เส้นทางแห่งศิลปะ พบรักในแกลเลอรี่

ตอนที่ 29 / 50

ตอนที่ 29 — ความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกว่าที่คิด

เมษากลับมาที่สตูดิโอของเธอด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เรื่องราวที่คุณปรียาและธามเล่าให้ฟังเกี่ยวกับภาพวาดโบราณนั้น ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ มันไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่เป็นเหมือนบันทึกความทรงจำ เป็นเหมือนบทเพลงแห่งรักและเศร้าที่ถูกถ่ายทอดผ่านปลายพู่กันของศิลปินผู้โศกเศร้า เธอเดินไปหยิบสมุดสเก็ตช์เล่มเก่าขึ้นมา เปิดไปเจอภาพวาดที่เธอเคยร่างไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ภาพวาดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความรู้สึกแรกที่เธอเห็นภาพวาดโบราณนั้น ภาพที่เธอรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงอารมณ์อันแรงกล้า “นี่มัน… ไม่ใช่แค่ภาพวาดธรรมดาจริงๆ” เมษากล่าวกับตัวเองเบาๆ เธอหยิบดินสอขึ้นมา แล้วเริ่มร่างภาพใหม่ลงในสมุดสเก็ตช์อีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้วาดตามสิ่งที่ตาเห็น แต่เธอพยายามวาดตามสิ่งที่หัวใจของเธอรับรู้ นิ้วมือของเธอเคลื่อนไหวไปตามกระดาษอย่างรวดเร็ว เธอวาดเส้นที่พลิ้วไหว โค้งไปมา ราวกับสายลมที่พัดพาเอาความทรงจำและความรู้สึกต่างๆ มาด้วย สีสันที่เธอเลือกใช้ไม่ใช่สีที่สดใส แต่เป็นสีที่เข้มข้น หม่นหมอง แต่ก็มีความอบอุ่นซ่อนอยู่ ในขณะที่เธอกำลังตั้งใจวาดอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เป็นสายจากธาม “ฮัลโหลค่ะ คุณธาม” เมษารับสายพลางที่มือยังคงวาดภาพต่อไป “เมษาครับ ผมมีเรื่องจะถามคุณ” เสียงของธามฟังดูจริงจัง “ผมลองไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘รดา’ คนรักของคุณอา ผมเจอข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจมาก… คุณเคยได้ยินชื่อ ‘สถาบันศิลปะรดา’ หรือเปล่าครับ” เมษางุนงง “สถาบันศิลปะรดา… ไม่เคยได้ยินเลยค่ะ มันคืออะไรเหรอคะ” “ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ” ธามตอบ “แต่จากข้อมูลที่ผมได้มา มันเป็นสถาบันที่ก่อตั้งขึ้นเพื่ออุทิศให้กับศิลปินหญิงที่ชื่อว่า ‘รดา’ ซึ่งน่าจะเป็นคนรักของคุณอาของผมจริงๆ แต่ที่น่าแปลกคือ… ผมไม่สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถาบันนี้ได้เลย มันเหมือนกับว่ามันไม่เคยมีอยู่จริง” เมษาหยุดมือที่กำลังวาดภาพ เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่กำลังจะปรากฏขึ้น “คุณแน่ใจเหรอคะว่าคุณอาของคุณ… เป็นคนเดียวกับที่สร้างภาพวาดโบราณนั้น” “แน่นอนครับ” ธามตอบ “คุณปรียายืนยันเรื่องนี้ คุณอาของผมชื่อ ‘นที’ เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ก่อนที่เขาจะหายหน้าไปจากวงการศิลปะ” “แล้ว… ชื่อ ‘รดา’ มันมีความหมายพิเศษกับคุณอาของคุณหรือเปล่าคะ” เมษาถามอย่างระแวง ธามเงียบไปครู่หนึ่ง “คุณปรียาเคยเล่าว่า… คุณอาของผมรักรดามาก พวกเขาเคยมีความฝันที่จะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมกัน และตั้งใจว่าจะเปิดสถาบันศิลปะเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมา” “สถาบันศิลปะ… ชื่อ ‘รดา’ สินะคะ” เมษาทวนคำ สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นครุ่นคิดอย่างหนัก “คุณธามคะ… ฉันคิดว่าฉันอาจจะเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับภาพวาดนั้นแล้วค่ะ” “คุณเข้าใจอะไรครับ” ธามถามด้วยความสนใจ “ฉันว่า… ภาพวาดนั้นอาจจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพของรดา แต่เป็นภาพที่สะท้อนถึงความฝันที่พวกเขามีร่วมกัน… ความฝันที่จะสร้างสรรค์สถาบันศิลปะแห่งนั้น” เมษากล่าว “และ ‘สถาบันศิลปะรดา’ ที่คุณไม่สามารถหาข้อมูลได้… อาจจะไม่ได้เป็นสถาบันที่ตั้งขึ้นในเชิงกายภาพ แต่เป็นสถาบันในความหมายของจิตวิญญาณ เป็นที่ที่ความฝันและความรักของพวกเขายังคงสถิตอยู่” ธามเงียบไปอีกครั้ง เขาดูเหมือนกำลังประมวลผลสิ่งที่เมษาพูด “คุณหมายความว่า… ศิลปิน… คุณอานที… เขาอาจจะไม่ได้วาดภาพรดา แต่เขากำลังวาด ‘ความฝัน’ นั้นออกมาหรือครับ” “ใช่ค่ะ” เมษาตอบ “ฉันรู้สึกถึงพลังงานที่เข้มข้นมากในภาพวาดนั้น มันไม่ใช่แค่ความเศร้า แต่มีความหวัง มีความรักที่ยิ่งใหญ่แฝงอยู่ และฉันรู้สึกว่า… เขากำลังสื่อสารบางอย่างผ่านภาพวาดนั้นมาถึงเรา” “แล้ว… แล้วทำไมเขาถึงไม่สร้างสถาบันนั้นจริงๆ ล่ะครับ” ธามถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย “อาจจะเพราะ… โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นก่อนที่ความฝันนั้นจะเป็นจริง” เมษาอธิบาย “แต่ฉันเชื่อว่า… จิตวิญญาณของ ‘สถาบันศิลปะรดา’ นั้น ยังคงอยู่ และบางที… คุณอาจจะต้องมองหา ‘สถาบัน’ นั้น ในที่ที่คาดไม่ถึง” “ที่ที่คาดไม่ถึง…” ธามทวนคำ “คุณหมายถึง… ที่ไหนครับ” “ฉันไม่แน่ใจค่ะ” เมษากล่าว “แต่ฉันรู้สึกว่า… มันมีความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกว่าที่เราคิด” เธอหยุดวาดภาพ แล้วหันกลับไปมองภาพวาดที่อยู่บนขาตั้งของเธออีกครั้ง ภาพวาดนั้นยังคงสวยงามและลึกลับ แต่ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนได้เห็นมิติใหม่ของมัน “คุณธามคะ… ฉันอยากจะลองไปพบคุณปรียาอีกครั้งค่ะ ฉันคิดว่าเราอาจจะต้องคุยกันให้มากกว่านี้” “ผมจะจัดการให้นะครับ” ธามตอบ “ผมเองก็อยากจะเข้าใจเรื่องราวนี้ให้มากขึ้นเหมือนกัน” “แล้ว… เรื่องการเดินทางของคุณล่ะคะ” เมษาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ธามถอนหายใจ “ผมยังไม่แน่ใจรายละเอียดทั้งหมดครับ แต่ผมจะพยายามเลื่อนมันออกไปให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรายังมีเวลาอีกนิดหน่อย” “ฉันหวังว่าอย่างนั้นค่ะ” เมษาตอบ “ฉัน… ฉันยังไม่อยากให้คุณไปเลย” “ผมก็เหมือนกันครับ เมษา” ธามกล่าวเสียงเบา “ผม… ผมรู้สึกดีที่ได้รู้จักคุณ และผมไม่อยากให้เรื่องราวของเราต้องจบลงแค่นี้” บทสนทนาของทั้งสองจบลงด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคา เมษาปิดโทรศัพท์มือถือลง เธอหันกลับไปมองภาพวาดโบราณอีกครั้ง ความเชื่อมโยงระหว่างเธอกับธาม และความลับที่ซ่อนอยู่ในภาพวาด กำลังนำพาพวกเขาไปสู่จุดที่ทั้งคู่คาดไม่ถึง เธอหยิบภาพวาดสเก็ตช์ของเธอขึ้นมาดูอีกครั้ง ภาพที่เธอวาดจากความรู้สึก ภาพที่สะท้อนถึงความฝัน ความรัก และความเสียสละ “สถาบันศิลปะรดา…” เธอพึมพำกับตัวเอง “บางที… มันอาจจะอยู่ที่นี่… อยู่ในหัวใจของพวกเราทุกคน” แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในสตูดิโอ ทำให้ภาพวาดสเก็ตช์ของเมษาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา เธอรู้สึกถึงพลังที่อบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจากมัน ความรู้สึกที่บอกว่าเธอไม่ได้กำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่โดดเดี่ยวอีกต่อไป

4,588 ตัวอักษร