ตอนที่ 11 — การประชุมลับ ปมแห่งความจริง
บรรยากาศในห้องรับแขกของคฤหาสน์อนงค์นาฏยามค่ำคืน เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและเงียบสงัด แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ก็ไม่อาจกลบเกลื่อนความไม่สบายใจที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องได้ อนงค์นาฏนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความกังวล เธอสวมชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ดูเรียบหรู ตรงกันข้ามกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอ
ตรงกันข้ามกับเธอ ท่านทนายสมศักดิ์นั่งอยู่บนเก้าอี้เท้าแขน จิบชาอุ่นๆ อย่างใจเย็น สายตาคมกริบของเขามองสำรวจไปรอบห้อง ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน
"คุณสมศักดิ์คะ ดิฉันขอบคุณมากที่สละเวลามาร่วมประชุมในค่ำคืนนี้" อนงค์นาฏเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะควบคุมให้มั่นคง "ดิฉันรู้สึกเป็นกังวลใจเหลือเกินค่ะ"
"คุณอนงค์นาฏครับ" สมศักดิ์ตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี และผมก็มาที่นี่เพื่อช่วยคุณ"
"ท่านพ่อของดิฉัน... ท่านคงจะรู้สึกเสียใจมากใช่ไหมคะ" อนงค์นาฏกล่าว เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย "หลังจากที่ท่านไว้ใจทุกคนในครอบครัวมาตลอด"
"ผมได้คุยกับท่านพระยาแล้วครับ" สมศักดิ์กล่าว "ท่านเสียใจมากที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้ แต่ท่านก็ไม่ได้หมดหวัง ท่านเชื่อมั่นในความถูกต้อง และท่านก็เชื่อมั่นในตัวคุณ"
อนงค์นาฏพยักหน้าเบาๆ "ดิฉันเองก็เช่นกันค่ะ ดิฉันไม่อยากเห็นท่านพ่อต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้"
"คุณอนงค์นาฏครับ" สมศักดิ์กล่าวต่อ "ผมได้ข้อมูลบางอย่างที่คุณได้มอบให้ผมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสืบสวนของเรา"
"ค่ะ" อนงค์นาฏตอบ "ดิฉันรวบรวมเท่าที่สามารถทำได้ค่ะ"
"ผมได้ตรวจสอบเอกสารเหล่านั้นอย่างละเอียดแล้ว" สมศักดิ์อธิบาย "และผมก็ยืนยันได้ว่า ลายเซ็นในเอกสารการโอนหุ้นบางส่วนนั้น เป็นลายเซ็นปลอมที่ถูกทำขึ้นอย่างแนบเนียน"
อนงค์นาฏถอนหายใจอย่างหนัก "ดิฉันก็สงสัยเช่นนั้นค่ะ ดิฉันจำได้ว่าท่านพ่อไม่เคยเซ็นเอกสารเหล่านั้นเลย"
"ประเด็นสำคัญคือ ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการปลอมแปลงลายเซ็นครั้งนี้" สมศักดิ์กล่าว "และมีใครอีกบ้างที่รู้เห็นในแผนการนี้"
"ดิฉันคิดว่า... น่าจะเป็นคุณอรทัยค่ะ" อนงค์นาฏเอ่ยชื่อพี่สาวของเธอออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ "เธอเป็นคนที่ใกล้ชิดกับท่านพ่อมากที่สุดในช่วงที่ท่านป่วย และเธอก็มีความทะเยอทะยานสูงมาตลอด"
"คุณอรทัย?" สมศักดิ์ทวนคำ "คุณมีหลักฐานอะไรที่สนับสนุนข้อสงสัยนี้บ้างครับ"
"ก็... ไม่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันค่ะ" อนงค์นาฏยอมรับ "แต่ดิฉันเคยได้ยินเธอพูดจาบางอย่างที่ดูเหมือนจะวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ แต่ตอนนั้นดิฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก"
"พูดอย่างนั้นได้อย่างไรครับ" สมศักดิ์ถาม
"เธอเคยพูดประมาณว่า 'ถึงเวลาแล้วที่ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตระกูลนี้' และ 'ความภักดีอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เราอยู่รอดได้ในโลกนี้'" อนงค์นาฏเล่า "ตอนนั้นดิฉันคิดว่าเธออาจจะหมายถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจ หรืออะไรทำนองนั้น แต่พอมาคิดดูในตอนนี้... มันอาจมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น"
สมศักดิ์พยักหน้าอย่างครุ่นคิด "ผมจะลองตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างคุณอรทัยกับธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกตินั้นดูนะครับ"
