ตอนที่ 4 — แสงดาวที่ส่องนำทาง
พิมพ์ชนกยืนอยู่ที่ระเบียงชั้นบนของคฤหาสน์ มองออกไปยังสวนอันกว้างใหญ่ยามค่ำคืน แสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมาสะท้อนกับหยาดน้ำค้างบนใบหญ้า ทำให้บรรยากาศดูสงบนิ่งและงดงามอย่างบอกไม่ถูก หลังจากเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน เธอก็เริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้บ้างแล้ว ความกังวลและความหวาดกลัวที่เคยมีต่อวิชัยจางหายไปเกือบหมดสิ้น ธนาธรดูแลเธอเป็นอย่างดี ราวกับว่าเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา เขาจัดหาทุกสิ่งที่เธอต้องการ มอบความสะดวกสบายทุกอย่าง และที่สำคัญที่สุด เขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย
“คิดอะไรอยู่ครับ” เสียงทุ้มของธนาธรดังขึ้นข้างๆ พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ “เปล่าค่ะ แค่ชมวิว”
ธนาธรเดินเข้ามาใกล้ ยืนข้างเธอ ซบไหล่เบาๆ “สวยนะครับ ท้องฟ้าคืนนี้”
“สวยจริงๆ ค่ะ” พิมพ์ชนกเอ่ยตอบ เสียงของเธอเบาลงเล็กน้อย “ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้เห็นอะไรแบบนี้”
“คุณสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด พิมพ์ชนก” ธนาธรพูดขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังผืนฟ้า “อย่าคิดมากเรื่องที่ผ่านมาอีกเลยนะ”
พิมพ์ชนกหลับตาลง ลมหายใจของเธอคล้ายจะติดขัดเล็กน้อย “บางครั้งมันก็ยากที่จะลืมนะคะ”
“ผมรู้” ธนาธรบีบมือเธอเบาๆ “แต่เราจะอยู่ด้วยกันตรงนี้ ลืมเรื่องเก่าๆ แล้วเริ่มต้นใหม่”
“เริ่มต้นใหม่...” พิมพ์ชนกพึมพำกับตัวเอง “สัญญาของเรา... มันก็คือการเริ่มต้นใหม่เหมือนกันใช่ไหมคะ”
ธนาธรเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเขามีแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก “ใช่ครับ มันคือการเริ่มต้นใหม่ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เราตกลงกัน”
คำว่า “เงื่อนไข” ทำให้พิมพ์ชนกรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่าง แม้ว่าชีวิตของเธอจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ความรู้สึกผิดและความกังวลเกี่ยวกับคำสาปก็ยังคงวนเวียนอยู่ในใจ เธอรู้ดีว่าความสุขที่ได้รับมานี้ไม่ได้มาโดยปราศจากราคาที่ต้องจ่าย
“คุณธนาธรคะ” พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้นมองเขา “ถ้า... ถ้าวันหนึ่ง ฉันทำผิดสัญญาขึ้นมาจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นคะ”
ธนาธรชะงักไปเล็กน้อย เขามองพิมพ์ชนกด้วยแววตาที่ซับซ้อน “คุณต้องไม่ทำผิดสัญญา พิมพ์ชนก” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจนน่ากลัว “ผมไม่อยากให้มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น”
“แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ ล่ะคะ” พิมพ์ชนกคะยั้นคะยอ “คุณจะทำยังไง”
ธนาธรหันกลับไปมองท้องฟ้าอีกครั้ง “ผมไม่รู้” เขาตอบเสียงเบา “แต่ผมหวังว่าเราจะไม่มีวันต้องเผชิญหน้ากับคำตอบนั้น”
บทสนทนาของทั้งคู่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของแม่บ้านที่เดินเข้ามา “คุณธนาธรคะ คุณวิชัยมาขอพบค่ะ”
คำว่า “คุณวิชัย” ดังเหมือนเสียงระฆังเตือนภัยในหูของพิมพ์ชนก หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความตกใจ เธอหันไปมองธนาธรทันที
“เขามาได้ยังไง” ธนาธรขมวดคิ้ว สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด “ผมคิดว่าผมจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว”
“เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยค่ะ” แม่บ้านตอบด้วยน้ำเสียงเกรงใจ
พิมพ์ชนกไม่รอให้ธนาธรตัดสินใจ เธอรีบเอ่ยขึ้น “ฉันไม่อยากเจอเขาค่ะ”
ธนาธรหันมามองพิมพ์ชนก “พิมพ์ชนก เขาอาจจะมาเพื่อข่มขู่คุณอีก”
“แต่ถ้าเขามาเพื่อ... เพื่อคุยเรื่องอื่นล่ะคะ” พิมพ์ชนกพยายามรวบรวมสติ “อย่างน้อย ฉันก็ควรจะรู้ว่าเขาต้องการอะไร”
“ไม่” ธนาธรปฏิเสธทันที “คุณไม่ต้องเจอใครทั้งนั้น ผมจะจัดการเอง”
“แต่...”
