ตอนที่ 31 — ความหวังริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์
ความวุ่นวายในห้องพักฟื้นของดินยังคงดำเนินต่อไป เสียงสัญญาณชีพที่ดังถี่รัวและรวดเร็วบ่งบอกถึงภาวะวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น พยาบาลหลายคนระดมเข้ามาดูแลอาการของดินอย่างเร่งด่วน อรุณีกับทศพลยืนมองด้วยหัวใจที่หล่นวูบ ความกลัวและความสิ้นหวังเริ่มเข้ามาแทนที่
"เขาเป็นอะไรไป?" อรุณีถามเสียงสั่นเครือ พยายามกั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ
"สัญญาณชีพไม่คงที่ครับ" พยาบาลคนหนึ่งตอบ พลางเร่งมือฉีดยาบางอย่างเข้าหลอดเลือดดำของดิน "ตอนนี้ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด"
ทศพลมองไปยังวินัยที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องพักฟื้น ใบหน้าของเขาซีดเผือด มือทั้งสองข้างกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาเองก็คงจะรู้สึกไม่ต่างจากพวกเขา
"เขาต้องรอดนะ" ทศพลพึมพำกับตัวเอง เขาไม่อยากสูญเสียลูกชายไป เขาอยากให้ดินได้เติบโต ได้เห็นโลกกว้าง ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับนาฬิกาหยุดเดิน ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนถูกยืดออกไปเป็นชั่วโมง ความตึงเครียดภายในห้องพักฟื้นแผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้ภายนอก อรุณีเดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวาย เธอไม่สามารถอยู่นิ่งๆ ได้เลย ภาพของดินในอดีต วิ่งเล่นหัวเราะอย่างสดใส ผุดขึ้นมาในความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"อย่าเป็นอะไรนะลูก... ได้โปรด..." เธอพึมพำกับตัวเองอย่างไม่หยุดหย่อน
ทศพลเดินเข้าไปหาอรุณี เขาจับมือของเธอที่เย็นเฉียบไว้เบาๆ "เราต้องเข้มแข็งนะอรุณี เราต้องเชื่อว่าดินจะผ่านมันไปได้"
อรุณีหันมามองทศพล ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "แต่ถ้า... ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่เราหวังล่ะทศพล"
"อย่าเพิ่งคิดแบบนั้น" ทศพลพูดเสียงหนักแน่น "เรายังมีความหวังอยู่"
วินัยที่ยืนอยู่ห่างออกไปได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ เขาโทษตัวเองที่ไม่เคยใส่ใจลูกชายมากพอ เขาโทษตัวเองที่ปล่อยให้อรุณีต้องแบกรับภาระทุกอย่างเพียงลำพัง
"ผม... ผมควรทำยังไงดี" วินัยเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังถามตัวเอง
ทศพลหันไปมองวินัย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารระคนไม่เข้าใจ "คุณจะทำอะไรได้อีกนอกจากรอ"
"ผมอยากช่วย" วินัยกล่าว "ผมอยากให้เขาหาย"
"ตอนนี้เราทุกคนก็อยากให้เขาหายเหมือนกันหมด" อรุณีพูดเสียงเย็นชา "แต่คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรทั้งนั้น"
คำพูดของอรุณีทำให้วินัยเจ็บปวด เขาเคยคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกชายได้ขาดสะบั้นไปแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่การได้เห็นดินนอนป่วยอยู่บนเตียงแบบนี้ ทำให้เขารู้สึกว่าสายใยบางๆ ที่เคยมีอยู่ ยังคงหลงเหลืออยู่
"ผม... ผมรู้ว่าผมผิด" วินัยกล่าวเสียงเบา "ผมขอโทษที่ผ่านมาผมไม่เคยทำหน้าที่พ่อเลย"
ทศพลมองวินัยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับคำขอโทษของวินัยในเวลานี้ "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้"
"แต่ผมอยากให้คุณรู้" วินัยยืนยัน "ผมรักลูกชายของเรานะ"
อรุณีได้ยินคำพูดนั้น เธอหัวเราะเบาๆ อย่างขมขื่น "รัก? คุณเพิ่งจะมารู้สึกรักตอนนี้เนี่ยนะ? หลังจากที่เขาเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด!"
