ตอนที่ 25 — การเผชิญหน้าครั้งใหม่กับอรทัย
คุณนวลอนงค์มองหน้าลูกสาวคนเล็กด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความกังวลฉายชัดในแววตา "ใจเย็นๆ นะคะพราว แม่ว่าเราไปกันเลยดีกว่า ยังไงเราก็ต้องไปคุยกับคุณอรทัยให้รู้เรื่อง"
ภาคินที่นั่งเงียบมาตลอด ขยับตัวเล็กน้อย "ผมว่าเราควรจะเตรียมตัวให้ดีก่อนนะครับคุณแม่ คุณอรทัยอาจจะไม่ได้อยากเจอเราก็ได้ หลังจากที่เราไปเคาะประตูบ้านเขาเมื่อครั้งก่อน"
"เตรียมตัวอะไรอีกล่ะภาคิน" คุณนวลอนงค์ถอนหายใจยาว "เราไปเพื่อความสบายใจของเราเอง เราไปเพื่อจะได้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเขาตามที่พ่อเคยเขียนไว้ในบันทึก เราไม่ได้ไปหาเรื่องเขาเสียหน่อย"
"แต่คุณแม่ครับ" ภาคินพยายามอธิบาย "จากที่พ่อเขียนไว้ ดูเหมือนคุณอรทัยเองก็มีความทุกข์ไม่น้อย การที่เราไปหาเขาในตอนนี้ อาจจะเป็นการไปตอกย้ำบาดแผลของเขาหรือเปล่า ผมเป็นห่วงครับ"
พราวนั่งมองพี่ชายกับแม่สลับกันไปมา "แล้วเราจะทำยังไงดีคะพราวสับสนไปหมดแล้ว"
คุณนวลอนงค์ลุกขึ้นยืนอย่างเด็ดเดี่ยว "แม่ตัดสินใจแล้ว เราจะไป เราจะไปในฐานะครอบครัวที่เข้าใจ และพร้อมที่จะรับฟัง" เธอหันไปหาพราว "ส่วนเรื่องการไปหาคุณอรทัยนั้น แม่จะเป็นคนไปพูดกับเขาเอง พราวอยู่บ้านเป็นเพื่อนแม่นะลูก ส่วนภาคิน ถ้าอยากจะไปเป็นเพื่อนแม่ ก็ไปด้วยกัน"
ภาคินพยักหน้า "ผมไปด้วยครับคุณแม่"
การเดินทางไปยังบ้านพักของอรทัยครั้งนี้ แตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศในรถเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คุณนวลอนงค์นั่งนิ่ง พยายามรวบรวมสมาธิ ภาคินเองก็จ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าเคร่งเครียด
เมื่อรถจอดลงหน้าบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ คุณนวลอนงค์เป็นคนลงจากรถเป็นคนแรก เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังประตูบ้าน
ภาคินเดินตามมาติดๆ เมื่อเห็นแม่จะกดออด เขาก็เอ่ยขึ้น "คุณแม่ครับ ผมว่าเราลองเรียกเบาๆ ก่อนดีไหมครับ เผื่อว่าคุณอรทัยจะกำลังพักผ่อนอยู่"
คุณนวลอนงค์พยักหน้า เห็นด้วย เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ และเรียกชื่อ "อรทัยคะ... อรทัยอยู่ไหมคะ"
เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านใน ประตูแง้มออกเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าของอรทัย ดวงตาของเธอดูเหนื่อยล้า แต่ก็ฉายแววประหลาดใจเมื่อเห็นคุณนวลอนงค์และภาคินยืนอยู่ตรงหน้า
"คุณนวลอนงค์... ภาคิน" เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา "มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"อรทัยคะ" คุณนวลอนงค์ก้าวเข้าไปใกล้ "ฉันขอโทษที่มารบกวนนะคะ พอดีว่า... ฉันอยากจะคุยกับคุณสักหน่อย"
อรทัยมองคุณนวลอนงค์นิ่ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและระแวง "คุยเรื่องอะไรคะ"
"เรื่องของคุณ... เรื่องของพ่อ... และเรื่องของเรา" คุณนวลอนงค์เลือกใช้คำพูดที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ฉันได้อ่านบันทึกของท่าน... ฉันเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ฉันอยากจะขอโทษคุณด้วย"
คำว่า "ขอโทษ" ออกมาจากปากคุณนวลอนงค์ทำเอาอรทัยถึงกับอึ้งไป เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะมาขอโทษเธอ
"เชิญข้างในก่อนค่ะ" อรทัยเปิดประตูให้กว้างขึ้น เธอหลีกทางให้คุณนวลอนงค์และภาคินเดินเข้าไปในบ้าน
ภายในบ้านยังคงเรียบง่าย แต่ก็ดูอบอุ่นกว่าที่คิด คุณนวลอนงค์มองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ส่วนภาคินยังคงยืนมองอรทัยอย่างพิจารณา
