ตอนที่ 24 — การเปิดโปงครั้งใหญ่
หลังจากได้แฟ้มเอกสารจากคุณสมเกียรติมา รังสีและครอบครัวก็รีบเดินทางกลับบ้านทันที บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง รังสีเปิดเอกสารออกมาดูอย่างละเอียดอีกครั้ง เขาพยายามทำความเข้าใจความซับซ้อนของเอกสารเหล่านั้น โดยมีพวงแก้วและชาญณรงค์คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
“พ่อครับ… พ่อจำได้ไหมครับว่าใครคือคนที่รับผิดชอบเรื่องการโอนหุ้นพวกนี้?” รังสีถามขณะที่ชี้ไปที่เอกสารบางฉบับ
ชาญณรงค์เพ่งมองเอกสาร “อืม… คนนี้… ดูเหมือนจะเป็นทนายความที่วิโรจน์มันใช้ประจำ… ชื่อ… ชื่อทนายสมศักดิ์… ฉันเคยเจอเขาอยู่สองสามครั้ง… เขาเป็นคนสนิทของวิโรจน์มาก…”
“ทนายสมศักดิ์…” รังสีทวนคำ “แล้ว… นอกจากทนายสมศักดิ์แล้ว… มีใครอีกไหมครับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้? พ่อพอจะจำชื่อใครได้บ้าง?”
“จำได้… จำได้บางส่วน…” ชาญณรงค์ตอบ “มี… มีคุณวิมล… เป็นผู้ช่วยของวิโรจน์… เป็นคนจัดการเรื่องเอกสารหลายๆ อย่าง… แล้วก็… มี… มีผู้บริหารบางคนในบริษัท… ที่วิโรจน์มันควบคุมอยู่…”
“ดีครับพ่อ” รังสีกล่าว “เราต้องรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด… ตอนนี้เรามีหลักฐานเรื่องการเงินและทรัพย์สินของคุณวิโรจน์แล้ว… เหลือแต่เราต้องหาหลักฐานเชื่อมโยงว่า… การกระทำเหล่านี้… มันนำไปสู่การทำร้ายครอบครัวของเราได้อย่างไร…”
“แล้ว… แล้วเราจะเอาหลักฐานพวกนี้ไปให้ใครดีล่ะ?” พวงแก้วถามด้วยความกังวล “ถ้าเราเอาไปแจ้งตำรวจ… เขาจะเชื่อเราไหม?”
“ผมว่า… เราต้องหาคนที่ไว้ใจได้จริงๆ ครับ” รังสีตอบ “ผมคิดว่า… เราควรจะไปปรึกษา… ทนายความที่เชี่ยวชาญเรื่องคดีอาญา… แล้วก็… คดีฉ้อโกง… เราจะให้เขาช่วยดูหลักฐานพวกนี้… แล้วก็วางแผนการต่อไป…”
“แล้ว… เราจะหาทนายคนนั้นได้จากไหนล่ะลูก?” ชาญณรงค์ถาม
“ผมเคยได้ยินชื่อทนายเก่งๆ คนหนึ่งครับ… ชื่อ… ทนายพิชัย… เขาเคยเป็นอัยการมาก่อน… แล้วก็… มีชื่อเสียงมากในด้านการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม…” รังสีอธิบาย “ผมจะลองหาข้อมูลติดต่อของท่านดูครับ”
หลังจากนั้นไม่นาน รังสีก็สามารถติดต่อทนายพิชัยได้ เขาอธิบายถึงสถานการณ์และความจำเป็นเร่งด่วนของคดี ทนายพิชัยรับฟังอย่างตั้งใจ และนัดให้รังสีและครอบครัวเข้าพบในวันรุ่งขึ้น
การพบปะกับทนายพิชัยเป็นไปอย่างราบรื่น ทนายความหนุ่มใหญ่ผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ ได้ใช้เวลาพิจารณาเอกสารทั้งหมดอย่างละเอียด พร้อมทั้งรับฟังคำให้การของชาญณรงค์ รังสี และพวงแก้ว
“หลักฐานที่คุณมี… มีน้ำหนักมากทีเดียวครับ” ทนายพิชัยกล่าวหลังจากพิจารณาเอกสารเสร็จ “การโอนหุ้นและที่ดินจำนวนมากโดยไม่ชอบมาพากล… การมีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นคนสนิทของคุณวิโรจน์… ทั้งหมดนี้บ่งชี้ถึงแผนการฉ้อโกงที่ซับซ้อน…”
“แล้ว… แล้วเรื่องการหายตัวไปของผมล่ะครับทนาย?” รังสีถาม “เราจะเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้ากับหลักฐานพวกนี้ได้อย่างไร?”
