เลือดขัตติยะร้าวฉาน

ตอนที่ 26 / 49

ตอนที่ 26 — เปิดโปงแผนร้ายในที่ประชุมลับ

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นตามโถงทางเดินยาวเหยียดของคฤหาสน์อัศวรักษ์ บ่งบอกถึงการมาถึงของบุคคลสำคัญ พระยาอัศวรักษ์นำทีมเดินนำหน้าด้วยท่าทีสง่างาม แม้ร่างกายจะอ่อนแอลงตามกาลเวลา แต่ออร่าแห่งอำนาจและความเด็ดเดี่ยวยังคงฉายชัดอยู่เสมอ อนงค์นาฏเดินเคียงข้างบิดา ใบหน้าของเธอฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทนายส่วนตัวเดินตามมาห่างๆ พร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาที่บรรจุหลักฐานสำคัญทุกชิ้น เมื่อมาถึงห้องประชุมใหญ่ซึ่งถูกเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับวาระสำคัญนี้ บุคคลที่ถูกเชิญมาร่วมประชุมต่างก็ทยอยกันเข้ามา บางคนมีสีหน้าเรียบเฉย บางคนแฝงไว้ด้วยความตึงเครียด และบางคนก็ซ่อนเร้นความกังวลไว้ภายใต้รอยยิ้มที่ดูเสแสร้ง อลงกรณ์ ชายผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่อ่านไม่ออก เขาเดินตรงไปนั่งในตำแหน่งของตนเอง โดยไม่สบตาใคร “สวัสดีทุกท่าน” พระยาอัศวรักษ์กล่าวเปิดประชุมด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาอันมีค่า มาร่วมประชุมในครั้งนี้” เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ราวกับจะประเมินสถานการณ์ “วันนี้ ผมได้เรียกประชุมทุกท่าน เพื่อสะสางเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเพื่อเปิดเผยความจริงที่ถูกปิดบังมานาน” บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องไปที่พระยาอัศวรักษ์ รอคอยคำพูดที่จะตามมา “หลายท่านคงทราบดีว่าในช่วงที่ผ่านมา ตระกูลอัศวรักษ์ของเราต้องเผชิญกับปัญหาและความขัดแย้งภายในมากมาย” พระยาอัศวรักษ์กล่าวต่อ “และปัญหาเหล่านั้น ได้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อชื่อเสียงและเสถียรภาพของบริษัท” เขาหยุดชะงักเล็กน้อย ราวกับกำลังรวบรวมสมาธิ ก่อนจะกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น “ผมในฐานะหัวหน้าตระกูล ได้พยายามแก้ไขสถานการณ์มาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้” “แต่ในวันนี้” พระยาอัศวรักษ์เอ่ย พลางหันไปมองอนงค์นาฏ “ผมได้พบหนทางที่จะแก้ไขปัญหาทั้งหมด และจะนำความยุติธรรมกลับคืนสู่ตระกูลของเรา” อนงค์นาฏก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย ยืนเคียงข้างบิดาของเธอ “ผมได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมด ที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “และหลักฐานเหล่านั้น ได้ยืนยันว่า มีบุคคลหนึ่งในที่นี้ ที่อยู่เบื้องหลังแผนการอันชั่วร้ายนี้” คำพูดของพระยาอัศวรักษ์สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่อยู่ในห้องประชุม สายตาหลายคู่หันไปมองอลงกรณ์ ซึ่งนั่งนิ่งไม่แสดงท่าทีใดๆ “ผมจะขอเปิดเผยเจตจำนงสุดท้ายของผม ที่ได้ลงนามไว้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อหลายปีก่อน” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “เจตจำนงนี้ ได้ระบุถึงการบริหารจัดการทรัพย์สิน และการสืบทอดอำนาจภายในตระกูลอย่างชัดเจน” ทนายส่วนตัวของพระยาได้หยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา ยื่นให้กับพระยาอัศวรักษ์ พระยาอัศวรักษ์รับมาถือไว้ ก่อนจะกล่าวต่อ “เจตจำนงนี้ ได้ระบุไว้ว่า ในกรณีที่ผมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าตระกูลได้อีกต่อไป ผู้ที่จะเข้ารับตำแหน่งต่อจากผม คือ...” พระยาอัศวรักษ์เว้นจังหวะ “คืออนงค์นาฏ บุตรสาวของผม” คำประกาศของพระยาอัศวรักษ์สร้างความโกลาหลในห้องประชุมทันที เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้น บางคนแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน อลงกรณ์เองก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงพยายามเก็บอารมณ์ “เป็นไปไม่ได้!” