ตอนที่ 22 — ความจริงที่สั่นคลอนหัวใจ
สายฝนได้หยุดตกไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ตามใบไม้และกลีบดอกไม้ อากาศยามเช้าสดชื่นราวกับได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ในใจของพริ้มเพราและภาคย์ กลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้งและความไม่แน่นอน หลังจากบทสนทนาอันยาวนานเมื่อคืนนี้ ภาคย์ได้ตัดสินใจที่จะไม่หนีปัญหาอีกต่อไป เขาเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้ และความจริงนั้นก็กำลังจะสั่นคลอนทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาสร้างขึ้นมา
"ฉัน... ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไงดี พริ้ม" ภาคย์เอ่ยเสียงแผ่วเบา มือใหญ่กุมมือของพริ้มเพราไว้แน่นจนเธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้าน "เรื่องราวของพ่อฉันมันซับซ้อนกว่าที่คิดมาก จดหมายที่พ่อทิ้งไว้ไม่ได้มีแค่เรื่องงานวิจัย แต่ยังมีบันทึกส่วนตัวอีกหลายเล่มที่พ่อไม่เคยให้ใครเห็น"
พริ้มเพรามองใบหน้าของภาคย์ แววตาของเขาฉายชัดถึงความสับสนและความเจ็บปวด เธอสัมผัสได้ถึงความอึดอัดที่กำลังปกคลุมไปทั่วทั้งสวนดอกไม้แห่งนี้ ซึ่งเมื่อคืนนี้ยังคงเต็มไปด้วยความหวังและความรัก
"แล้ว... แล้วมันเกี่ยวกับอะไรคะ" พริ้มเพราถามอย่างแผ่วเบา เธอพยายามรวบรวมสติ แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวด้วยความกังวล
ภาคย์ถอนหายใจยาว "พ่อของฉัน... ท่านไม่ได้เป็นแค่นักพฤกษศาสตร์ที่รักดอกไม้ หรือรักการค้นคว้าวิจัยอย่างที่เราเคยเข้าใจ ท่าน... มีอีกด้านหนึ่งที่มืดมนกว่านั้น" เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าที่จะเอ่ยคำพูดเหล่านั้นออกมา "พ่อของฉันเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับ... การลักลอบนำพันธุ์พืชหายากออกนอกประเทศ"
คำพูดนั้นเหมือนก้อนหินที่ถูกทุ่มลงไปในทะเลสาบอันเงียบสงบ ทำให้ผิวน้ำแตกกระจาย พริ้มเพราเบิกตากว้าง ความตกใจฉายชัดบนใบหน้า เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกี่ยวข้องกับครอบครัวของภาคย์
"อะไรนะคะ! คุณภาคย์... คุณพูดจริงหรือคะ" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ "เป็นไปไม่ได้..."
"ฉันก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน จนกระทั่งฉันได้อ่านบันทึกของท่าน" ภาคย์กล่าวต่อ "พ่อเขียนไว้ว่า ท่านถูกหลอกใช้ ถูกกดดันจากกลุ่มคนบางกลุ่มที่ต้องการผลประโยชน์จากความรู้และงานวิจัยของท่าน ท่านพยายามจะถอนตัวหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ ท่านกลัว... กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อครอบครัว"
"แล้ว... แล้วมันเกี่ยวข้องกับโครงการของเรายังไงคะ" พริ้มเพราถามต่อ เธอพยายามประติดประต่อเรื่องราว แต่ทุกอย่างยังคงดูเลือนรางและสับสน
"พ่อของฉัน... ได้นำตัวอย่างพันธุ์พืชบางชนิดที่หายากมาก จากการลักลอบนั้นมาเก็บรักษาไว้ที่นี่" ภาคย์อธิบาย "ท่านตั้งใจจะคืนมันให้กับธรรมชาติ หรือไม่ก็มอบให้กับหน่วยงานที่เหมาะสม แต่ก่อนที่จะทำสำเร็จ... ท่านก็มาเสียชีวิตเสียก่อน"
"แล้ว... แล้วใครเป็นคนทำลายงานวิจัยของพ่อคะ" พริ้มเพราถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ความสงสัยเริ่มผุดขึ้นมาในใจ
"นั่นแหละคือส่วนที่ซับซ้อนที่สุด" ภาคย์ขมวดคิ้ว "ในบันทึกของพ่อ มีการกล่าวถึงบุคคลที่น่าสงสัย ที่พยายามจะขโมยข้อมูลและตัวอย่างพันธุ์พืชเหล่านั้นไป บุคคลนั้น... เป็นคนที่พ่อไม่ไว้ใจเลย"
"คุณภาคย์คะ..." พริ้มเพราเริ่มรู้สึกถึงความกดดันที่มองไม่เห็น "แล้วคุณ... คุณจะทำยังไงต่อไป"
ภาคย์มองไปที่พริ้มเพรา สายตาของเขาฉายแววความมุ่งมั่น "ฉันต้องหาความจริงให้ได้ พริ้ม ฉันต้องรู้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ และทำไมพ่อของฉันถึงถูกใส่ร้าย" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง "และฉันก็ต้องปกป้องสวนแห่งนี้ ปกป้องงานวิจัยของพ่อ ปกป้อง... ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราร่วมกันสร้างขึ้นมา"
"แต่... ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป... มันอาจจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของคุณภาคย์... และ... และโครงการของเราก็ได้นะคะ" พริ้มเพราเอ่ยด้วยความเป็นห่วง เธอรู้ดีว่าโลกภายนอกไม่ได้สวยงามเหมือนสวนดอกไม้แห่งนี้
"ฉันรู้... ฉันรู้ดี" ภาคย์พยักหน้า "แต่ฉันปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปไม่ได้ พริ้ม ถ้าฉันทำแบบนั้น ฉันก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่พ่อของฉันเคยกลัว" เขาจับมือของพริ้มเพราอีกครั้ง "ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอ พริ้ม เธอรู้จักดอกไม้ทุกชนิดที่นี่ เธอรู้จักความลับของสวนแห่งนี้... เธอจะช่วยฉันได้ไหม"
พริ้มเพรามองเข้าไปในดวงตาของภาคย์ เธอเห็นความจริงใจ ความมุ่งมั่น และความเจ็บปวดปะปนกันอยู่ เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของพ่อภาคย์อีกต่อไป แต่มันกลายเป็นเรื่องราวของพวกเขา เป็นเรื่องราวที่จะทดสอบความรักและความเชื่อใจที่มีต่อกัน
"ฉันจะช่วยค่ะ คุณภาคย์" พริ้มเพราตอบเสียงหนักแน่น "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะเผชิญหน้าไปด้วยกัน"
คำตอบของพริ้มเพราทำให้ภาคย์รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เขาโอบกอดเธอไว้แน่น "ขอบคุณนะ พริ้ม... ขอบคุณจริงๆ"
แต่ท่ามกลางความผูกพันและความมุ่งมั่นที่พวกเขามีให้กันนั้นเอง พายุลูกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน พายุที่อาจจะพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างให้พังทลายลงได้
3,796 ตัวอักษร