“พิมพ์ชนก” ธนาธรจับมือเธอไว้แน่น “ผมสัญญาว่าจะปกป้องคุณ คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม”
พิมพ์ชนกมองเข้าไปในดวงตาของธนาธร เธอเห็นความมุ่งมั่นและความเด็ดขาดในนั้น เธอรู้ว่าเขากำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก การปรากฏตัวของวิชัยอีกครั้งทำให้ปมในใจของเธอเริ่มคลายปมอีกครั้ง
“ก็ได้ค่ะ” พิมพ์ชนกถอนหายใจ “คุณจะจัดการยังไงคะ”
“คุณไม่ต้องรู้” ธนาธรตอบ “ขอแค่อยู่ในห้องของคุณ แล้วผมจะกลับมา”
เขากล่าวจบก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้พิมพ์ชนกยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังทิศทางที่ธนาธรเดินจากไป เธอรู้สึกถึงความไม่แน่นอนที่กำลังคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง คำสาปที่ผูกมัดเธอไว้กับธนาธรดูเหมือนจะดึงดูดเอาเรื่องราววุ่นวายเข้ามาหาเธอไม่หยุดหย่อน
ขณะที่ธนาธรเดินลงบันไดมายังโถงรับแขก เขาก็พบกับวิชัยที่ยืนรออยู่แล้ว ใบหน้าของวิชัยเต็มไปด้วยความไม่พอใจและแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
“มาทำอะไรที่นี่” ธนาธรเอ่ยถามเสียงเย็นชา
วิชัยยิ้มเยาะ “มาทวงสิ่งที่ควรจะเป็นของฉัน”
“คุณไม่มีสิทธิ์ในสิ่งนี้อีกแล้ว” ธนาธรตอบอย่างไม่แยแส “ทุกอย่างที่นี่เป็นของผม และพิมพ์ชนกก็อยู่ภายใต้การดูแลของผม”
“การดูแลหรือการกักขัง” วิชัยแค่นเสียง “เธอรู้ไหมว่าเธอติดกับดักอะไรอยู่”
ธนาธรชะงักไปเล็กน้อย “คุณกำลังพูดถึงอะไร”
“ก็เรื่องของ... สัญญาใจ” วิชัยเน้นคำสุดท้าย “ที่นายหลอกใช้เธอไงล่ะ”
“คุณไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น” ธนาธรพยายามควบคุมอารมณ์ “พิมพ์ชนกตัดสินใจด้วยตัวเอง”
“ตัดสินใจภายใต้ความสิ้นหวังของเธอต่างหาก” วิชัยหัวเราะ “เธอคิดว่าเธอมีทางเลือกอื่นหรือไง”
“ผมบอกแล้วไงว่าคุณไม่เข้าใจ” ธนาธรเดินเข้าไปใกล้วิชัยมากขึ้น “คุณมันก็แค่คนที่พยายามจะครอบงำทุกอย่าง”
“แต่ฉันก็ได้ครอบงำมันมาแล้ว” วิชัยเชิดหน้าขึ้น “และฉันจะเอาทุกอย่างคืนมา”
“คุณไม่มีวันทำได้” ธนาธรจ้องตาเขาอย่างท้าทาย “ถ้าคุณคิดจะมายุ่งกับพิมพ์ชนกอีก ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่”
“ลองดูก็ได้” วิชัยยิ้มมุมปาก “ฉันอยากรู้ว่าคำสาปที่นายสร้างขึ้นมันจะแข็งแกร่งพอจะปกป้องเธอได้แค่ไหน”
“คำพูดของคุณมันไม่ได้มีความหมายอะไรกับผมทั้งนั้น” ธนาธรกล่าว “ออกไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน”
วิชัยหันไปมองธนาธรอีกครั้ง ดวงตาของเขาวาวโรจน์ “ฉันจะกลับมาอีกแน่ ธนาธร แล้วนายจะเสียใจที่มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้”
กล่าวจบ วิชัยก็หันหลังเดินออกไปจากคฤหาสน์ ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดและความไม่สบายใจ ธนาธรยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าวิชัยไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ การปรากฏตัวของเขาเป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่าเรื่องราวต่างๆ กำลังจะซับซ้อนขึ้นอีก เขาหันหลังกลับเดินขึ้นบันไดไปยังห้องของพิมพ์ชนก เขารู้ว่าเธอคงกำลังรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อธนาธรกลับมาถึงห้อง พิมพ์ชนกก็เงยหน้าขึ้นมองทันที “เขาไปแล้วเหรอคะ”
ธนาธรพยักหน้า “ไปแล้ว”
“เขาพูดอะไรบ้างคะ” พิมพ์ชนกถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ไม่มีอะไรสำคัญหรอกครับ” ธนาธรโกหก “เขาแค่มาหาเรื่อง”
พิมพ์ชนกมองธนาธรอย่างไม่แน่ใจ “คุณแน่ใจเหรอคะ”
“แน่ใจครับ” ธนาธรเดินเข้าไปหาเธอ “ไม่ต้องห่วงนะ ผมอยู่ที่นี่แล้ว”
เขาโอบกอดพิมพ์ชนกเบาๆ พิมพ์ชนกซบหน้ากับอกของเขา พยายามหาความอบอุ่นและความปลอดภัยจากอ้อมกอดนี้ แต่ในใจลึกๆ เธอก็ยังคงมีความกังวลอยู่ดี การเผชิญหน้ากับวิชัยครั้งนี้ดูเหมือนจะทำให้เงื่อนไขของคำสาปยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีก เธอไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ของเธอกับธนาธรจะดำเนินต่อไปได้อย่างไรภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยอันตรายและคำสาปที่ผูกมัดพวกเขาไว้
5,395 ตัวอักษร