"นั่งก่อนนะคะ" อรทัยผายมือเชิญไปที่โซฟาตัวยาว "อยากดื่มอะไรไหมคะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก" คุณนวลอนงค์นั่งลงบนโซฟา "อรทัยคะ... ฉัน... ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี"
"คุณนวลอนงค์คะ" อรทัยนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "ดิฉันเข้าใจค่ะว่าคุณคงจะรู้สึกสับสน และอาจจะโกรธ"
"ฉันไม่ได้โกรธค่ะ" คุณนวลอนงค์ส่ายหน้าช้าๆ "ฉันแค่... เสียใจ เสียใจที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ฉันเสียใจที่ฉันไม่เคยได้รู้จักตัวตนอีกด้านหนึ่งของสามีฉันเลย... และฉันก็เสียใจที่คุณต้องแบกรับอะไรไว้มากมายเพียงลำพัง"
อรทัยเงียบไป เธอหลุบตาลงมองมือตัวเองที่วางอยู่บนตัก "ดิฉันก็ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้เหมือนกันค่ะ"
"ในบันทึกของท่าน..." คุณนวลอนงค์เว้นช่วงเล็กน้อย "ท่านเขียนถึงคุณถึงความรู้สึกที่ท่านมีให้คุณ... ถึงความเจ็บปวดที่ท่านต้องทนเก็บไว้"
น้ำตาเริ่มคลอหน่วยตาของอรทัย "ดิฉัน... ดิฉันก็รักท่านค่ะ รักมาก" เสียงของเธอสั่นเครือ "แต่ดิฉันไม่เคยกล้าที่จะแสดงออก ไม่เคยกล้าที่จะเรียกร้องอะไร... เพราะรู้ว่าท่านมีครอบครัวแล้ว"
ภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆ แม่ ค่อยๆ เอื้อมมือมาจับมือคุณนวลอนงค์เบาๆ เป็นสัญญาณให้กำลังใจ
"ฉันเข้าใจค่ะ" คุณนวลอนงค์กล่าวต่อ "และฉันก็เข้าใจว่าทำไมท่านถึงเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ท่านคงไม่อยากทำร้ายใคร"
"แต่การเก็บไว้... มันก็ทำร้ายคนอื่นเหมือนกันนะคะ" อรทัยเงยหน้าขึ้นมามองคุณนวลอนงค์ น้ำตาไหลอาบแก้ม "ดิฉัน... ดิฉันก็เจ็บปวดค่ะ"
"ฉันรู้ค่ะ" คุณนวลอนงค์พยักหน้า "และนั่นคือสิ่งที่ฉันเสียใจที่สุด ฉันเสียใจที่ฉันไม่เคยรับรู้ ไม่เคยใส่ใจ... ฉันเองก็มีส่วนทำให้คุณต้องเจ็บปวดเหมือนกัน"
บทสนทนาดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งคุณนวลอนงค์และอรทัยต่างเปิดใจให้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างฝ่ายต่างเล่าถึงความรู้สึก ความเจ็บปวด และความเสียใจที่แบกรับมาตลอดหลายปี
"คุณนวลอนงค์คะ" อรทัยเช็ดน้ำตา "ที่ดิฉันไม่ยอมให้คุณเข้ามาในบ้านครั้งก่อน... ดิฉันขอโทษนะคะ ดิฉันแค่... ยังทำใจไม่ได้"
"ฉันเข้าใจค่ะ" คุณนวลอนงค์ยิ้มบางๆ "ฉันเองก็ต้องการเวลาเหมือนกัน"
ภาคินมองไปที่คุณนวลอนงค์แล้วหันไปมองอรทัย "คุณอรทัยครับ คุณพ่อของผม... ท่านรักคุณมากนะครับ"
อรทัยพยักหน้า น้ำตาไหลไม่หยุด "ดิฉันรู้ค่ะ"
"ผม... ผมอยากจะขอโทษแทนพ่อด้วยนะครับ" ภาคินกล่าวอย่างจริงใจ "สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น"
อรทัยมองภาคินด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย "ขอบคุณค่ะ ภาคิน"
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศที่เคยตึงเครียดค่อยๆ คลี่คลายลง แทนที่ด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ
"อรทัยคะ" คุณนวลอนงค์ลุกขึ้นยืน "ฉันคิดว่า... เราควรจะให้เวลาแก่กันและกันนะ"
อรทัยพยักหน้า "ค่ะ คุณนวลอนงค์"
"ฉันหวังว่า... เราจะสามารถเป็นเพื่อนกันได้ในอนาคต" คุณนวลอนงค์ยื่นมือออกไป
อรทัยจับมือคุณนวลอนงค์ไว้แน่น "ดิฉันก็หวังเช่นนั้นค่ะ"
ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป คุณนวลอนงค์หันกลับไปมองอรทัยอีกครั้ง "ขอให้คุณมีความสุขนะคะ"
เธอและภาคินเดินกลับไปยังรถด้วยความรู้สึกที่เบาลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด การเผชิญหน้าครั้งนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมในทันที แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการเยียวยา
5,042 ตัวอักษร