ตอนที่ 16 — ความจริงที่ถูกเปิดเผย การตัดสินใจของพระยา
แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมายังคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตระกูลอัศวรักษ์ บรรยากาศโดยรวมดูสงบสุข แต่ภายใต้ความสงบนั้น กลับมีคลื่นลมแห่งความขัดแย้งกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ในห้องรับแขกขนาดใหญ่ อนงค์นาฏ นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว เธอสวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่ดูสง่างาม ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังนาฬิกาข้อมืออย่างกระวนกระวาย เวลาใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว การประชุมสำคัญกำลังจะเริ่มขึ้น นี่คือโอกาสสุดท้ายที่เธอจะสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่กำลังจะบานปลายได้
"คุณอนงค์นาฏคะ คุณหญิงชื่นกำลังตามหาค่ะ" เสียงของสาวใช้คนสนิทดังขึ้น ทำลายความเงียบในห้อง
อนงค์นาฏผุดลุกขึ้นยืน "บอกท่านหญิงว่าดิฉันกำลังจะไปค่ะ" เธอตอบพลางเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง ความกดดันค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในหัวใจ เธอรู้ดีว่าการประชุมครั้งนี้ จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของเธอ และอาจรวมถึงอนาคตของตระกูลอัศวรักษ์ทั้งหมด
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้องประชุม พระยาอัศวรักษ์นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวประธาน ใบหน้าของท่านดูเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงฉายแววแห่งอำนาจและความเด็ดขาด อนงค์นาฏเดินตรงไปนั่งยังที่ว่างข้างๆ บิดาของเธอ สัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมายังเธอจากทุกคนในห้อง
"ขออภัยที่ให้ทุกท่านรอนานค่ะ" อนงค์นาฏกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น
"ไม่ต้องขอโทษหรอกอนงค์นาฏ นั่งลงก่อนเถอะ" พระยาอัศวรักษ์กล่าว พลางกวาดสายตาไปยังผู้ร่วมประชุมคนอื่นๆ "วันนี้เรามาประชุมกันเพื่อหาข้อสรุปเรื่องการจัดการมรดกและธุรกิจของตระกูลให้ชัดเจนเสียที"
เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ญาติๆ บางคนแสดงท่าทีไม่พอใจที่การประชุมล่าช้า อนงค์นาฏเหลือบมองไปยังนพพร น้องชายของเธอ ที่นั่งอยู่ตรงข้าม ดวงตาของนพพรฉายแววเย้ยหยันเล็กน้อย ราวกับจะบอกว่าเธอไม่มีสิทธิ์มีเสียงในเรื่องนี้
"ตามที่ได้แจ้งไปในการประชุมครั้งก่อน" พระยาอัศวรักษ์กล่าวต่อ "ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะมอบตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มบริษัทอัศวรักษ์ให้แก่อนงค์นาฏ บุตรสาวคนโตของข้าพเจ้า"
คำประกาศของพระยาอัศวรักษ์สร้างความตะลึงให้กับหลายคนในห้อง นพพรถึงกับหน้าถอดสี ใบหน้าซีดเผือด ส่วนคนอื่นๆ ก็เริ่มมองหน้ากันไปมา มีทั้งความประหลาดใจ ความไม่พอใจ และความคาดไม่ถึง
"ท่านพ่อคะ" เสียงของนพพรดังแทรกขึ้นมาอย่างหงุดหงิด "ทำไมท่านถึงตัดสินใจเช่นนี้ โดยไม่ปรึกษาหารือกับพวกเราก่อนเลย"
"ข้าพเจ้าได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว นพพร" พระยาอัศวรักษ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "อนงค์นาฏมีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ และมีความซื่อสัตย์ต่อตระกูล นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการในตัวผู้บริหารสูงสุด"
"แต่ท่านพ่อครับ" นพพรพยายามประคองสติ "ผมเป็นลูกชายคนโตนะครับ ควรจะเป็นผมที่จะสืบทอดตำแหน่งนี้ ผมเติบโตมากับธุรกิจของตระกูล ผมรู้จักทุกอย่างดีกว่าใคร"
"ความอาวุโสไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมเสมอไป นพพร" พระยาอัศวรักษ์กล่าวเสียงหนัก "ข้าพเจ้าเห็นความทะเยอทะยานในตัวเจ้า แต่มันถูกบดบังด้วยความโลภ เจ้าพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แม้จะต้องเหยียบย่ำคนอื่น"
คำพูดของบิดาทำให้นพพรสะอึก เขาก้มหน้าลงอย่างอายๆ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"ส่วนเรื่องมรดก" พระยาอัศวรักษ์กล่าวต่อ "ข้าพเจ้าจะแบ่งสรรให้แก่บุตรหลานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่สำหรับทรัพย์สินที่เป็นที่ดินและบ้านพักอาศัยในกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าจะยกให้แก่อนงค์นาฏทั้งหมด"
ครั้งนี้ อนงค์นาฏเองก็ตกใจไม่แพ้คนอื่นๆ เธอไม่เคยคาดคิดว่าบิดาจะมอบทรัพย์สินชิ้นใหญ่ขนาดนี้ให้เธอ "ท่านพ่อคะ... ดิฉัน..."
