เลือดขัตติยะร้าวฉาน

ตอนที่ 25 / 49

ตอนที่ 25 — คำสารภาพสุดท้ายในคฤหาสน์อัศวรักษ์

“พร้อมแล้วค่ะท่านพ่อ” อนงค์นาฏตอบเสียงหนักแน่น ดวงตาของเธอฉายแววกร้าวกล้า ราวกับนักรบที่กำลังจะเข้าสู่สนามรบครั้งสำคัญ พระยาอัศวรักษ์พยักหน้าช้าๆ หันไปมองกองเอกสารเบื้องหน้า ซึ่งไม่เพียงเป็นพยานหลักฐาน แต่ยังเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความเจ็บปวดที่ผ่านมา การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อศักดิ์ศรีของตระกูล แต่เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของบิดา และเพื่อชดเชยความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับผู้บริสุทธิ์ “ถึงเวลาแล้วอนงค์นาฏ” พระยาอัศวรักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “เราจะต้องทำให้ทุกคนรับรู้ความจริงทั้งหมด” ทนายส่วนตัวของพระยา ซึ่งนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ได้หยิบเอกสารสำคัญขึ้นมาฉบับหนึ่ง “เอกสารนี้คือเจตจำนงสุดท้ายของท่านพระยา ซึ่งได้ลงนามไว้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อหลายปีก่อน” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะกล่าวต่อ “และนี่คือคำให้การของคุณสมศรี ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญที่จะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณอนงค์นาฏ และเปิดโปงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด” อนงค์นาฏสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะไม่ง่ายดาย อุปสรรคมากมายรออยู่ข้างหน้า แต่เธอจะไม่ยอมแพ้ เธอจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ความยุติธรรมบังเกิด “เราจะเริ่มจากไหนดีคะท่านพ่อ” อนงค์นาฏถาม พลางเหลือบมองบิดาของเธอ “เราจะเริ่มจากความจริงที่ถูกปิดบัง” พระยาอัศวรักษ์ตอบ “เราจะเปิดโปงแผนการอันชั่วร้ายที่ถูกซุกซ่อนไว้ และเราจะนำตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมาย” ทนายส่วนตัวหยิบเอกสารอีกชุดขึ้นมา “ผมได้เตรียมสำเนาเอกสารทั้งหมดไว้ครบถ้วนแล้วครับ ท่านพระยา ท่านอนงค์นาฏ และผมพร้อมที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารของบริษัท รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย” “ดีมาก” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “เตรียมการให้พร้อม เราจะเริ่มการประชุมลับภายในหนึ่งชั่วโมง” ภายในห้องทำงานอันโอ่อ่า บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและกดดัน เสียงนาฬิกาเดินติ๊กต็อกเป็นจังหวะที่เน้นย้ำถึงเวลาที่เหลือน้อยลงทุกขณะ อนงค์นาฏมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของสวนสวยที่เคยเป็นสถานที่แห่งความสุข กลับดูหม่นหมองในสายตาของเธอในยามนี้ “ท่านพ่อคะ” อนงค์นาฏเอ่ยขึ้น “ท่านแน่ใจหรือคะว่าเราทำถูกแล้ว” พระยาอัศวรักษ์หันกลับมามองบุตรสาว ดวงตาของท่านฉายแววแห่งความเหนื่อยล้า แต่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น “อนงค์นาฏ พ่อรู้ว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ความจริงจะต้องถูกเปิดเผย และผู้ที่ทำผิดจะต้องได้รับผลกรรม” “แต่... พวกเขาคือคนในครอบครัวของเรานะคะ” อนงค์นาฏเอ่ยเสียงเบา “ความถูกต้องย่อมสำคัญกว่าสายเลือด” พระยาอัศวรักษ์ตอบ “พ่อสอนเจ้ามาตลอดว่าความซื่อสัตย์และความยุติธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พ่อไม่เคยสอนให้เจ้าทนเห็นความอยุติธรรมเกิดขึ้น