนั้น วันที่เธอได้ยินบทสนทนาของกวินท์กับคุณนลินี "คุณกวินท์คะ" แพรไหมเอ่ยถามในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่กวินท์กำลังนั่งเขียนต้นฉบับอยู่ที่โต๊ะทำงาน "คุณนลินีสบายดีไหมคะ" กวินท์เงยหน้าขึ้นมามองเธอเล็กน้อย แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจระคนไม่เข้าใจ "คุณนลินีเหรอครับ ทำไมคุณแพรไหมถามถึงเขา" "เปล่าค่ะ" แพรไหมรีบตอบ "แค่ถามเฉยๆ เห็นว่าคุณกวินท์สนิทกับเขา" กวินท์พยักหน้ารับ "เขาสบายดีครับ เขาเป็นเพื่อนที่ดีของผมคนหนึ่ง" เขากล่าว ก่อนจะกลับไปก้มหน้าก้มตาเขียนต้นฉบับต่อ คำตอบของกวินท์ไม่ได้ทำให้แพรไหมสบายใจขึ้นเลย ตรงกันข้าม มันกลับทำให้เธอรู้สึกกังวลมากขึ้น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงยังคงคิดถึงบทสนทนานั้นอยู่เสมอ ทำไมภาพเหตุการณ์ในวันนั้นถึงยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเธอ "คุณกวินท์คะ" แพรไหมตัดสินใจถามอีกครั้ง "คุณเคยมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับใครมาก่อนไหมคะ" กวินท์วางปากกาลง เขาหันมามองแพรไหมด้วยสายตาที่จริงจัง "ซับซ้อนในแบบไหนครับ" "ก็... แบบที่อาจจะมีคนเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะหน่อย" แพรไหมอธิบายอย่างตะกุกตะกัก "แบบที่อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือความรู้สึกที่ค้างคา" กวินท์เงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขามองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังรำลึกถึงบางสิ่งบางอย่าง "ในอดีต... อาจจะมีบ้างครับ" เขาตอบเสียงเบา "แต่ตอนนี้... มีแค่คุณแพรไหมเท่านั้น" "แต่ถ้า... ถ้าความสัมพันธ์นั้นยังไม่จบจริงๆ ล่ะคะ" แพรไหมถามเสียงสั่น "ถ้ายังมีคนพยายามจะเข้ามาแทรกแซงอยู่เสมอ" กวินท์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้ามาหาแพรไหม เขากุมมือของเธอไว้แน่น "คุณแพรไหมครับ" เขาพูดเสียงนุ่ม "ผมเข้าใจว่าคุณกำลังกังวลอะไรอยู่" แพรไหมเงยหน้ามองเขา น้ำตาเริ่มคลอเบ้า "ฉัน... ฉันได้ยินคุณกับคุณนลินีวันนั้นค่ะ" เธอสารภาพ "ฉันได้ยินที่คุณพูดถึง 'แผน' ของคุณ" กวินท์นิ่งอึ้งไป สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นซีดเผือด "คุณ... คุณได้ยินทั้งหมดเลยเหรอครับ" "บางส่วนค่ะ" แพรไหมตอบ "ฉันไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอะไร คุณกวินท์ช่วยอธิบายให้ฉันฟังได้ไหมคะ" กวินท์ยืนนิ่งไปนาน เขาดูเหมือนกำลังต่อสู้กับความคิดบางอย่างในใจ ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจที่จะพูดความจริงทั้งหมดออกมา "คุณแพรไหมครับ" กวินท์เริ่มพูดเสียงเครือ "จริงๆ แล้ว... คุณนลินีเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผมครับ และวันนั้น... เรากำลังคุยกันเรื่องแผนการโปรโมทหนังสือเล่มใหม่ของผม" แพรไหมมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "แผนโปรโมทเหรอคะ แล้ว... 'ตัวละครในนิทาน' ที่คุณพูดถึงล่ะคะ" "นั่นคือ... วิธีที่ผมจะพูดถึงคุณแพรไหมในสื่อครับ" กวินท์อธิบาย "ผมไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับความสัมพันธ์ของเรา ผมเลยแกล้งบอกคุณนลินีว่า คุณแพรไหมเป็นเหมือนตัวละครในนิทานของผม เป็นแรงบันดาลใจที่ผมไม่อยากให้ใครมารบกวน" แพรไหมยังคงนิ่งเงียบ เธอพยายามประมวลผลทุกคำพูดของกวินท์ "ผมขอโทษครับคุณแพรไหม" กวินท์พูดต่อ "ที่ทำให้คุณต้องกังวล ผมแค่อยากจะปกป้องความรู้สึกของคุณ ผมไม่อยากให้ใครมาเป่าหู หรือสร้างปัญหาให้กับเรา" "แล้ว... ความสัมพันธ์ของคุณกับคุณนลินีล่ะคะ" แพรไหมถามเสียงแผ่วเบา "มันจบลงแล้วจริงๆ ใช่ไหมคะ" กวินท์สบตาแพรไหม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ "คุณแพรไหมครับ ผมยืนยันตรงนี้เลยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคุณนลินีเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานเท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น ผมรักคุณแพรไหมคนเดียว" แพรไหมมองเข้าไปในดวงตาของกวินท์ เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เปล่งประกายออกมา เธอค่อยๆ คลายความกังวลที่เกาะกุมหัวใจมานาน "ฉัน... ฉันเข้าใจแล้วค่ะ" แพรไหมพูดเสียงเบา "ขอบคุณนะคะที่อธิบายให้ฉันฟัง" "ผมขอโทษจริงๆ นะครับที่ทำให้คุณต้องเสียใจ" กวินท์กุมมือแพรไหมอีกครั้ง "ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณต้องกังวลแบบนี้อีก" แพรไหมยิ้มบางๆ "ไม่เป็นไรค่ะ" เธอตอบ "ฉันเชื่อใจคุณกวินท์" แม้ว่าความเข้าใจผิดจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ในใจของแพรไหมก็ยังคงมีร่องรอยความกังวลเล็กๆ น้อยๆ เหลืออยู่ เธอรู้ว่าการที่จะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย "แล้ว... นิทานของเราล่ะคะ" แพรไหมเอ่ยถาม "จะยังเป็นนิทานที่สวยงามอยู่ไหมคะ" กวินท์ยิ้ม "แน่นอนครับ" เขาตอบ "เพราะแม้จะเจออุปสรรคเข้ามาบ้าง แต่นิทานทุกเรื่องก็ย่อมมีบททดสอบ เพื่อให้ตอนจบมีความหมายมากขึ้น" "แล้วบททดสอบของเราล่ะคะ" แพรไหมถาม "มันจะยากไหม" "ไม่ยากเกินกว่าความรักของเราหรอกครับ" กวินท์พูดพลางลูบแก้มของแพรไหมเบาๆ "ผมจะจับมือคุณไว้แน่น แล้วเราจะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน" แพรไหมมองกวินท์ด้วยความรัก เธอเชื่อมั่นในคำพูดของเขา เธอรู้ว่าความรักของพวกเขามีค่ามากพอที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่าง "ฉันรักคุณค่ะคุณกวินท์" แพรไหมบอก "ผมก็รักคุณแพรไหมที่สุดในโลกครับ" กวินท์ตอบพร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่น ทั้งสองคนโอบกอดกันแน่น ความรักของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลังจากผ่านบททดสอบเล็กๆ นี้มาได้ แพรไหมรู้ว่านิทานของพวกเขากำลังจะดำเนินต่อไป และเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น

4,615 ตัวอักษร