สายใยที่ขาดสะบั้น

ตอนที่ 32 / 46

ตอนที่ 32 — ชะตากรรมที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย

ห้องพักฟื้นของดินยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด สัญญาณชีพของเขาเต้นผิดปกติเป็นระยะๆ สร้างความหวาดกลัวให้กับทุกคนที่เฝ้ารออยู่ภายนอก แพทย์และพยาบาลยังคงทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อประคับประคองชีวิตของเด็กน้อยที่กำลังต่อสู้กับความเป็นความตาย อรุณีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าห้องพักฟื้น ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ เธอวางมือบนหน้าท้องที่เคยอุ้มชูชีวิตน้อยๆ ของเธอมาตลอดเก้าเดือน ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง ภาพดินในวัยทารกนอนหลับอุตุในอ้อมแขนของเธอ ภาพเขาในวัยเด็กวิ่งเล่น หัวเราะอย่างมีความสุข "ลูกรัก... แม่ขอโทษนะลูก... ถ้าแม่ทำอะไรผิดไป..." เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทศพลยืนพิงกำแพงอยู่ไม่ไกล เขามองอรุณีด้วยความสงสารจับใจ เขาเข้าใจดีถึงความเจ็บปวดที่เธอต้องเผชิญ เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน เขาอยากจะเข้าไปกอดปลอบเธอ แต่เขาก็รู้ว่าตอนนี้เธอคงต้องการเวลาอยู่กับตัวเองมากกว่า "เราต้องเข้มแข็งนะอรุณี" ทศพลเดินเข้าไปหาเธออีกครั้ง "เราต้องเชื่อว่าดินจะผ่านมันไปได้" อรุณีเงยหน้าขึ้นมองทศพล ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "แต่ฉันกลัวเหลือเกินทศพล ฉันกลัวว่าจะเสียเขาไป" "ผมก็กลัวเหมือนกัน" ทศพลยอมรับ "แต่เราต้องพยายามนะ" วินัยนั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เขามองดูอรุณีและทศพลด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขาเห็นความรักที่ทั้งสองคนมีต่อดิน มันเป็นความรักที่เขาไม่เคยสามารถมอบให้ลูกชายได้อย่างเต็มที่ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมอรุณีถึงไม่ต้องการเงินของเขา "ผม... ผมอยากจะเข้าไปดูเขา" วินัยกล่าวเสียงเบา ทศพลหันไปมองวินัย "ตอนนี้ยังไม่ได้นะหมอเขาห้ามไว้" "ผมแค่... อยากจะให้กำลังใจเขา" วินัยกล่าว "ผมเชื่อว่าเขาจะได้ยิน" อรุณีหันมามองวินัยด้วยสายตาที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ "ถ้าคุณอยากจะให้กำลังใจเขาจริงๆ ก็ภาวนาไปเถอะ" วินัยพยักหน้า เขาหลับตาลง เอ่ยบทสวดในใจอย่างเงียบๆ เขาพยายามส่งพลังใจทั้งหมดที่มีไปให้ลูกชาย เวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งประตูห้องพักฟื้นเปิดออก คุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ?" ทศพลรีบถาม คุณหมอมองไปที่ทั้งสามคน ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ "อาการของน้องดิน... คงที่แล้วครับ" ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหู อรุณีน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นน้ำตาแห่งความโล่งใจ "คงที่แล้วเหรอคะ?" อรุณีถามเสียงสั่น "ครับ" คุณหมอตอบ "สัญญาณชีพดีขึ้นมากแล้ว" "ขอบคุณพระเจ้า!" อรุณีร้องออกมา เธอโผเข้ากอดทศพลแน่น ทศพลกอดตอบอรุณี เขาดีใจจนพูดไม่ออก เขาหันไปมองวินัย วินัยยิ้มให้เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความยินดี "ผมขอเข้าไปดูเขาได้ไหมครับ?" วินัยถาม "ได้ครับ" คุณหมออนุญาต "แต่เข้าไปทีละคนนะครับ แล้วก็อย่าส่งเสียงดัง" วินัยพยักหน้า เขาเดินเข้าไปในห้องพักฟื้นก่อนเป็นคนแรก เมื่อเขาเห็นดินนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวแต่ดูสงบลง เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ "ดิน..." วินัยเรียกชื่อลูกชายเบาๆ "พ่อ... พ่อดีใจนะลูกที่ลูกปลอดภัย" เขาเอื้อมมือไปจับมือของดินเบาๆ มือเล็กๆ นั้นยังคงเย็นเฉียบ แต่ก็รู้สึกถึงชีพจรที่เต้นอย่างสม่ำเสมอ "พ่อขอโทษนะลูก" วินัยกล่าวต่อ "ที่ผ่านมาพ่อไม่เคยอยู่ตรงนี้เลย" เขาก้มลงจูบหน้าผากของลูกชายเบาๆ "แต่จากนี้ไป พ่อจะอยู่ตรงนี้เสมอ" วินัยอยู่ในห้องพักฟื้นกับดินประมาณสิบนาที ก่อนจะออกมา ทิ้งให้ทศพลและอรุณีเข้าไปหาลูกชาย เมื่อทศพลเข้าไปในห้อง เขาก็เห็นดินลืมตาขึ้นมามองเขาแล้ว "พ่อ..." ดินเรียกเสียงแผ่ว "ดิน!" ทศพลรีบเดินเข้าไปหา "ลูกตื่นแล้วเหรอ?" "ผม... เจ็บจังเลยครับ" ดินกล่าว "อดทนหน่อยนะลูก" ทศพลปลอบ "เดี๋ยวก็หายแล้ว" จากนั้น อรุณีจึงเข้าไปหาดิน เธอโผเข้ากอดลูกชายอย่างแผ่วเบา "ลูกรัก... แม่ดีใจที่สุดเลยที่ลูกปลอดภัย" อรุณีพูดทั้งน้ำตา ดินพยายามยิ้มให้แม่ "ผม... ผมฝันว่า... ผมไปที่ไหนก็ไม่รู้... แล้วก็มีคนบอกให้ผมกลับมา..." อรุณีกับทศพลมองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่าลูกชายกำลังพูดถึงอะไร วินัยยืนมองภาพนั้นอยู่หน้าประตูห้องพักฟื้น เขาเห็นรอยยิ้มของลูกชาย เห็นความอบอุ่นที่ส่งผ่านถึงกัน เขารู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แม้ว่าบาดแผลในอดีตจะยังคงอยู่ แต่ในขณะนี้ ความเป็นความตายของลูกชายได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างคลี่คลายลง ชะตากรรมที่เคยแขวนอยู่บนเส้นด้าย บัดนี้ได้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล สำหรับครอบครัวที่เคยแตกแยกนี้

3,510 ตัวอักษร