ตอนที่ 30 — การเปิดใจของวิชัยและหมัดเด็ด
ทันทีที่ได้รับโลเคชั่นจากวิชัย ลุงบุญก็รีบพาขึ้นรถกระบะคู่ใจ มะปรางนั่งอยู่ข้างๆ ด้วยหัวใจที่เต้นแรงระคนตื่นเต้น เธอไม่แน่ใจว่าทนายชูชาติจะช่วยเหลือเธอได้มากน้อยเพียงใด แต่การได้พยานปากสำคัญอย่างวิชัยมาเปิดใจ และได้หลักฐานที่ปลอดภัยอีกชุดหนึ่ง ก็ทำให้เธอรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมามาก
"ลุงคะ คุณวิชัยจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทนายฟังจริงๆ ใช่ไหมคะ" มะปรางถาม
"แน่นอนหนู" ลุงบุญตอบ "คุณวิชัยเองก็มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้มานานแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาเคยทำลงไป"
"หนูไม่เคยคิดเลยว่าคุณวิชัยจะกล้าทำขนาดนี้" มะปรางกล่าว
"บางทีเขาอาจจะกำลังสำนึกผิดอยู่ก็ได้หนู" ลุงบุญกล่าว "คนเราทุกคนล้วนมีด้านมืดและด้านสว่างในตัวเอง อยู่ที่ว่าเขาจะเลือกเดินไปทางไหน"
รถกระบะเคลื่อนตัวไปตามทางลูกรัง มุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบที่ซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งที่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมือง เมื่อไปถึงก็พบกับวิชัยยืนรออยู่พร้อมกับชายอีกคนหนึ่งที่ดูสุขุมและน่าเชื่อถือ
"นี่คือทนายชูชาติครับ" วิชัยแนะนำ "คุณชูชาติครับ นี่คือคุณมะปราง และท่านผู้ใหญ่บุญ"
ทนายชูชาติยื่นมือมาจับมือกับมะปรางและลุงบุญด้วยรอยยิ้ม "ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดจากคุณวิชัยแล้ว ผมเข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของคุณมะปราง"
"ขอบคุณมากครับคุณทนาย" ลุงบุญกล่าว
"ผมจะทำเต็มที่เพื่อช่วยคุณมะปรางครับ" ทนายชูชาติยืนยัน "คุณวิชัยครับ เล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณทนายฟังอีกครั้งนะครับ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารและการบังคับขู่เข็ญ"
วิชัยพยักหน้า เขาเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด ตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานกับท่านประจักษ์ และได้เห็นเบื้องหลังอันสกปรกของการทำธุรกิจของเจ้านาย เขาเล่าถึงวิธีการที่ท่านประจักษ์ใช้หลอกลวงชาวบ้านหลายต่อหลายราย การบีบบังคับ การข่มขู่ และการปลอมแปลงเอกสารต่างๆ
"ผมเคยเตือนท่านประจักษ์แล้วครับ" วิชัยกล่าวเสียงสั่น "แต่เขาก็ไม่เคยฟัง แถมยังข่มขู่ผมว่าจะเปิดโปงความลับที่ผมเคยทำผิดพลาดในอดีต ถ้าผมไม่ทำตาม"
"ความลับอะไรครับคุณวิชัย" ทนายชูชาติถามอย่างใจเย็น
วิชัยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ "ผมเคยมีปัญหาส่วนตัวบางอย่างในอดีตครับ ท่านประจักษ์รู้เรื่องนั้นดี และเขาก็ใช้มันเป็นเครื่องมือในการควบคุมผม"
"คุณเคยทำอะไรผิดพลาดมาครับ" ทนายชูชาติถามอีกครั้ง
"ผมเคย... พัวพันกับการพนันครับ แล้วก็ติดหนี้จำนวนมาก" วิชัยยอมรับ "ผมเกือบจะสูญเสียทุกอย่างไปในตอนนั้น ถ้าไม่ได้ท่านประจักษ์เข้ามาช่วยเหลือ"
"ช่วยเหลือหรือบังคับ" ทนายชูชาติถามอย่างจับผิด
"ทั้งสองอย่างครับ" วิชัยกล่าว "เขาใช้หนี้ของผมเป็นข้ออ้างในการให้ผมทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย และผมก็จำใจต้องทำ"
มะปรางมองวิชัยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอเห็นใจเขาที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบีบบังคับ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงยอมทำเรื่องเลวร้ายถึงขนาดนี้
"แล้วเรื่องเอกสารที่คุณมะปรางได้รับไปล่ะครับ" ทนายชูชาติถามต่อ "คุณวิชัยได้สำเนาไว้ใช่ไหม"
"ใช่ครับ" วิชัยตอบ "ผมแอบถ่ายสำเนาเอกสารทุกฉบับที่ผมต้องเซ็น และบันทึกเสียงการสนทนาที่สำคัญๆ ไว้ด้วย ผมรู้ว่าสักวันหนึ่งมันจะต้องมีประโยชน์"
"ดีมากครับ" ทนายชูชาติกล่าว "คุณวิชัยครับ คุณจะให้การต่อศาลเป็นพยานได้ไหมครับ"
"ผมพร้อมครับ" วิชัยตอบอย่างหนักแน่น "ผมจะไม่ยอมให้ท่านประจักษ์ทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ต่อไปอีกแล้ว"
ทนายชูชาติพยักหน้า เขามองไปที่มะปราง "คุณมะปรางครับ หลักฐานที่คุณมี และคำให้การของคุณวิชัย จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการดำเนินคดีครับ ผมจะรีบดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายให้เร็วที่สุด"
"ขอบคุณค่ะคุณทนาย" มะปรางกล่าวด้วยน้ำตาคลอ
"ส่วนเรื่องทนายสมศักดิ์" ทนายชูชาติกล่าวต่อ "ผมจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามหาตัวเขาโดยเร็วที่สุด ผมเชื่อว่าเราจะพบเขาปลอดภัย"
หลังจากนั้น ทนายชูชาติได้ขอสำเนาเอกสารและบันทึกเสียงทั้งหมดจากวิชัย เขาอธิบายแผนการที่จะใช้หลักฐานเหล่านี้ในการยื่นฟ้องท่านประจักษ์ และการต่อสู้คดีในชั้นศาล
"ผมจะใช้หลักฐานเหล่านี้เปิดโปงเบื้องหลังอันดำมืดของท่านประจักษ์ให้ได้" ทนายชูชาติกล่าวอย่างมั่นใจ "ผมจะทำให้ท่านประจักษ์ได้รับโทษตามกฎหมาย และทำให้ที่ดินของคุณมะปรางกลับคืนมา"
มะปรางรู้สึกเหมือนมีภูเขาที่หนักอึ้งหล่นลงจากบ่า เธอรู้ว่าการต่อสู้ยังไม่จบสิ้น แต่เธอมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง มีหลักฐานที่ชัดเจน และมีพยานที่กล้าหาญ การมองไปข้างหน้า เธอเห็นแสงสว่างแห่งความหวังที่ส่องประกายชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
3,625 ตัวอักษร