เมื่อลมหนาวพัดผ่านคราบน้ำตา

ตอนที่ 18 / 42

ตอนที่ 18 — แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

การได้ยินเสียงของคุณลุงประเสริฐทำให้ทั้งพิมพ์มาดาและธีรเดชรู้สึกเหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ “คุณลุงประเสริฐครับ ผมธีรเดชนะครับ” ธีรเดชพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ผมกำลังตามหาคุณลุงอยู่เลยครับ” “ผมทราบครับ พอดีผมได้ยินข่าวจากคนรู้จักของคุณท่านสุรพลมา เขาบอกว่าคุณกำลังตามหาผมอยู่” เสียงของคุณลุงประเสริฐฟังดูใจดีและอบอุ่น “คุณมีเรื่องสำคัญที่อยากจะคุยกับผมใช่ไหมครับ” “ใช่ครับคุณลุง” ธีรเดชตอบ “เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณท่านสุรพล และเรื่องเกี่ยวกับพินัยกรรมของคุณท่านด้วยครับ” “อ้อ...เรื่องนั้นเอง” คุณลุงประเสริฐถอนหายใจเบาๆ “ผมพอจะเดาได้อยู่เหมือนกัน” “คุณลุงทราบเรื่องนี้ด้วยเหรอครับ!?” พิมพ์มาดาถามแทรกขึ้นมาด้วยความดีใจ “ทราบครับ...แต่ไม่ทั้งหมด” คุณลุงประเสริฐกล่าว “ตอนที่ผมยังทำงานอยู่กับคุณท่าน ผมเห็นอะไรบางอย่าง...แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า” “อะไรครับคุณลุง?” ธีรเดชรีบถาม “โปรดบอกเราเถอะครับ” “ผมขอไปคุยกับคุณที่ไหนสักแห่งที่สะดวกนะครับ” คุณลุงประเสริฐเสนอ “ผมแก่แล้ว ไม่อยากเดินทางไกล” “ได้ครับคุณลุง” ธีรเดชรีบตอบ “คุณลุงสะดวกที่ไหนครับ? บ้านผม? หรือเราจะไปพบคุณลุงที่บ้านก็ได้ครับ” “บ้านคุณคงจะดีกว่า” คุณลุงประเสริฐกล่าว “ผมอยู่ที่... [ชื่อจังหวัด] เป็นบ้านสวนเล็กๆ” ธีรเดชและพิมพ์มาดามองหน้ากัน “ไม่ไกลเลยครับคุณลุง” ธีรเดชบอก “เราจะเดินทางไปหาคุณลุงพรุ่งนี้เลยครับ” “ดีมาก” คุณลุงประเสริฐกล่าว “แล้วเจอกันนะครับ” หลังจากวางสายโทรศัพท์ ธีรเดชหันมาหาพิมพ์มาดา “เป็นไงบ้าง?” เขาถาม “ดีใจมากเลยค่ะ!” พิมพ์มาดาตอบ “ในที่สุดเราก็เจอคนที่อาจจะรู้ความจริงแล้ว!” “ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” ธีรเดชกล่าว “พรุ่งนี้เราจะไปหาคุณลุงประเสริฐกัน” “ค่ะ” พิมพ์มาดายิ้ม “ฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลย” เช้าวันรุ่งขึ้น ธีรเดชและพิมพ์มาดาออกเดินทางไปยังบ้านสวนของคุณลุงประเสริฐ การเดินทางใช้เวลาเกือบทั้งวัน เมื่อไปถึง พวกเขาพบกับคุณลุงประเสริฐ ชายชราวัยเกือบเจ็ดสิบปี รูปร่างผอมบาง ใบหน้ามีริ้วรอยตามวัย แต่ดวงตาของท่านยังคงฉายแววเฉลียวฉลาด “ยินดีต้อนรับครับ” คุณลุงประเสริฐกล่าวต้อนรับ “เข้ามาในบ้านก่อนสิ” บ้านสวนของคุณลุงประเสริฐนั้นเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น มีต้นไม้ดอกไม้นานาชนิดปลูกอยู่รอบบ้าน “ผมเตรียมน้ำไว้ให้แล้ว” คุณลุงประเสริฐเชิญทั้งสองคนนั่งลงที่ระเบียงบ้าน “ขอบคุณครับคุณลุง” ธีรเดชกล่าว “พวกเรามีเรื่องที่อยากจะรบกวนคุณลุง เล่าให้ฟังครับ” “ผมทราบดี” คุณลุงประเสริฐนั่งลงตรงข้าม “เรื่องคุณท่านสุรพล...กับพินัยกรรมของท่าน” “คุณลุงทราบเรื่องนี้มาก่อนหรือครับ?” พิมพ์มาดาถามอย่างกระตือรือร้น “ผมทำงานกับคุณท่านมานาน” คุณลุงประเสริฐเริ่มเล่า “ผมเห็นความสัมพันธ์ของคุณท่านกับคุณหญิงชลลดามาตลอด...มันไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์แบบญาติ” พิมพ์มาดาและธีรเดชเบิกตากว้าง “ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบญาติ?” ธีรเดชทวนคำ “ใช่ครับ” คุณลุงประเสริฐพยักหน้า “คุณท่านสุรพลเคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคุณหญิงชลลดามาก่อน...ก่อนที่คุณท่านจะแต่งงานกับคุณแม่ของคุณพิมพ์มาดาเสียอีก” “อะไรนะครับ!” พิมพ์มาดาอุทานด้วยความตกใจ “คุณตาเคยคบกับคุณป้าชลลดาอย่างนั้นเหรอคะ?” “ใช่” คุณลุงประเสริฐยืนยัน “แต่ความสัมพันธ์นั้นไม่สมหวัง คุณท่านต้องแต่งงานกับคุณแม่ของคุณพิมพ์มาดา เพราะเหตุผลบางอย่าง...ซึ่งผมไม่ทราบแน่ชัด แต่ผมเดาว่าอาจจะเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวและธุรกิจ” “แล้วคุณป้าชลลดา...ท่านทราบเรื่องนี้เหรอคะ?” พิมพ์มาดาถาม “ทราบสิ” คุณลุงประเสริฐกล่าว “และนั่นเป็นปมในใจของคุณหญิงชลลดามาตลอด...เธอรู้สึกว่าตัวเองถูกทิ้ง” “แล้วเรื่องพินัยกรรมล่ะครับคุณลุง?” ธีรเดชถาม “คุณลุงทราบอะไรบ้าง?” “ผมจำได้ว่าช่วงที่คุณท่านสุรพลป่วยหนัก” คุณลุงประเสริฐเล่า “คุณหญิงชลลดามาหาคุณท่านที่คฤหาสน์บ่อยมาก...และผมก็ได้ยินเสียงทั้งสองคนทะเลาะกัน” “ทะเลาะกันเรื่องอะไรครับ?” พิมพ์มาดาถาม “ผมได้ยินคุณหญิงชลลดากล่าวหาคุณท่านว่าไม่ยุติธรรม” คุณลุงประเสริฐเล่า “เธอพูดประมาณว่า ‘ถ้าคุณรักฉันจริง ทำไมคุณถึงไม่เคยคิดจะยกอะไรให้ฉันเลย?’ และคุณท่านก็ตอบกลับไปประมาณว่า ‘เรื่องมันนานแล้ว ชลลดา...และฉันก็มีครอบครัวของฉันแล้ว’” “นั่นไงคะ!” พิมพ์มาดาหันไปมองธีรเดช “ที่สุภัทราบอกว่าได้ยินเสียงคุณป้าพูดถึงการยกสมบัติให้คนนอก...มันน่าจะเป็นเรื่องนี้แหละค่ะ” “และผมก็ได้ยินคุณหญิงชลดาพูดอีกประโยคหนึ่งที่ผมจำได้แม่น” คุณลุงประเสริฐกล่าวต่อ “เธอพูดว่า ‘ถ้าคุณไม่ให้ฉัน ฉันก็จะทำให้คุณไม่มีอะไรเหลือเลย!’” คำพูดของคุณลุงประเสริฐทำให้พิมพ์มาดาและธีรเดชขนลุก “คุณลุงหมายความว่า...คุณป้าชลลดาเป็นคนบังคับให้คุณท่านเปลี่ยนพินัยกรรม?” ธีรเดชถามเสียงเครียด “ผมไม่แน่ใจว่าเธอ ‘บังคับ’ หรือเปล่า” คุณลุงประเสริฐกล่าว “แต่ผมเห็นคุณหญิงชลดาออกมาจากห้องทำงานของคุณท่าน...และหลังจากนั้นไม่นาน พินัยกรรมก็ถูกเปลี่ยนแปลง” “แล้วตอนนั้นคุณลุงไม่คิดจะบอกใครเลยเหรอครับ?” ธีรเดชถาม “ผม...ผมกลัวครับ” คุณลุงประเสริฐยอมรับ “คุณหญิงชลดามีอิทธิพลมาก และผมก็เป็นแค่คนรับใช้ธรรมดาๆ ผมกลัวว่าถ้าผมพูดอะไรออกไป ผมจะเดือดร้อน” “แล้วทำไมตอนนี้คุณลุงถึงกล้ามาบอกเราล่ะครับ?” พิมพ์มาดาถาม “เพราะผมได้ยินข่าวว่าคุณกำลังพยายามพิสูจน์ความจริง” คุณลุงประเสริฐมองหน้าพิมพ์มาดา “ผมเห็นคุณท่านสุรพลรักคุณมาก...และผมก็เห็นว่าคุณกำลังถูกเอาเปรียบ ผมไม่อยากให้ความจริงถูกปกปิดอีกต่อไป” “ขอบคุณคุณลุงมากครับ” ธีรเดชกล่าวอย่างซาบซึ้ง “ข้อมูลของคุณลุงมีค่ามากจริงๆ” “ผมหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์นะครับ” คุณลุงประเสริฐกล่าว “แต่ผมก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคุณหญิงชลดาทำอย่างไร...มีเพียงแต่สิ่งที่ผมได้ยินและเห็นเท่านั้น” “แค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับคุณลุง” พิมพ์มาดาเสริม “อย่างน้อยเราก็มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากขึ้นแล้ว” การได้พูดคุยกับคุณลุงประเสริฐ ทำให้พิมพ์มาดาและธีรเดชมีความหวังมากขึ้นกว่าเดิม พวกเขามีข้อมูลสำคัญที่จะนำไปใช้ในการต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับพิมพ์มาดา แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะยังคงยากลำบาก แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน.

4,892 ตัวอักษร