สายใยรักของแม่ในไร่ข้าวโพด

ตอนที่ 22 / 48

ตอนที่ 22 — ความลับของคนใกล้ตัว

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว มะปรางใช้ชีวิตตามปกติที่ไร่ข้าวโพด เธอเดินสำรวจแปลงข้าวโพดทุกวัน สังเกตดูการเจริญเติบโตของมัน ใบสีเขียวสดชูช่อรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า ลำต้นแข็งแรงตั้งตรงราวกับกำลังส่งสัญญาณว่าพร้อมจะเติบโตต่อไป ท้องของเธอก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน เธอสัมผัสถึงการดิ้นขยับของลูกน้อยในครรภ์ เป็นกำลังใจชั้นดีที่ทำให้เธอมีแรงสู้ต่อไป แม้จะรู้ดีว่าเบื้องหลังความสงบสุขที่ดูเหมือนจะกลับคืนมานั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ ท่านประจักษ์ แม้จะดูเหมือนถอยห่างออกไป แต่แววตาของเขายามที่สบกับเธอในวันเผชิญหน้านั้น ยังคงสะท้อนความไม่ยอมแพ้ เขายังคงเป็นภัยคุกคามที่มองไม่เห็น แต่พร้อมจะปรากฏตัวได้ทุกเมื่อ "มะปราง! วันนี้ไปโรงพยาบาลนะลูก" เสียงของป้าสมศรีดังขึ้นมาจากในครัว มะปรางกำลังรดน้ำต้นไม้เล็กๆ ที่ปลูกไว้ริมระเบียง เธอหันไปยิ้มให้ป้าสมศรี "ค่ะป้า เดี๋ยวหนูรดน้ำเสร็จแล้วจะรีบไปค่ะ" มะปรางตอบรับอย่างอ่อนโยน เธอรู้ว่าป้าสมศรีกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ของเธอ ป้าคอยดูแลเธออย่างดีไม่ต่างจากแม่แท้ๆ "ไปตรวจให้ละเอียดนะลูก หมอนัดกี่โมงแล้ว" ป้าสมศรียังคงถามด้วยความเป็นห่วง "บ่ายสองโมงค่ะป้า" "ดีๆ อย่างนั้นก็ไม่ต้องรีบร้อนมากนัก ค่อยๆ ทำไปนะ" ป้าสมศรีเดินออกมาจากครัวพร้อมกับถ้วยน้ำสมุนไพร "ขอบคุณค่ะป้า" มะปรางรับถ้วยมาดื่ม รสชาติขมๆ แต่มันก็เป็นยาบำรุงที่ดี หลังจากจัดการธุระในไร่เสร็จ มะปรางก็ขึ้นรถกระบะเก่าๆ ที่พ่อเคยใช้ขับ พาตัวเองไปยังโรงพยาบาลในตัวอำเภอ ระหว่างทาง เธอกวาดสายตาไปตามท้องทุ่งนาและไร่นาที่สลับกันไปมา ภาพเหล่านี้คุ้นเคย ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอมาตั้งแต่จำความได้ มันคือภาพแห่งความอุดมสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นภาพที่บ่งบอกถึงความเปราะบางของชีวิต หากขาดการดูแลเอาใจใส่ โรงพยาบาลไม่พลุกพล่านมากนัก มะปรางนั่งรอเรียกชื่ออยู่ไม่นานนัก พยาบาลก็เรียกเธอเข้าไป "สวัสดีค่ะคุณมะปราง เชิญนั่งค่ะ" พยาบาลสาวทักทายด้วยรอยยิ้ม "สวัสดีค่ะ" มะปรางนั่งลงบนเก้าอี้ "วันนี้มาตรวจตามนัดนะคะ" "ใช่ค่ะ" พยาบาลวัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก และวัดส่วนสูงของมะปรางอย่างละเอียด ก่อนจะให้เธอนั่งรอหน้าห้องตรวจของหมอ "คุณมะปรางครับ เชิญข้างในเลยครับ" เสียงคุณหมอดังขึ้น มะปรางลุกเดินเข้าไปในห้องตรวจ "เป็นยังไงบ้างครับช่วงนี้" คุณหมอเอ่ยถามขณะตรวจดูผลอัลตราซาวด์ "ก็ปกติดีค่ะคุณหมอ ลูกดิ้นเก่งค่ะ" มะปรางตอบพลางยิ้ม คุณหมอตรวจร่างกายและดูผลการตรวจต่างๆ อย่างละเอียด ใบหน้าของท่านดูครุ่นคิดเล็กน้อย "ครับ โดยรวมก็ปกติดีนะครับ แต่ผมเห็นว่าน้ำหนักคุณมะปรางขึ้นมาเยอะพอสมควรเลยนะครับช่วงนี้" "ค่ะ หนูทานเก่งขึ้นค่ะ" มะปรางตอบอย่างอายๆ "ก็ดีครับ เป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ต้องระวังเรื่องเบาหวานขณะตั้งครรภ์ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะส่งตรวจเพิ่มเติมให้" "ค่ะคุณหมอ" หลังจากตรวจเสร็จ มะปรางก็ขับรถกลับไร่ แสงแดดเริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง เธอขับรถมาตามทางที่คุ้นเคย แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ริมถนน ใกล้กับทางเข้าไร่ของเธอ เป็นรถที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ใครมาหาเรานะ" เธอพึมพำกับตัวเอง เมื่อรถกระบะของเธอจอดสนิท มะปรางก็ลงจากรถและเดินตรงไปยังรถยนต์คันนั้น เธอรู้สึกแปลกใจที่เห็นบุคคลหนึ่งยืนพิงรถอยู่ ร่างผอมสูง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำ ผมเผ้าดูยุ่งเหยิง ใบหน้าดูอ่อนเพลีย "คุณ..." มะปรางเอ่ยทักด้วยความไม่แน่ใจ ชายคนนั้นหันมา เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นตา แต่ในสภาพที่ดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "มะปราง" เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า "คุณทนายสมศักดิ์!" มะปรางอุทานด้วยความตกใจ "คุณมาทำอะไรที่นี่คะ" ทนายสมศักดิ์ถอนหายใจยาว เขาค่อยๆ เดินเข้ามาหายื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้มะปราง "ผม... ผมมีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งให้คุณทราบครับ" มะปรางรับเอกสารมาดู มันเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ซับซ้อน แต่เธอพอจะเข้าใจใจความสำคัญ "นี่มัน... หนังสือแจ้งการยึดทรัพย์!" มะปรางเบิกตากว้าง "เป็นไปได้อย่างไรคะ" "เรื่องมันซับซ้อนกว่าที่คุณคิดครับมะปราง" ทนายสมศักดิ์ทรุดตัวนั่งลงบนขอบถนนอย่างอ่อนแรง "ผม... ผมขอโทษจริงๆ ที่ต้องเป็นคนนำข่าวร้ายนี้มาให้คุณ" "หมายความว่ายังไงคะคุณสมศักดิ์" มะปรางถามเสียงสั่นเครือ "ที่ดินของพ่อกับแม่กำลังจะถูกยึดงั้นเหรอคะ" "ใช่ครับ" เขาตอบเสียงแผ่ว "แต่ไม่ใช่เพราะหนี้สินที่คุณทราบเท่านั้น มันมี... มันมีเรื่องอื่นที่เกี่ยวพันด้วย" "เรื่องอื่น? เรื่องอะไรคะ" มะปรางเริ่มรู้สึกไม่ดี ความรู้สึกประหลาดใจเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่น "ผม... ผมเคยทำงานให้กับคุณประจักษ์มาก่อนครับ" ทนายสมศักดิ์พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ผมเป็นคนร่างสัญญาเงินกู้ฉบับแรกให้พ่อกับแม่คุณ" มะปรางแทบไม่เชื่อหูตัวเอง "คุณ... คุณเป็นคนทำสัญญาให้พ่อกับแม่?" "ใช่ครับ" เขาตอบอย่างอึดอัด "ตอนนั้นผมไม่ทราบว่าคุณประจักษ์มีแผนการอะไร แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ทราบความจริงบางอย่าง... คุณประจักษ์ไม่ได้ต้องการแค่ที่ดินของคุณ เพราะมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่านั้น" "แผนการอะไรคะ" มะปรางถามเสียงกระซิบ "เขาต้องการ... ต้องการปิดคดีเก่าที่เกี่ยวพันกับที่ดินผืนนี้ครับ" ทนายสมศักดิ์พูดพลางกุมขมับ "เป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน เกี่ยวกับการเสียชีวิตของ... ของคนในครอบครัวเขาเอง" มะปรางอึ้งไป เธอไม่เคยทราบเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของท่านประจักษ์เลย การที่เขาเข้ามาในชีวิตของเธออย่างกะทันหัน และพยายามจะยึดที่ดินของเธอ มันมีเบื้องหลังที่ลึกซึ้งกว่าที่เธอคิดไว้มาก "คุณประจักษ์เชื่อว่า... การเสียชีวิตของญาติคนนั้น... มันเกิดขึ้นบนที่ดินผืนนี้ครับ" ทนายสมศักดิ์เล่าต่อ "และเขาต้องการ... ต้องการทำให้เรื่องนี้จบลงอย่างถาวร" "แล้ว... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหนี้สินของพ่อกับแม่หนูคะ" มะปรางถามอย่างร้อนรน "หนี้สินนั้น... มันเป็นเพียงข้ออ้างครับมะปราง" ทนายสมศักดิ์เงยหน้ามองมะปราง น้ำตาคลอ "คุณประจักษ์ใช้มันเป็นเครื่องมือในการกดดันคุณ เพื่อให้คุณยอมยกที่ดินให้เขาโดยดี เขาต้องการครอบครองที่ดินผืนนี้ เพื่อ... เพื่อกลบฝังความลับบางอย่าง" มะปรางยืนนิ่งราวกับถูกสาป คำพูดของทนายสมศักดิ์มันเหมือนพายุที่โหมกระหน่ำเข้ามาในชีวิตเธอ ทำลายความหวังและความเชื่อมั่นทั้งหมด เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมา "แต่... แต่คุณประจักษ์บอกกับหนูว่า..." "เขาหลอกคุณครับมะปราง" ทนายสมศักดิ์แทรกขึ้น "เขาคือคนที่ร้ายกาจที่สุด ผม... ผมไม่น่าไปร่วมมือกับเขาเลย" "แล้ว... แล้วตอนนี้เราจะทำยังไงคะ" มะปรางถามเสียงสั่น น้ำตาเริ่มคลอเบ้า "หนูไม่ยอมให้ใครมายึดที่ดินของพ่อกับแม่ไปเด็ดขาด" "ผมรู้ครับ" ทนายสมศักดิ์ลุกขึ้นยืน "ผมจะช่วยคุณ ผมจะหาทางต่อสู้กับเขา" "คุณ... คุณแน่ใจเหรอคะ" "แน่ใจครับ" ทนายสมศักดิ์มองมะปรางด้วยความมุ่งมั่น "ผมเป็นหนี้คุณพ่อคุณแม่ของคุณ ผมต้องชดใช้ในสิ่งที่ผมทำลงไป" มะปรางมองใบหน้าของทนายสมศักดิ์ เธอเห็นความสำนึกผิดและความตั้งใจจริงในแววตาของเขา บางที... บางทีนี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะมี "ขอบคุณค่ะคุณสมศักดิ์" เธอกล่าวเสียงเบา "หนูเชื่อใจคุณค่ะ"

5,643 ตัวอักษร