ตอนที่ 35 — การเผชิญหน้ากับวาสนาและความจริงอันซับซ้อน
อนงค์นาฏตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับวาสนาโดยตรง เธอเชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นคือตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังแผนการอันชั่วร้าย เธอจึงนัดพบวาสนาที่ร้านกาแฟหรูแห่งหนึ่งในใจกลางเมือง การเผชิญหน้าครั้งนี้เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ เธอต้องรวบรวมสติและอารมณ์ให้มั่นคง เพื่อดึงความจริงที่ซ่อนอยู่จากปากของวาสนาให้ได้
เมื่อไปถึงร้านกาแฟ อนงค์นาฏเห็นวาสนานั่งรออยู่แล้วที่มุมร้าน เธอดูสง่าและเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับว่าเรื่องราวในคฤหาสน์อัศวรักษ์ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเธอเลยแม้แต่น้อย อนงค์นาฏเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามอย่างไม่ลังเล
"สวัสดีค่ะคุณวาสนา" อนงค์นาฏกล่าวทักทาย น้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
วาสนายิ้มบางๆ "สวัสดีค่ะคุณอนงค์นาฏ นานๆ เราจะได้เจอกันเสียทีนะคะ"
"ฉันไม่ได้มาเพื่อทักทายค่ะ" อนงค์นาฏพูดตรงประเด็น "ฉันมาเพื่อถามคุณเรื่องพ่อของฉัน"
วาสนาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "คุณท่านเสียชีวิตไปแล้ว คุณอนงค์นาฏจะถามเรื่องอะไรอีกคะ"
"ฉันรู้ความจริงทั้งหมดแล้วค่ะ" อนงค์นาฏจ้องเข้าไปในดวงตาของวาสนา "ฉันรู้เรื่องแผนการที่พ่อของฉันกำลังจะยกทรัพย์สินทั้งหมดให้คุณ และฉันก็รู้เรื่องที่คุณ... กับคุณมานพ"
ใบหน้าของวาสนาแสดงอาการประหลาดใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ "ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูดเลยค่ะ"
"อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องค่ะ!" อนงค์นาฏขึ้นเสียงเล็กน้อย "ฉันเจอจดหมายของพ่อฉันในลิ้นชักลับค่ะ จดหมายที่พ่อเขียนถึงคุณมานพ ขอให้เขาช่วยปลอมแปลงเอกสารทางการเงิน และยกหุ้นบริษัทให้คุณ!"
วาสนาหัวเราะเบาๆ "คุณอนงค์นาฏคะ อย่าเพิ่งปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ เลยค่ะ เอกสารเหล่านั้นอาจจะถูกจัดฉากขึ้นมาก็ได้"
"แล้วเรื่องที่คุณกำลังจะแต่งงานกับพ่อฉันล่ะคะ" อนงค์นาฏถามต่อ "คุณคิดว่าเรื่องนี้จะปิดบังไปได้ตลอดเหรอ"
วาสนาถอนหายใจยาว "เรื่องของคุณท่าน... เป็นเรื่องที่ซับซ้อนค่ะ ฉันเองก็มีเหตุผลของฉัน"
"เหตุผลอะไรคะ? เหตุผลที่เห็นแก่ตัวเหรอคะ" อนงค์นาฏถามอย่างตัดพ้อ "คุณหลอกลวงท่านพ่อมาตลอด ท่านรักคุณมากนะ แต่คุณกลับ... "
"คุณไม่รู้หรอกค่ะ ว่าคุณท่านเป็นหนี้มากแค่ไหน" วาสนาพูดขึ้น น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนไป "ท่านติดการพนันอย่างหนัก และกำลังจะล้มละลาย บริษัทกำลังจะถูกยึด"
อนงค์นาฏอึ้งไป "เป็นไปไม่ได้... ท่านพ่อไม่เคยบอกเรื่องนี้กับฉันเลย"
"เพราะท่านไม่อยากให้คุณรู้ และไม่อยากให้คุณต้องเสียใจ" วาสนาอธิบาย "ฉันพยายามช่วยท่านเท่าที่จะทำได้ ฉันให้เงินท่านยืมมาตลอด และฉันก็พยายามหาทางออกให้ท่าน"