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากมุมห้อง “อนงค์นาฏไม่มีสิทธิ์!” พระยาอัศวรักษ์หันไปมองผู้ที่ตะโกนออกมา “ท่านประธานกรรมการบริหารครับ ผมเข้าใจดีว่าท่านอาจจะไม่พอใจ แต่เจตจำนงนี้ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ” “แต่เหตุผลล่ะท่าน” ท่านประธานกรรมการถาม “ทำไมท่านถึงมอบอำนาจให้กับอนงค์นาฏ ทั้งๆ ที่เธอเป็นเพียงผู้หญิง และยังเด็กอยู่” “อนงค์นาฏอาจจะยังเด็ก” พระยาอัศวรักษ์ตอบ “แต่เธอมีความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และความสามารถในการบริหารจัดการ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าเธอจะสามารถนำพาตระกูลของเราไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้” “แล้วท่านไม่คิดถึง อลงกรณ์ หรือครับ” ท่านประธานกรรมการถาม “เขาเป็นถึงหลานชายคนโตของท่านนะ” “ผมคิดถึงทุกคน” พระยาอัศวรักษ์ตอบ “แต่อลงกรณ์... เขาแสดงให้ผมเห็นแล้วว่า เขาไม่เหมาะสมที่จะสืบทอดอำนาจ” พระยาอัศวรักษ์หันไปมองอลงกรณ์ “อลงกรณ์” เขาเรียกชื่อหลานชาย “เจ้าคิดว่าพ่อพูดถูกหรือไม่” อลงกรณ์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ท่านพูดอะไร ผมก็ต้องเชื่อตามนั้นครับ” “ดี” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “และเพื่อยืนยันคำพูดของผม ผมจะขอเปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติม” ทนายส่วนตัวของพระยาได้ยื่นเอกสารอีกชุดหนึ่งให้กับพระยาอัศวรักษ์ “นี่คือคำให้การของคุณสมศรี” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “เธอเป็นพยานปากสำคัญที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณอนงค์นาฏ และจะเปิดโปงผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนการนี้” พระยาอัศวรักษ์เริ่มอ่านคำให้การของคุณสมศรี ซึ่งระบุถึงการถูกอลงกรณ์ข่มขู่ บีบบังคับให้ให้การปรักปรำอนงค์นาฏ “ฉัน... ฉันถูกคุณอลงกรณ์บังคับให้พูดโกหก” เสียงของคุณสมศรีดังขึ้นจากเครื่องบันทึกเสียง ที่ทนายส่วนตัวได้เปิดขึ้น “เขาข่มขู่ว่าจะทำร้ายครอบครัวของฉัน ถ้าฉันไม่ยอมทำตามที่เขาต้องการ” คำสารภาพของคุณสมศรี สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนในห้องประชุม โดยเฉพาะอลงกรณ์ ซึ่งมีสีหน้าซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด “นี่มันเรื่องอะไรกัน!” เสียงหนึ่งดังขึ้น “นี่เป็นการใส่ร้าย!” “ไม่ใช่การใส่ร้ายครับ” ทนายส่วนตัวของพระยาเอ่ยขึ้น “ผมมีหลักฐานบันทึกการสนทนาระหว่างคุณสมศรีกับคุณอลงกรณ์ ซึ่งยืนยันคำให้การของคุณสมศรีทุกประการ” ทนายได้เปิดไฟล์เสียงบันทึกการสนทนาระหว่างสมศรีกับอลงกรณ์ เสียงของทั้งคู่ดังชัดเจนในห้องประชุม เป็นการสนทนาที่อลงกรณ์กำลังกดดันสมศรีให้ยอมทำตามข้อตกลง “ถ้าคุณไม่ยอมนะ ฉันจะทำให้ครอบครัวของคุณเดือดร้อน” เสียงของอลงกรณ์ดังขึ้นจากเครื่องบันทึก “คุณจะไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป” “ได้โปรดเถอะค่ะคุณอลงกรณ์” เสียงของสมศรีดังขึ้น “อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ” “คุณไม่มีทางเลือกสมศรี” อลงกรณ์กล่าว “คุณต้องทำตามที่ฉันสั่ง” เสียงสนทนาจบลง ท่ามกลางความเงียบงันของทุกคนในห้องประชุม อลงกรณ์นั่งตัวแข็งทื่อ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “นี่คือความจริง” พระยาอัศวรักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “อลงกรณ์คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมด เขาพยายามทำลายชื่อเสียงของคุณอนงค์นาฏ และพยายามช่วงชิงอำนาจในตระกูลไป” “ผม... ผมไม่ได้ทำ” อลงกรณ์พยายามแก้ตัว แต่ก็ไร้ผล “ยังมีอีก” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “เจตจำนงของผมที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ ไม่ใช่เจตจำนงฉบับเดียว” พระยาอัศวรักษ์หันไปมองทนายส่วนตัว ทนายได้หยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมา “นี่คือเจตจำนงฉบับที่สอง” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “ซึ่งได้ลงนามเพิ่มเติมในภายหลัง” “เจตจำนงฉบับนี้ ได้ระบุถึงการมอบอำนาจให้แก่ผู้ที่มีความเหมาะสมในการบริหารจัดการทรัพย์สินของตระกูล” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “และผู้ที่ผมเลือก คือ...” เขากล่าวเว้นจังหวะ ก่อนจะประกาศด้วยเสียงอันดัง “คืออนงค์นาฏ” เสียงประท้วงดังขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ถูกระงับไว้ได้ด้วยสายตาที่ดุดันของพระยาอัศวรักษ์ “อนงค์นาฏจะเป็นผู้บริหารสูงสุดของตระกูลอัศวรักษ์ต่อไป” พระยาอัศวรักษ์กล่าว “และผมขอให้ทุกท่าน จงให้ความร่วมมือกับเธอ” พระยาอัศวรักษ์หันไปมองอลงกรณ์ “ส่วนเจ้า อลงกรณ์” ท่านกล่าว “เจ้าจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเจ้า” อลงกรณ์นั่งนิ่ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เขาได้พ่ายแพ้แล้ว

5,857 ตัวอักษร