ตอนที่ 10 — แผนการลับ ปลายปากกา
"คุณสมศักดิ์ครับ ผมขอขอบคุณคุณอีกครั้งสำหรับความช่วยเหลือทั้งหมด" พระยาอัศวรักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง ดวงตาของท่านมองตรงไปยังทนายความคู่ใจที่นั่งอยู่ตรงข้าม ใบหน้าของท่านดูผ่อนคลายกว่าหลายวันก่อนอย่างเห็นได้ชัด ชาอุ่นๆ ที่อยู่ในถ้วยเซรามิกสีขาวดูเหมือนจะช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าและจิตใจที่บอบช้ำของท่านได้บ้าง
ท่านทนายสมศักดิ์วางถ้วยชาลงบนจานรอง สบตาพระยาอัศวรักษ์ด้วยรอยยิ้มบางๆ "ท่านไม่ต้องกล่าวเช่นนั้นหรอกครับ เราทำงานตามหน้าที่ และผมก็เชื่อมั่นในความถูกต้องเสมอ"
"แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งไหนๆ" พระยาอัศวรักษ์ถอนหายใจเบาๆ "การที่ลูกหลานแท้ๆ ของผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วงชิงสิ่งที่เขาไม่สมควรจะได้ มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน"
"ผมเข้าใจดีครับ" สมศักดิ์ตอบรับ "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบนี้ ย่อมมีแรงต้านเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล"
"คุณสมศักดิ์ครับ ผมได้ทบทวนเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้งแล้ว" พระยาอัศวรักษ์กล่าวต่อ "จากหลักฐานที่เรามี และจากการพูดคุยกับคุณเมื่อวาน ผมคิดว่าเราพอจะมองเห็นภาพรวมของแผนการร้ายที่พวกเขากำลังดำเนินการอยู่"
"ครับท่าน" สมศักดิ์พยักหน้า "ผมเองก็กำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอยู่เช่นกัน จากการที่ผมได้เข้าถึงเอกสารบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในเครือของตระกูลอัศวรักษ์ ผมพบความผิดปกติบางประการที่น่าสงสัย"
"ความผิดปกติอะไรบ้างครับ?" พระยาอัศวรักษ์ถามด้วยความสนใจ
"มีรายการค่าใช้จ่ายบางส่วนที่สูงเกินจริง และมีธุรกรรมทางการเงินที่ดูเหมือนจะซับซ้อนและไม่โปร่งใสครับ" สมศักดิ์อธิบาย "ที่สำคัญคือ มีการโอนย้ายทรัพย์สินบางส่วนออกไปนอกประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งผมยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการดำเนินการโดยใครและมีวัตถุประสงค์อะไร"
พระยาอัศวรักษ์ขมวดคิ้ว "เรื่องนี้สำคัญมาก คุณสมศักดิ์"
"แน่นอนครับท่าน" สมศักดิ์ตอบ "ผมกำลังพยายามแกะรอยเส้นทางการเงินเหล่านั้นอยู่ แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร"
"ผมรู้ดีว่าคุณกำลังทำอย่างเต็มที่" พระยาอัศวรักษ์พูดพลางลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม "ผมรู้สึกว่าเวลาของผมเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ผมไม่อยากให้ทุกอย่างที่ผมสร้างมาต้องพังทลายลงไปกับมือของคนที่ไม่เห็นค่า"
"ท่านอย่าเพิ่งหมดหวังครับ" สมศักดิ์กล่าวอย่างให้กำลังใจ "เรายังมีเวลา และผมเชื่อว่าเราจะหาหลักฐานที่เพียงพอมาเปิดโปงความจริงได้"
"แต่เราจะเปิดโปงได้อย่างไรล่ะครับคุณสมศักดิ์" พระยาอัศวรักษ์หันกลับมาเผชิญหน้ากับสมศักดิ์ "หากไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นพอ พวกเขาก็จะบิดเบือนความจริงได้ง่ายๆ"
"นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากจะขอให้ท่านช่วยอีกแรงหนึ่งครับ" สมศักดิ์กล่าว "ผมได้คุยกับคุณอนงค์นาฏแล้ว และเธอเต็มใจที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่"
พระยาอัศวรักษ์ประหลาดใจเล็กน้อย "อนงค์นาฏ? เธอก็รู้เรื่องนี้ด้วยหรือ?"
"ครับท่าน" สมศักดิ์ตอบ "คุณอนงค์นาฏเป็นห่วงท่านมาก และเธอเองก็มีข้อมูลบางอย่างที่อาจเป็นประโยชน์กับเรา"
"ข้อมูลอะไรครับ?"