"แล้วเรื่องปลอมแปลงเอกสาร? เรื่องยกหุ้นให้คุณ?" อนงค์นาฏถาม
"นั่นเป็นแผนของฉันเองค่ะ" วาสนาสารภาพ "ฉันต้องการจะช่วยบริษัทให้รอด ฉันรู้ว่าคุณมานพมีอำนาจในการจัดการเรื่องพวกนี้ เขาสามารถช่วยเราได้ แต่เขาก็ต้องการผลประโยชน์ตอบแทน"
"แล้วคุณท่านเสียชีวิต... คุณรู้เรื่องนี้ใช่ไหมคะ" อนงค์นาฏถามเสียงเย็น
วาสนาหลับตาลงช้าๆ "ฉันขอโทษค่ะคุณอนงค์นาฏ ฉัน... ฉันพยายามห้ามท่านแล้ว แต่ท่านไม่ฟัง ท่านเครียดมาก ท่านบอกว่าท่านไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป"
"คุณกำลังจะบอกว่าท่านพ่อฆ่าตัวตาย?" อนงค์นาฏถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่เชื่อ
"ใช่ค่ะ" วาสนาตอบ "ฉันเห็นท่าน... ในสภาพนั้น... ฉันเสียใจมากจริงๆ"
"แล้วทำไมคุณถึงไม่แจ้งตำรวจทันที?" อนงค์นาฏถาม
"ฉัน... ฉันกลัวค่ะ" วาสนาตอบ "ฉันกลัวว่าถ้าเรื่องหนี้สินของท่านถูกเปิดเผยออกไป บริษัทของเราจะยิ่งแย่ลงไปอีก ฉันเลย... ฉันเลยตัดสินใจจัดการเรื่องต่างๆ ด้วยตัวเอง"
"คุณจัดการเอง? หมายความว่ายังไงคะ" อนงค์นาฏถามด้วยความสงสัย
"ฉัน... ฉันนำเอกสารบางส่วนออกไป และจัดฉากห้องทำงานของท่านใหม่" วาสนาอธิบาย "ฉันต้องการให้ดูเหมือนว่ามีคนบุกรุกเข้ามา เพื่อที่ตำรวจจะได้ไม่สงสัยเรื่องหนี้สินของท่าน"
อนงค์นาฏนิ่งไป เธอไม่รู้จะพูดอะไร เธอสับสนกับข้อมูลที่ได้รับ วาสนาอาจจะโกหก หรืออาจจะพูดความจริงทั้งหมด แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ไม่สามารถปล่อยให้วาสนาลอยนวลไปได้
"ฉันไม่เชื่อคุณทั้งหมดค่ะ" อนงค์นาฏบอก "คุณอาจจะกำลังโกหกเพื่อปกป้องตัวเอง"
"คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ฉันก็พูดความจริงออกไปแล้วค่ะ" วาสนาตอบ "ฉันยอมรับว่าฉันทำผิด ฉันพยายามจะช่วยบริษัท แต่ฉันกลับทำให้เรื่องมันแย่ลงกว่าเดิม"
"แล้วคุณมานพ?" อนงค์นาฏถาม
"คุณมานพ... เขาก็รู้เรื่องหนี้สินของท่านค่ะ" วาสนาตอบ "และเขาก็พยายามจะใช้โอกาสนี้เข้ามาควบคุมบริษัทของเรา"
"เขาอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดใช่ไหมคะ" อนงค์นาฏถาม
"เขา... เขาพยายามจะบีบบังคับฉันค่ะ" วาสนาตอบ "หลังจากที่คุณท่านเสียชีวิตไปแล้ว เขาเข้ามาหาฉัน และบอกว่าถ้าฉันไม่ร่วมมือกับเขา เขาจะเปิดโปงทุกอย่าง"
อนงค์นาฏรู้สึกได้ว่าเรื่องราวนี้มันซับซ้อนกว่าที่เธอคิดไว้มาก วาสนาอาจจะไม่ได้เป็นคนชั่วร้ายทั้งหมด แต่อาจจะเป็นเหยื่อของสถานการณ์ที่ถูกบีบบังคับ
"ฉันจะพิสูจน์ทุกอย่างเองค่ะ" อนงค์นาฏบอก "ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบทรัพย์สินของตระกูลเราไปง่ายๆ"
วาสนาเงยหน้าขึ้นมองอนงค์นาฏด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย "ฉันหวังว่าคุณจะทำได้นะคะ"
การเผชิญหน้าในครั้งนี้ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนทั้งหมด แต่ก็เปิดเผยความจริงบางส่วนที่ซับซ้อนมากขึ้น อนงค์นาฏรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหญ่ เธอต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม และต้องเผชิญหน้ากับคุณมานพต่อไป
4,213 ตัวอักษร