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้นอนงค์นาฏ" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าตัดสินใจแล้ว"
"เป็นไปไม่ได้!" เสียงของอนงค์ศักดิ์ ลุงของเธอ ดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด "ท่านพี่จะมอบทุกอย่างให้อนงค์นาฏได้อย่างไร นี่มันไม่ยุติธรรมเลย"
"ยุติธรรมหรือไม่ ยุติธรรมอยู่ที่การกระทำของแต่ละคน" พระยาอัศวรักษ์ตอบนิ่งๆ "ข้าพเจ้าเห็นการกระทำของเจ้าและครอบครัวมาตลอด อนงค์ศักดิ์ เจ้าเอาเปรียบตระกูลมาเท่าไหร่แล้ว"
อนงค์ศักดิ์อ้าปากจะโต้แย้ง แต่ก็เงียบไปเมื่อเห็นสายตาแข็งกร้าวของพระยาอัศวรักษ์
"ข้าพเจ้าตระหนักดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้ อาจทำให้หลายคนไม่พอใจ" พระยาอัศวรักษ์กล่าวต่อ "แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าอนงค์นาฏจะสามารถนำพาทุกคนไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้"
"ท่านพ่อคะ" อรทัย ลูกสาวคนรองที่นั่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น "ดิฉันเข้าใจว่าท่านรักและไว้ใจดิฉัน แต่... ดิฉันไม่คิดว่าดิฉันพร้อมที่จะรับภาระอันใหญ่หลวงขนาดนี้"
"อรทัย" พระยาอัศวรักษ์หันไปมองลูกสาวคนรองด้วยความประหลาดใจ "ทำไมเจ้าถึงพูดเช่นนี้"
"เพราะว่า... ดิฉันรู้ว่าใครที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผู้บริหารสูงสุดค่ะ" อรทัยตอบ พลางเหลือบมองไปยังอนงค์นาฏด้วยรอยยิ้มบางๆ "และนั่นก็คือพี่อนงค์นาฏ"
ความจริงใจในคำพูดของอรทัยทำให้ทุกคนในห้องประหลาดใจ โดยเฉพาะอนงค์นาฏ เธอไม่คิดว่าอรทัยจะสนับสนุนเธอเช่นนี้
"แต่... เรื่องมรดก" อนงค์นาฏยังคงรู้สึกกังวล "ท่านพ่อคะ ดิฉัน..."
"ข้าพเจ้าจะจัดการเรื่องนี้เอง" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือการที่เราจะร่วมมือกันเพื่อรักษาชื่อเสียงและธุรกิจของตระกูลอัศวรักษ์ไว้"
"แต่ท่านพ่อครับ" นพพรพยายามขัดอีกครั้ง "ถ้าท่านยกทุกอย่างให้อนงค์นาฏ แล้วพวกเราล่ะครับ พวกเราจะได้อะไร"
"สิ่งที่เจ้าจะได้ คือความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลที่แข็งแกร่ง" พระยาอัศวรักษ์กล่าวเสียงเฉียบขาด "ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองที่เจ้ากำลังมุ่งหวัง"
บรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ความขัดแย้งภายในครอบครัวเริ่มปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น อนงค์นาฏรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่เธอก็รู้ดีว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหญ่
"ข้าพเจ้าขอเวลาพวกท่านทุกคนกลับไปคิดทบทวน" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "และขอให้ทุกคนเคารพการตัดสินใจของข้าพเจ้า"
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง อนงค์นาฏรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก เธอเดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับอรทัย
"ขอบคุณมากนะอรทัย" อนงค์นาฏกล่าว "พี่ไม่คิดเลยว่าเธอจะพูดเช่นนั้น"
"พี่อนงค์นาฏคะ" อรทัยตอบ "หนูเห็นว่าพี่เหมาะสมที่สุด หนูเชื่อว่าพี่จะทำได้ดี"
"แต่พี่ก็ยังกังวลเรื่องพ่อ" อนงค์นาฏกล่าว "ท่านดูเหนื่อยเหลือเกิน"
"ท่านพ่อเข้มแข็งค่ะพี่" อรทัยปลอบ "และท่านก็เชื่อมั่นในตัวพี่"
ในขณะที่อนงค์นาฏกำลังเดินออกจากคฤหาสน์ เธอก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบดังมาจากมุมหนึ่งของสวน เสียงนั้นเป็นของนพพรและอนงค์ศักดิ์
"แกคิดว่าเราจะยอมให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ง่ายๆ หรือไง" เสียงของอนงค์ศักดิ์ดังขึ้นอย่างหงุดหงิด
"แน่นอนครับลุง" นพพรตอบ "แผนของเรายังไม่จบแค่นี้"
อนงค์นาฏชะงัก เธอรู้ว่าการต่อสู้ยังไม่จบลงง่ายๆ และเธอต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น
5,347 ตัวอักษร