ตอนที่ 12 — เปลวเพลิงแห่งความหวังที่ไม่เคยดับ
หลังจากวันนั้นที่กวินท์ได้อธิบายความจริงเกี่ยวกับบทสนทนากับคุณนลินี แพรไหมก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก ความกังวลที่เคยกัดกินหัวใจเธอได้จางหายไป กลายเป็นความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งกว่าเดิมในความรักที่มีต่อกวินท์ พวกเขาใช้เวลาด้วยกันอย่างมีความสุข กวินท์ทุ่มเทให้กับการเขียนนิทานเรื่องใหม่ของพวกเขา ซึ่งเขาบอกว่าใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
"วันนี้ผมเกือบจะเขียนบทสุดท้ายเสร็จแล้วนะ" กวินท์บอกแพรไหมขณะที่ทั้งคู่นั่งจิบชาอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ มองดูบรรยากาศยามบ่ายที่เงียบสงบ "ผมตั้งใจจะจบเรื่องราวของเราให้สวยงามที่สุด"
"ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ" แพรไหมยิ้ม "ฉันตื่นเต้นที่จะได้อ่านมันจริงๆ"
"ผมมั่นใจว่าคุณจะต้องชอบ" กวินท์กล่าว "เพราะทุกตัวอักษรที่ผมเขียนออกมา ล้วนมาจากความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณ"
แพรไหมรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก การได้รับความรักและการใส่ใจจากกวินท์ในทุกๆ วัน ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก
"คุณกวินท์คะ" แพรไหมเอ่ยถาม "คุณคิดว่า... เมื่อนิทานจบลงแล้ว เราจะยังคงมีความสุขอยู่ไหมคะ"
กวินท์หันมามองแพรไหม ดวงตาของเขาฉายแววอบอุ่น "นิทานของผม ไม่เคยมีวันจบลงจริงๆ หรอกครับคุณแพรไหม" เขาตอบ "เพราะความรักของเรา จะเป็นบทต่อไปที่ผมจะเขียนมันไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด"
"ฉันก็หวังอย่างนั้นค่ะ" แพรไหมตอบ "ฉันอยากให้เรื่องราวของเราเป็นนิทานที่ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
"จะเป็นอย่างนั้นแน่นอนครับ" กวินท์ยืนยัน "เพราะผมจะไม่ยอมให้มีวันไหนที่ผมไม่ได้อยู่ข้างๆ คุณ"
วันเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว กวินท์ได้ส่งต้นฉบับนิทานเรื่องใหม่ให้แพรไหมอ่าน แพรไหมใช้เวลาเกือบทั้งวันอ่านมันอย่างตั้งใจ เรื่องราวในนิทานเล่าถึงนักเขียนผู้โดดเดี่ยวที่หลงใหลในโลกแห่งจินตนาการ จนกระทั่งได้พบกับครูอนุบาลสาวผู้แสนดีที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขาให้มีสีสันและเต็มไปด้วยความหมาย
ในนิทานเรื่องนี้ แพรไหมได้เห็นภาพตัวเองในอีกมุมหนึ่ง ตัวละครของเธอเป็นคนที่มีความเข้มแข็ง กล้าหาญ และมองโลกในแง่ดีเสมอ แม้จะมีความกังวลหรือความไม่แน่ใจเข้ามาบ้าง แต่เธอก็สามารถก้าวผ่านมันไปได้ด้วยความรักและความเข้าใจ
"ฉันชอบมากเลยค่ะคุณกวินท์" แพรไหมบอกกวินท์หลังจากอ่านจบ "มันเป็นนิทานที่สวยงามจริงๆ"
