ตอนที่ 26 — ความหวังที่ถูกพรากไป
หยาดฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ราวกับจะสะท้อนความรู้สึกอันหนักอึ้งที่ปกคลุมหัวใจของภาคย์และพริ้มเพรา ภายหลังจากการเผชิญหน้าอันตึงเครียดกับคุณอนันต์ ภาคย์ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านพักของเขา สายตาเหม่อลอยไปไกลเหมือนกำลังประมวลผลคำพูดของคุณอนันต์ที่ยังคงก้องอยู่ในหู “เขาเชื่อในตัวนายเสมอ... และเขาอยากให้นาย... สานต่อความฝันของเขา”
“ภาคย์ เป็นอะไรไปคะ?” พริ้มเพราเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา เธอเห็นความสั่นไหวในแววตาของเขา ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีที่พยายามจะเข้มแข็ง
ภาคย์หันมามองเธอ แววตาฉายประกายที่เต็มไปด้วยความสับสน “ผมไม่เข้าใจพริ้ม” เขาพูดเสียงแหบพร่า “ถ้าพ่อเชื่อในตัวผม แล้วทำไมท่านถึงไม่เคยพูดเรื่องนี้กับผมเลย? ทำไมท่านถึงต้องฝากความหวังไว้กับคุณอนันต์?”
“บางที... พ่อของคุณอาจจะอยากให้คุณพิสูจน์ตัวเองก็ได้นะ” พริ้มเพราพยายามหาคำอธิบายที่ดีที่สุด “ท่านอาจจะอยากเห็นว่าคุณจะสามารถเติบโตขึ้นมาแข็งแกร่งพอที่จะรับผิดชอบความฝันของท่านได้หรือเปล่า”
“แต่การปิดบังความจริงแบบนี้ มันไม่ใช่การสนับสนุนกันเลยนะพริ้ม” ภาคย์พูดอย่างตัดพ้อ “มันเหมือนท่านกำลังผลักผมออกไป” เขากำมือแน่น “ผมรู้สึกเหมือนถูกทรยศ... ทั้งจากพ่อ และจากคุณอนันต์”
“อย่าเพิ่งคิดไปแบบนั้นเลยนะ ภาคย์” พริ้มเพราเข้ามาโอบกอดเขาไว้ เธอสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นของเสื้อเขาจากน้ำฝน และสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาที่ส่งผ่านมาถึงตัวเธอ “เราจะค่อยๆ หาคำตอบไปด้วยกันนะ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของพริ้มเพราก็ดังขึ้น เธอผละออกจากภาคย์เล็กน้อยเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
“ใครโทรมาคะ?” ภาคย์ถาม
“เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยค่ะ” พริ้มเพราเอ่ย ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ “ไม่สิ... นี่มันเบอร์ของ... คุณอนันต์!”
“คุณอนันต์โทรมา?” ภาคย์ทวนคำอย่างไม่เชื่อสายตา
“ใช่ค่ะ” พริ้มเพราเลื่อนนิ้วไปกดรับสาย “สวัสดีค่ะ... ค่ะ... อะไรนะคะ!?” สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นตกใจสุดขีด “คุณอนันต์... คุณจะทำอะไรคะ!?”
ภาคย์รีบเข้ามาใกล้ “เกิดอะไรขึ้นพริ้ม?”
“คุณอนันต์... เขาบอกว่า...” พริ้มเพรายังคงตกอยู่ในอาการช็อก “เขาบอกว่าเขากำลังจะ... กำลังจะทำลายหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวกับโครงการสวนกุหลาบแห่งความฝันของพ่อคุณ”
“ทำลายหลักฐาน?” ภาคย์อุทานด้วยความตกใจ “ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น?”
“เขาบอกว่า... เขาไม่สามารถปล่อยให้ความลับนี้ถูกเปิดเผยได้” พริ้มเพราพูดเสียงสั่นเครือ “เขาบอกว่า... ถ้าความจริงเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป... มันจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปกว่าเดิม”
“แย่ลงไปกว่าเดิมอย่างนั้นเหรอ?” ภาคย์ถามเสียงแข็ง “แย่ลงสำหรับใคร? สำหรับเขา? หรือสำหรับผม?”
“เขาบอกว่า... เขาขอโทษ” พริ้มเพราพูดต่อ “เขาบอกว่า... นี่คือทางเดียวที่เขาจะปกป้องทุกคนได้”
“ปกป้องใคร?!” ภาคย์ตะคอก “ผมไม่ต้องการการปกป้องแบบนี้! ผมต้องการความจริง!” เขารีบแย่งโทรศัพท์จากมือของพริ้มเพรา “คุณอนันต์! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น!”