“นั่นคือส่วนที่ท้าทายที่สุดครับ” ทนายพิชัยตอบ “เราต้องหาหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเชื่อมโยงคุณวิโรจน์กับการหายตัวไปของคุณได้โดยตรง… อาจจะเป็นพยานบุคคล… หรือหลักฐานทางการเงินที่แสดงว่าคุณวิโรจน์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดฉากการหายตัวไปของคุณ…”
“แต่… เราจะหาพยานได้จากไหนครับ?” ชาญณรงค์ถามด้วยความกังวล “คนที่รู้เรื่องนี้… ก็น่าจะตกอยู่ในอิทธิพลของคุณวิโรจน์หมดแล้ว…”
“อาจจะมีคนที่เคยทำงานร่วมกับคุณวิโรจน์… หรือเคยเห็นเหตุการณ์บางอย่าง… ที่ตอนนี้อาจจะรู้สึกผิด… หรือต้องการจะเปิดเผยความจริง” ทนายพิชัยกล่าว “เราต้องพยายามสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม… อาจจะต้องลองสอบถามผู้ที่เคยทำงานในบริษัทของคุณวิโรจน์… หรือคนที่เคยมีความขัดแย้งกับเขา…”
“แล้ว… เราจะเริ่มตรงไหนดีครับ?” รังสีถาม
“ผมจะให้ทีมงานของผมช่วยสืบหาข้อมูลเบื้องต้นก่อนครับ” ทนายพิชัยตอบ “ในระหว่างนี้… ผมอยากให้คุณชาญณรงค์ลองนึกดูอีกครั้ง… ว่ามีใครที่คุณพอจะไว้ใจได้… ที่เคยทำงานใกล้ชิดกับคุณวิโรจน์… หรือเคยได้ยินอะไรบางอย่างที่อาจจะเป็นประโยชน์… แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม…”
ชาญณรงค์หลับตาลง พยายามรวบรวมสติอีกครั้ง “มี… มีคนหนึ่ง… ที่พ่อเคยสงสัย… เป็นคนขับรถส่วนตัวของวิโรจน์… ชื่อ… ชื่อบุญช่วย… เขา… เขาเป็นคนเงียบๆ… แต่… แต่พ่อเคยเห็นเขา… แอบมองพ่อด้วยสายตาที่… เหมือนจะรู้เรื่องอะไรบางอย่าง… แล้ว… แล้วพ่อเคยได้ยินเขา… คุยโทรศัพท์กับใครบางคน… เสียงเบามาก… แต่… พ่อได้ยินคำว่า… ‘จัดการ’… แล้วก็… ‘ให้เรียบร้อย’…”
“บุญช่วย…” รังสีทวนคำ “แล้วตอนนี้… เขาอยู่ที่ไหนครับพ่อ?”