"แล้วเรื่องพินัยกรรมฉบับล่าสุดล่ะคะ" อนงค์นาฏถาม "มันถูกแก้ไขในตอนที่ท่านพ่อป่วยหนักมากๆ ดิฉันกังวลว่า อาจจะมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น"
"ผมได้ตรวจสอบพินัยกรรมฉบับดังกล่าวแล้วครับ" สมศักดิ์ตอบ "ตามกฎหมายแล้ว พินัยกรรมฉบับนี้ถือว่าสมบูรณ์ แต่เราก็ยังมีข้อสงสัยในเรื่องของเจตนาของผู้ทำพินัยกรรม"
"ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่มีทางสู้เลยสิคะ" อนงค์นาฏกล่าวเสียงสั่นเครือ
"ไม่ครับ" สมศักดิ์ส่ายหน้า "เรายังมีทางสู้"
"ทางไหนคะ"
"เราจะใช้หลักฐานการปลอมแปลงลายเซ็นเพื่อหักล้างความชอบธรรมของเอกสารการโอนหุ้นบางส่วน และถ้าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่า การแก้ไขพินัยกรรมก็มีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ เราก็อาจจะสามารถร้องขอให้ศาลพิจารณาใหม่ได้"
"แต่... เราจะพิสูจน์ได้อย่างไรคะว่าการแก้ไขพินัยกรรมมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์" อนงค์นาฏถาม
"นั่นคือสิ่งที่เราต้องหาหลักฐานครับ" สมศักดิ์กล่าว "ผมต้องการให้คุณอนงค์นาฏช่วยผมอีกแรงหนึ่ง"
"ดิฉันยินดีค่ะ" อนงค์นาฏตอบทันที
"ผมอยากให้คุณลองพูดคุยกับญาติสนิท หรือคนใกล้ชิดของท่านพระยาที่ท่านไว้ใจ อาจจะมีใครบางคนที่รู้เห็น หรือได้ยินอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับช่วงเวลาที่ท่านป่วยหนัก หรือช่วงเวลาที่มีการแก้ไขพินัยกรรม" สมศักดิ์เสนอแนะ "ข้อมูลเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์กับเราอย่างมาก"
"ดิฉันจะลองดูค่ะ" อนงค์นาฏกล่าว "แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ข้อมูลอะไรบ้าง"
"ทุกข้อมูลมีความสำคัญครับ" สมศักดิ์ยืนยัน "แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาทั้งหมดนี้ได้"
"แล้ว... มีใครอีกบ้างที่เราควรจะระวังคะ" อนงค์นาฏถามอย่างกังวล
"คุณอรทัยเป็นคนที่เราต้องจับตาดูเป็นพิเศษครับ" สมศักดิ์ตอบ "และอาจจะมีคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเธออีก"
"ดิฉันรู้สึกไม่สบายใจเลยค่ะ" อนงค์นาฏกล่าว "การต้องเผชิญหน้ากับคนในครอบครัวเดียวกันเอง มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน"
"ผมเข้าใจครับ" สมศักดิ์พยักหน้า "แต่เพื่อรักษาความถูกต้องและปกป้องผลประโยชน์ของท่านพระยา เราจำเป็นต้องทำ"
"ดิฉันจะทำทุกวิถีทางค่ะ" อนงค์นาฏยืนยัน "ดิฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายท่านพ่อได้"
"ดีมากครับ" สมศักดิ์กล่าว "ผมจะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และจะพยายามหาหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง"
"แล้วเมื่อไหร่ที่เราจะสามารถดำเนินการขั้นต่อไปได้คะ" อนงค์นาฏถาม
"ผมคิดว่าเราควรรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุดก่อนครับ" สมศักดิ์ตอบ "เมื่อเรามีหลักฐานที่แข็งแกร่งเพียงพอแล้ว เราจึงจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้"
"ดิฉันหวังว่า... ทุกอย่างจะเรียบร้อยนะคะ" อนงค์นาฏกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความหวัง
"ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ" สมศักดิ์ตอบรับ "คุณไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณและท่านพระยาเสมอ"
อนงค์นาฏมองไปยังทนายความคู่ใจของครอบครัวด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ในท่ามกลางความมืดมิดและความสับสน เธอได้พบกับแสงสว่างเล็กๆ ที่นำทางเธอไปสู่ความยุติธรรม
"ขอบคุณค่ะคุณสมศักดิ์" เธอกล่าว "ดิฉันเชื่อมั่นในตัวคุณค่ะ"
สมศักดิ์ยิ้มรับ "เราจะผ่านมันไปด้วยกันครับ"
ทั้งสองคนยังคงนั่งสนทนากันต่อไปอีกสักพัก เพื่อวางแผนการดำเนินงานในรายละเอียดต่างๆ ความหวังริบหรี่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของอนงค์นาฏ เธอมั่นใจว่าด้วยความช่วยเหลือของสมศักดิ์ และด้วยการสนับสนุนจากท่านพ่อ เธอจะสามารถต่อสู้กับความอยุติธรรมที่กำลังเกิดขึ้นได้
5,213 ตัวอักษร