"ผม... ผมไม่รู้จะพูดยังไง" วินัยก้มหน้าลง "แต่ผมอยากให้เขาได้รู้ว่ามีพ่อที่พร้อมจะดูแลเขา"
"มันสายเกินไปแล้ว" อรุณีพูดเสียงเด็ดขาด "คุณไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้น"
แพทย์ประจำตัวของดินเดินออกมาจากห้องพักฟื้น สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียด อรุณีกับทศพลรีบเดินเข้าไปหาทันที
"เป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ?" ทศพลถามอย่างร้อนรน
"อาการของน้องดินยังคงทรงตัวครับ" คุณหมอตอบ "แต่สัญญาณชีพยังไม่คงที่ เรากำลังพยายามอย่างเต็มที่"
"แล้ว... แล้วมีโอกาสไหมครับ?" อรุณีถามเสียงสั่น
คุณหมอมองอรุณีด้วยความเห็นใจ "เราจะพยายามอย่างสุดความสามารถครับ แต่ตอนนี้ต้องขึ้นอยู่กับร่างกายของน้องเองเป็นส่วนใหญ่"
คำตอบของคุณหมอทำให้ความหวังของทั้งสามคนดูริบหรี่ลงไปอีก วินัยยืนนิ่ง เขากำมือแน่น มองเข้าไปในห้องพักฟื้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"ผม... ผมอยากจะขอคุยกับคุณสองคนสักครู่" วินัยกล่าวเสียงเบา
ทศพลกับอรุณีมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้า พวกเขาเดินออกไปคุยกับวินัยที่มุมหนึ่งของโถงทางเดิน
"ผมมีเรื่องอยากจะบอก" วินัยเริ่มต้น "เรื่องที่ผมปิดบังคุณอรุณีมาตลอด"
อรุณีมองวินัยด้วยความสงสัย "คุณจะบอกอะไรอีก?"
"เรื่องที่ผมไปจากคุณตอนนั้น..." วินัยหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า "ผมไม่ได้ไปเพราะเบื่อคุณนะอรุณี"
"แล้วเพราะอะไร?" อรุณีถามเสียงแข็ง
"ผม... ผมติดหนี้การพนันจำนวนมาก" วินัยกล่าวเสียงแผ่ว "มีคนมาตามทวงหนี้ผม เขาขู่ว่าจะทำร้ายคุณกับลูก ผมเลยต้องหนีไปเพื่อปกป้องพวกคุณ"
อรุณีอึ้งไป เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอคิดมาตลอดว่าวินัยทิ้งเธอไปเพราะเบื่อหน่าย
"ผมพยายามจะหาเงินมาใช้หนี้" วินัยเล่าต่อ "แต่ผมทำไม่สำเร็จ ผมเลยต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไปเรื่อยๆ ผมไม่กล้ากลับไปหาพวกคุณ เพราะกลัวว่าพวกเจ้าหนี้จะตามไปเจอ"
ทศพลยืนฟังด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่าวินัยจะมีอดีตที่ซับซ้อนขนาดนี้
"แล้วทำไมคุณไม่บอกฉัน?" อรุณีถามเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มไหลออกมาอีกครั้ง "ถ้าคุณบอกฉัน ฉันอาจจะ... เราอาจจะช่วยกันหาทางออกได้"
"ผมกลัว" วินัยตอบ "ผมกลัวว่าคุณจะยิ่งลำบากกว่าเดิม ผมกลัวว่าพวกเจ้าหนี้จะทำร้ายคุณ"
"แล้วตอนนี้ล่ะ?" อรุณีถาม "คุณกลัวน้อยลงแล้วเหรอ?"
"ผม... ผมแค่ทนดูเขาเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ไหว" วินัยกล่าว "ผมอยากจะรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำ"
อรุณีมองหน้าวินัย เธอเห็นความจริงใจในแววตาของเขา แต่ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดที่สะสมมานานหลายปีก็ยังคงมีอยู่
"ผม... ผมอยากจะช่วยค่ารักษาพยาบาลของดิน" วินัยกล่าว "ผมมีเงินเก็บอยู่บ้าง"
"ไม่ต้อง" อรุณีปฏิเสธทันที "ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ"
"แต่..."
"ฉันบอกว่าไม่ต้องไง!" อรุณีตะคอกกลับ "คุณเคยดูแลพวกเขาไหม? ไม่! แล้วตอนนี้คุณจะมาทำเป็นพ่อที่ดีเหรอ?"
ทศพลเห็นท่าทางของอรุณี เขาจึงรีบพูดขึ้น "ไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษา ผมจัดการเอง"
วินัยมองทศพลด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณและอาจจะมีร่องรอยความอิจฉาซ่อนอยู่ เขาพยักหน้าอย่างยอมรับ
"ผม... ผมขออยู่รอที่นี่จนกว่าเขาจะอาการดีขึ้น" วินัยกล่าว "ผมอยากจะอยู่เป็นกำลังใจให้"
อรุณีถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน "ตามใจคุณ"
ทั้งสามคนยืนเงียบๆ อยู่ตรงนั้น ความหวังริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ ความขัดแย้งในอดีตยังคงเป็นบาดแผลที่รอวันเยียวยา แต่ในขณะเดียวกัน สายใยแห่งความเป็นครอบครัว แม้จะขาดสะบั้นไปนานแล้ว ก็เหมือนจะเริ่มมีประกายบางๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความมืดมิดแห่งความไม่แน่นอน
5,109 ตัวอักษร