"คุณอนงค์นาฏได้ให้สำเนาเอกสารบางส่วนแก่ผมมาครับ เป็นบันทึกการประชุม และเอกสารการโอนหุ้นบางส่วน ซึ่งดูเหมือนจะมีการลงนามโดยท่านเจ้าคุณด้วยลายเซ็นที่เหมือนจริงมาก แต่ผมมีความสงสัยในความถูกต้องของมัน"
พระยาอัศวรักษ์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง "ลายเซ็นของผม? เป็นไปได้อย่างไร"
"นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังจะบอกท่านครับ" สมศักดิ์ยื่นซองเอกสารบางส่วนให้พระยาอัศวรักษ์ "ผมได้นำเอกสารเหล่านี้ไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์ลายเซ็นตรวจสอบแล้ว และผลก็ออกมาว่า ลายเซ็นในเอกสารเหล่านี้... ไม่ใช่ลายเซ็นของท่านครับ"
พระยาอัศวรักษ์รับเอกสารมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "หมายความว่า... พวกเขาปลอมแปลงลายเซ็นของผม?"
"จากหลักฐานเบื้องต้น ผมค่อนข้างมั่นใจว่าใช่ครับท่าน" สมศักดิ์ตอบเสียงหนักแน่น "และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ การปลอมแปลงลายเซ็นนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านป่วยหนัก และก่อนที่พินัยกรรมฉบับล่าสุดจะถูกประกาศใช้"
"เป็นไปไม่ได้!" พระยาอัศวรักษ์อุทานเสียงหลง "ใครกันที่จะกล้าทำเรื่องอัปยศอดสูถึงเพียงนี้?"
"ผมก็กำลังสืบหาตัวการอยู่ครับท่าน" สมศักดิ์กล่าว "แต่ถ้าพิจารณาจากผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ก็คงพอจะเดาได้ไม่ยาก"
พระยาอัศวรักษ์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง ใบหน้าซีดเผือด "ผมไม่เคยคิดเลยว่า... จะมีคนใกล้ตัวที่เหี้ยมโหดได้ถึงเพียงนี้"
"ท่านอย่าเพิ่งท้อแท้นะครับ" สมศักดิ์ปลอบ "การค้นพบนี้เป็นก้าวสำคัญของเรา เรามีหลักฐานที่จะหักล้างความพยายามของพวกเขาได้แล้ว"
"แต่เราจะทำอย่างไรต่อไปล่ะครับ" พระยาอัศวรักษ์ถามเสียงแผ่ว "เราจะใช้หลักฐานนี้ได้อย่างไร"
"เราจะต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมให้แน่นหนาที่สุดครับ" สมศักดิ์อธิบาย "ผมจะดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดอย่างละเอียด และผมจะขอให้คุณอนงค์นาฏช่วยประสานงานกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เราได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุด"
"คุณอนงค์นาฏ... เธอยังภักดีกับผมอยู่เสมอ" พระยาอัศวรักษ์พึมพำ
"เธอรักและเคารพท่านมากครับ" สมศักดิ์กล่าว "เธอเชื่อว่าท่านคือผู้ที่สมควรจะได้รับความยุติธรรม"
"แล้วเรื่องการเปิดโปงล่ะครับ" พระยาอัศวรักษ์ถาม "เราควรจะเปิดโปงเมื่อไหร่"
"ผมคิดว่าเราควรรอจนกว่าเราจะมีหลักฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด" สมศักดิ์ตอบ "และเราควรจะดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้พวกเขามีโอกาสแก้ตัว หรือหาทางทำลายหลักฐานได้"
"ผมเห็นด้วย" พระยาอัศวรักษ์พยักหน้า "ผมไว้ใจคุณสมศักดิ์เสมอ"
"ขอบคุณครับท่าน" สมศักดิ์ยิ้ม "ผมจะทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อรักษาชื่อเสียงและทรัพย์สินของท่านไว้"
ทั้งสองคนนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ต่างครุ่นคิดถึงแผนการในอนาคต พระยาอัศวรักษ์มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มยามเย็น ความมืดกำลังคืบคลานเข้ามา พร้อมกับความหวังอันริบหรี่ที่จะได้เห็นความยุติธรรมกลับคืนมาสู่ตระกูลของเขา
"คุณสมศักดิ์ครับ" พระยาอัศวรักษ์หันกลับมา "ผมอยากจะขอให้คุณดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"
"ผมเข้าใจครับท่าน" สมศักดิ์ตอบรับ "ผมจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับเรื่องนี้"
"ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "และผมก็หวังว่า... ความจริงจะสามารถเอาชนะความโลภและเล่ห์เหลี่ยมได้"
5,072 ตัวอักษร