และพ่อก็ไม่เคยสอนให้เจ้าละเลยหน้าที่ของตนเอง” “หนูเข้าใจค่ะท่านพ่อ” อนงค์นาฏพยักหน้า “หนูจะทำทุกอย่างที่หนูทำได้ เพื่อพิสูจน์ความจริง” ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “เข้ามาได้” พระยาอัศวรักษ์กล่าว ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของสมศรีที่เดินเข้ามา ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ดวงตายังคงฉายแววแห่งความเด็ดเดี่ยว เธอเดินตรงไปทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าพระยาอัศวรักษ์ “ท่านเจ้าสัวคะ” สมศรีเอ่ยเสียงสั่นเครือ “หนู... หนูขอโทษค่ะ” พระยาอัศวรักษ์ทรุดตัวลงนั่งข้างสมศรี “สมศรี เจ้าไม่ต้องขอโทษ พ่อรู้ว่าเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด” “แต่หนู... หนูถูกบีบให้ต้องพูดโกหก” สมศรีกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น “หนูไม่มีทางเลือกจริงๆ ค่ะ” “ใครบีบบังคับเจ้า” พระยาอัศวรักษ์ถาม เสียงของท่านอ่อนโยนลง “ก็... คุณอลงกรณ์ค่ะ” สมศรีเงยหน้าขึ้นมองพระยาอัศวรักษ์ “เขาข่มขู่ว่าจะทำร้ายครอบครัวของหนู ถ้าหนูไม่ยอมทำตามที่เขาต้องการ” อนงค์นาฏยืนนิ่ง อึ้งไปกับคำสารภาพของสมศรี เธอไม่เคยคาดคิดว่าอลงกรณ์จะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ “เขาบอกให้หนูไปให้การปรักปรำคุณอนงค์นาฏ” สมศรีเล่าต่อ “เขาบอกว่าถ้าหนูไม่ทำตาม เขาจะทำให้หนูไม่มีที่ยืนในสังคม และจะไม่มีใครจ้างหนูอีกเลย” “แล้วเจ้าเชื่อเขาหรือ” พระยาอัศวรักษ์ถาม “หนู... หนูไม่รู้จะทำอย่างไรค่ะ” สมศรีกล่าว “หนูเสียใจจริงๆ ที่ทำให้คุณอนงค์นาฏต้องเดือดร้อน” “ไม่ต้องเสียใจสมศรี” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “เจ้าได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และพ่อจะปกป้องเจ้าเอง” ทนายส่วนตัวหยิบเอกสารขึ้นมาอีกฉบับ “เอกสารนี้คือบันทึกการสนทนาระหว่างคุณสมศรีกับคุณอลงกรณ์ ซึ่งผมได้บันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐานครับ” ทุกคนในห้องหันไปมองทนายด้วยความประหลาดใจ “คุณสมศรีได้ติดต่อผมมาเมื่อสองวันก่อน” ทนายอธิบาย “เธอแจ้งว่าเธอถูกบีบบังคับให้ให้การเท็จ และขอความช่วยเหลือจากผม ผมจึงได้วางแผนร่วมกับเธอ และได้บันทึกการสนทนาทั้งหมดไว้” อนงค์นาฏมองสมศรีด้วยความเห็นใจ “สมศรี ฉันไม่ได้โทษเธอเลยนะ” “ขอบคุณค่ะคุณอนงค์นาฏ” สมศรีกล่าวด้วยน้ำตาคลอ “หนูขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณต้องเสียใจ” “เรื่องมันผ่านมาแล้ว” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการพิสูจน์ความจริง” “แล้วแผนของเราล่ะคะท่านพ่อ” อนงค์นาฏถาม “เราจะเปิดเผยความจริงทั้งหมดในที่ประชุม” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “เราจะใช้เอกสารทุกอย่างที่เรามี ทั้งเจตจำนงสุดท้ายของพ่อ คำให้การของคุณสมศรี และบันทึกการสนทนา” “แล้วคุณอลงกรณ์ล่ะคะ” อนงค์นาฏถาม “เขาจะต้องได้รับผลกรรมที่เขาทำ” พระยาอัศวรักษ์ตอบ “เขาจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาได้ทำลงไป” บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย เมื่อความจริงได้ถูกเปิดเผย และความหวังในการกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลก็เริ่มปรากฏขึ้น “ถึงเวลาแล้วอนงค์นาฏ” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “เราจะไปเผชิญหน้ากับทุกคน” อนงค์นาฏพยักหน้าอย่างหนักแน่น เธอพร้อมแล้วที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

4,571 ตัวอักษร