แต่ปลายสายก็เงียบไปแล้ว มีเพียงเสียงตัดสายเท่านั้นที่ดังกลับมา
“เขาตัดสายไปแล้ว!” ภาคย์ทุบพวงมาลัยรถอย่างแรงด้วยความโกรธและความสิ้นหวัง “ทำไมเขาถึงทำแบบนี้? ทำไมเขาถึงทำลายทุกอย่าง?”
“ภาคย์ ใจเย็นๆ นะคะ” พริ้มเพราพยายามปลอบประโลม “บางที... เขาอาจจะมีเหตุผลบางอย่างที่เรายังไม่เข้าใจ”
“เหตุผลอะไรพริ้ม?!” ภาคย์หันมามองเธอ ดวงตาแดงก่ำ “เหตุผลที่ทำให้เขาต้องทำลายความฝันของพ่อผม? เหตุผลที่ทำให้เขาต้องปิดบังความจริงจากผม?”
“ฉันไม่รู้” พริ้มเพราตอบอย่างอ่อนแรง “แต่เราต้องรีบไปที่บ้านของคุณอนันต์แล้วค่ะ เราต้องหยุดเขาให้ได้”
ทั้งสองรีบขึ้นรถและขับมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของคุณอนันต์อีกครั้ง ภายใต้สายฝนที่ยังคงตกหนัก การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกังวล ภาคย์ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาจะไปเจอที่นั่นคืออะไร แต่เขารู้เพียงอย่างเดียวว่า เขาจะไม่ยอมให้ความฝันของพ่อถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา
เมื่อไปถึงบ้านพักของคุณอนันต์ พวกเขาก็พบว่าประตูเปิดอ้าอยู่ ภายในบ้านตกอยู่ในความมืด มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นเพียงดวงเดียวที่ให้แสงสว่าง
“คุณอนันต์ครับ!” ภาคย์ตะโกนเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” พริ้มเพรากระซิบถามด้วยความหวาดหวั่น
ทั้งสองเดินสำรวจไปรอบๆ บ้านอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งพวกเขามาถึงห้องทำงานของคุณอนันต์ ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ทั้งสองตกตะลึง
กองเอกสารและบันทึกต่างๆ ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ กลิ่นไหม้ฉุนแสบจมูกไปทั่วห้อง
“ไม่นะ!” ภาคย์อุทาน เขาตรงเข้าไปที่กองเถ้าถ่านเหล่านั้น พยายามจะหาหลักฐานบางอย่างที่ยังหลงเหลืออยู่ “ทำไม... ทำไมเขาถึงทำแบบนี้?”
“นี่คงเป็นหลักฐานทั้งหมดที่เขาพูดถึง” พริ้มเพราพูดเสียงแผ่วเบา เธอรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอถูกบีบอัดจนแทบจะหยุดเต้น
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากด้านหลังของห้องทำงาน ภาคย์และพริ้มเพราหันไปมอง ก็เห็นคุณอนันต์ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาซีดเผือด และดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“ฉันขอโทษนะ ภาคย์” คุณอนันต์พูดเสียงแหบพร่า “ฉันไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ”
“ไม่มีทางเลือกอย่างนั้นเหรอครับ?” ภาคย์ถามเสียงแข็ง “คุณกำลังทำลายความฝันของพ่อผม! คุณกำลังทำลายทุกอย่าง!”
“มันไม่ใช่แค่ความฝันของพ่อคุณนะ ภาคย์” คุณอนันต์พูด น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม “มันคือความลับที่จะทำลายทุกอย่าง... รวมถึงชีวิตของคนอีกมากมาย”
“ความลับอะไรครับ?!” ภาคย์ถามอย่างร้อนรน
คุณอนันต์หลับตาลงช้าๆ “พ่อของคุณ... เขาไม่ได้แค่ขอให้ฉันช่วยสานต่อความฝันของเขา” เขาพูดเสียงเบา “เขายังฝากเรื่องบางอย่างที่อันตรายเอาไว้กับฉันด้วย... และถ้าความจริงเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป... มันจะทำให้เกิดความวุ่นวายอย่างใหญ่หลวง”
“อันตราย? วุ่นวายอย่างใหญ่หลวง?” ภาคย์ทวนคำอย่างไม่เข้าใจ “มันคืออะไรครับ?!”
“ฉันบอกนายไม่ได้” คุณอนันต์ส่ายหน้า “แต่นายต้องเชื่อฉันนะ ภาคย์... ความลับนี้... มันอันตรายเกินกว่าที่นายจะรับรู้ได้”
คำพูดของคุณอนันต์ยิ่งทำให้ภาคย์สับสนและเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก ความหวังที่เคยมี บัดนี้กลับถูกพรากไป ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือไว้เพียงคำถามที่ค้างคาใจ และความไม่ไว้วางใจที่กัดกินหัวใจของเขา
4,988 ตัวอักษร