"ดีใจที่คุณแพรไหมชอบครับ" กวินท์ยิ้ม "ผมตั้งใจจะส่งต้นฉบับนี้ให้กับสำนักพิมพ์เร็วๆ นี้"
"แล้ว... หลังจากนิทานเล่มนี้ออกวางจำหน่ายล่ะคะ" แพรไหมถามด้วยความสงสัย "คุณกวินท์จะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรต่อไป"
กวินท์มองแพรไหมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก "เรื่องราวของเราไงครับ" เขาตอบ "ผมจะเขียนเรื่องราวความรักของเรา ให้กลายเป็นนิทานบทใหม่ ที่จะตราตรึงอยู่ในใจของทุกคนตลอดไป"
แพรไหมรู้สึกตื้นตันใจจนน้ำตาคลอเบ้า การที่กวินท์มองความสัมพันธ์ของพวกเขามีค่ามากถึงเพียงนี้ มันทำให้เธอรู้สึกมีความสุขอย่างหาที่สุดมิได้
"คุณกวินท์คะ" แพรไหมเอ่ยขึ้น "ฉันอยากจะขออะไรคุณอย่างหนึ่งได้ไหมคะ"
"ได้สิครับ อะไรก็ได้" กวินท์ตอบรับทันที
"ฉันอยากให้คุณกวินท์... ลองมอบหนังสือเล่มนี้ให้กับเด็กๆ ที่โรงเรียนของฉันได้ไหมคะ" แพรไหมเสนอ "ฉันอยากให้พวกเขาได้อ่านนิทานเรื่องนี้ และได้รับแรงบันดาลใจเหมือนที่ฉันได้รับ"
กวินท์พยักหน้าเห็นด้วยทันที "แน่นอนครับคุณแพรไหม" เขากล่าว "ผมยินดีอย่างยิ่ง"
ในวันเปิดตัวหนังสืออย่างเป็นทางการ แพรไหมได้มาร่วมงานด้วย เธอเห็นกวินท์กำลังเซ็นชื่อให้กับแฟนๆ อย่างมีความสุข แพรไหมรู้สึกภูมิใจในตัวกวินท์เป็นอย่างมาก
"คุณกวินท์คะ" แพรไหมพูดกับเขาหลังจากงานเลิก "ฉันดีใจที่ได้รู้จักคุณ"
"ผมก็ดีใจที่ได้รู้จักคุณแพรไหมเช่นกันครับ" กวินท์ตอบ "คุณคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผม"
กวินท์กุมมือแพรไหมไว้แน่น "คุณแพรไหมครับ" เขาเอ่ย "คุณจะแต่งงานกับผมนะครับ"
แพรไหมมองกวินท์ด้วยความประหลาดใจระคนยินดี น้ำตาแห่งความสุขเอ่อคลอเบ้า "ค่ะคุณกวินท์ ฉันจะแต่งงานกับคุณ"
กวินท์ยิ้มกว้าง เขาโอบกอดแพรไหมไว้แน่น ความรักของทั้งสองคนเบ่งบานราวกับดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดี
จากวันนั้นเป็นต้นมา เรื่องราวของกวินท์และแพรไหมก็กลายเป็นตำนาน เป็นนิทานที่เล่าขานต่อๆ กันไปถึงความรักอันบริสุทธิ์ระหว่างนักเขียนผู้มีจินตนาการและครูอนุบาลผู้ใจดี ที่ได้พบกันในโลกแห่งความเป็นจริง และสร้างนิทานบทใหม่ที่สวยงามที่สุดขึ้นมาด้วยกัน
แพรไหมยังคงสอนหนังสือเด็กๆ ต่อไป แต่ทุกครั้งที่เธอเล่านิทานให้พวกเขาฟัง เธอจะมองเห็นภาพของกวินท์เสมอ และกวินท์เองก็ยังคงเขียนเรื่องราวต่อไป โดยมีแพรไหมเป็นแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันจางหายไป
ความรักของทั้งสองคน เปรียบเสมือนแสงดาวที่ส่องประกายนำทาง ไม่เคยดับมอด พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้ในโลกที่เต็มไปด้วยความจริงอันโหดร้าย นิทานที่สวยงามก็ยังคงสามารถเกิดขึ้นได้จริง หากหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความหวัง และความเชื่อมั่น
3,869 ตัวอักษร