“พ่อ… พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน… หลังจากที่พ่อลาออก… พ่อก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลย…” ชาญณรงค์ตอบ
“ผมจะลองให้ทีมงานสืบหาข้อมูลของนายบุญช่วยดูครับ” ทนายพิชัยกล่าว “ถ้าเราสามารถหาตัวเขาเจอ… เขาอาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีนี้ก็ได้…”
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทีมงานของทนายพิชัยได้สืบหาข้อมูลต่างๆ อย่างเข้มข้น พวกเขาได้พบกับอดีตพนักงานบางคนที่เคยทำงานกับวิโรจน์ และได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์หลายอย่าง รวมถึงได้พบกับนายบุญช่วย คนขับรถเก่าของคุณวิโรจน์
การพบปะกับนายบุญช่วยเป็นไปอย่างยากลำบากในตอนแรก เขาดูหวาดระแวงและไม่ไว้ใจ แต่เมื่อทนายพิชัยแสดงเจตนาที่บริสุทธิ์ และให้ความมั่นใจว่าเขาจะไม่ได้รับอันตราย นายบุญช่วยก็เริ่มเปิดใจ
“ผม… ผมรู้ครับว่าคุณวิโรจน์ทำอะไรลงไป…” นายบุญช่วยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ผม… ผมเป็นคนขับรถให้เขา… ผมเห็นทุกอย่าง… ผม… ผมเห็นเขา… สั่งให้คนไป… ลักพาตัวคุณรังสี… แล้วก็… แล้วก็… ขังคุณไว้ในโกดังร้าง…”
คำพูดของนายบุญช่วยทำเอาทุกคนแทบหยุดหายใจ ความจริงที่โหดร้ายถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่คาดฝัน
“โกดังร้าง… ที่ไหนครับ!” รังสีถามเสียงดัง
“โกดังเก่า… อยู่แถว… แถวนอกเมือง… ผม… ผมจำพิกัดได้… ผม… ผมแอบไปดู… แล้วก็… เห็นคุณรังสีอยู่ข้างใน…” นายบุญช่วยเล่าต่อ “ผม… ผมรู้สึกผิดมาก… แต่ผมกลัว… กลัววิโรจน์… เขาขู่ผม… ถ้าผมปริปาก… เขาจะฆ่าผม…”
“แล้ว… แล้วทำไมคุณถึงตัดสินใจมาบอกความจริงกับพวกเราตอนนี้ล่ะครับ?” พวงแก้วถามด้วยน้ำตาที่ไหลริน
“ผม… ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้วครับ…” นายบุญช่วยกล่าว “ผมเห็นคุณชาญณรงค์… กับครอบครัว… ต้องทนทุกข์ทรมานมานาน… ผม… ผมอยากจะชดใช้ความผิดของผม…”
ด้วยคำให้การของนายบุญช่วย และหลักฐานทางการเงินที่รวบรวมมาได้ ทนายพิชัยก็สามารถรวบรวมสำนวนคดีได้อย่างสมบูรณ์ เขาได้ยื่นฟ้องร้องคุณวิโรจน์ในข้อหาลักพาตัว ฉ้อโกง และพยายามฆ่า
การต่อสู้ในชั้นศาลเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ด้วยความร่วมมือของพยาน หลักฐาน และความพยายามของทนายพิชัย ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผย
คุณวิโรจน์ถูกตัดสินลงโทษตามความผิดที่ได้กระทำลงไป ครอบครัวของชาญณรงค์ได้รับความยุติธรรมที่รอคอยมานานหลายปี แม้บาดแผลทางใจจะยังคงอยู่ แต่พวกเขาก็สามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างเข้มแข็ง
รังสีมองหน้าพ่อแม่ด้วยรอยยิ้ม “เราทำสำเร็จแล้วครับ… เราเปิดโปงความจริงได้แล้ว…”
ชาญณรงค์โอบกอดลูกชายและภรรยาด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยม “ขอบคุณนะลูก… ขอบคุณที่เข้มแข็ง… ขอบคุณที่สู้เพื่อครอบครัวของเรา…”
พวงแก้วมองลูกชายด้วยความภาคภูมิใจ “ลูกคือความภาคภูมิใจของแม่… ตลอดไป…”
แม้ว่าอดีตจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่การเผชิญหน้ากับความจริง การให้อภัย และการยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม ได้นำพาให้ครอบครัวนี้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง พวกเขาได้เรียนรู้ว่า แม้ในความมืดมิดที่สุด ก็ยังมีแสงสว่างปลายอุโมงค์เสมอ
5,729 ตัวอักษร