ตอนที่ 7 — พินัยกรรมที่เปลี่ยนชีวิต
พิมพ์มาดา นั่งนิ่งราวกับถูกสาป เมื่อเสียงของวิชัย ทนายความประจำตระกูลที่เข้ามาจัดการเรื่องมรดกของคุณสุนทร บิดาผู้ล่วงลับของเธอ ดังขึ้นอย่างชัดเจนในห้องรับแขกที่เคยมีแต่ความอึมครึม พินัยกรรมฉบับนี้ไม่ได้มีเพียงทรัพย์สินที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น หากแต่ยังแฝงไว้ด้วยเงื่อนไขที่ทำให้พิมพ์มาดาแทบจะหยุดหายใจ "ตามเจตนารมณ์ของผู้ทำพินัยกรรม คุณสุนทรได้มอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กับบุตรสาวเพียงคนเดียวคือ คุณพิมพ์มาดา แต่มีข้อแม้ว่า คุณพิมพ์มาดาจะต้องอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้และดูแลกิจการของบริษัท 'สุนทรวัฒนา' ต่อไปอีกเป็นระยะเวลาห้าปี โดยมีคุณบุญมีเป็นผู้ดูแลและให้คำปรึกษา" วิชัยอ่านข้อความในพินัยกรรมอย่างใจเย็น สายตาเหลือบมองไปยังพิมพ์มาดาที่นั่งตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ
ป้าบุญมี ที่นั่งกอดอกมองทุกอย่างด้วยสีหน้าไม่พอใจอยู่ก่อนแล้ว อดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงหัวเราะอย่างเยาะหยัน "ห้าปีเลยเหรอคะคุณวิชัย นี่มันจะมากเกินไปหน่อยไหมคะ สุนทรไม่เคยคิดถึงความลำบากของฉันเลยจริงๆ" คำพูดของเธอเต็มไปด้วยความประชดประชันและไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ธาม ที่นั่งอยู่ข้างวิชัย หันมามองพิมพ์มาดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าพินัยกรรมของนายสุนทรจะซับซ้อนเช่นนี้ "คุณพิมพ์มาดาครับ ผมเข้าใจดีว่าเงื่อนไขนี้อาจจะหนักหนาสำหรับคุณในตอนนี้ แต่ผมเชื่อว่าคุณสุนทรมีเหตุผลของท่าน"
พิมพ์มาดาค่อยๆ รวบรวมสติ เธอสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมความสั่นเทาของมือ "อา... อาคะ ดิฉันเข้าใจค่ะ" เสียงของเธอแหบพร่าแต่ก็พยายามตอบรับอย่างหนักแน่น แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิง ความหวังที่เคยริบหรี่จากการมาของธามเมื่อครั้งก่อน ได้ถูกแทนที่ด้วยภาระอันใหญ่หลวงที่ประดังเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
"แล้วถ้าหนู... ถ้าหนูไม่ต้องการล่ะคะ" พิมพ์มาดาถามเสียงแผ่วเบา ใบหน้ายังคงซึมเซา "หนู... หนูอาจจะยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่างขนาดนี้"
ป้าบุญมีแสยะยิ้ม "ไม่พร้อมอะไรกันยะ ถ้าเธอไม่เอาทรัพย์สมบัติพวกนี้ไป แล้วใครจะได้ไปล่ะ ถ้าไม่ใช่ฉันน่ะนะ" เธอพูดอย่างภาคภูมิใจ "แต่ถ้าเธอคิดจะหนีไป ฉันก็ไม่มีวันยอมให้เธอได้อะไรไปจากที่นี่ง่ายๆ หรอกนะ"
วิชัยส่ายหน้าเล็กน้อย "คุณบุญมีครับ กรุณาอย่าพูดเช่นนั้น คุณสุนทรได้ระบุไว้ชัดเจนในพินัยกรรมแล้วว่าทรัพย์สินทั้งหมดนี้เป็นของคุณพิมพ์มาดา หากเธอปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้" เขาหันไปทางพิมพ์มาดา "คุณพิมพ์มาดาครับ คุณมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ แต่ผมอยากให้คุณลองพิจารณาให้รอบคอบ สิ่งที่คุณสุนทรต้องการ อาจจะเป็นการปกป้องคุณในทางหนึ่งก็ได้"
"ปกป้องอะไรคะ" พิมพ์มาดาถามอย่างไม่เข้าใจ "ในเมื่อตอนนี้ชีวิตหนูก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว"
"หนูน้อย" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ธามขยับเข้ามาใกล้ "ผมเชื่อว่าคุณพ่อของคุณคงมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวคุณ เขาถึงได้มอบความไว้วางใจเช่นนี้"
"แล้วถ้าสิ่งที่พ่อเห็น มันไม่ใช่สิ่งที่หนูจะเป็นล่ะคะ" พิมพ์มาดากล่าวอย่างตัดพ้อ "หนู... หนูเหนื่อยเหลือเกินค่ะ" น้ำตาเริ่มคลอหน่วย
"ผมเข้าใจว่ามันยาก" ธามพูดอย่างอ่อนโยน "แต่คุณลองคิดดูนะครับ ถ้าคุณยอมรับข้อเสนอนี้ คุณจะมีทั้งที่อยู่ มีทั้งโอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม โดยไม่ต้องทนอยู่กับ... สภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้" เขาเหลือบมองไปทางป้าบุญมีเล็กน้อย
ป้าบุญมีตวัดสายตามาที่ธาม "ตาหนุ่มนี่ พูดอะไรของแก ฉันก็ดูแลหลานฉันอย่างดีที่สุดแล้วนะ"
"ดูแลอย่างดี?" พิมพ์มาดาหลุดหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น "ดูแลจนหนูต้องทำงานเหมือนทาส ต้องอดอยาก ต้องถูกด่าทอทุกวันเนี่ยนะคะ นี่เหรอคะที่เรียกว่าดูแล"
"พิมพ์มาดา! อย่ามาพูดจาไร้สาระนะ" ป้าบุญมีตะคอกเสียงดัง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
วิชัยยกมือขึ้นเล็กน้อย "คุณบุญมีครับ ใจเย็นๆ ครับ" เขาหันไปหาพิมพ์มาดา "คุณพิมพ์มาดาครับ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะครับ แต่ขอให้คุณลองคิดถึงอนาคตของคุณเป็นหลักนะครับ ถ้าคุณไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดอาจจะต้องตกเป็นของกองมรดก และอาจจะเกิดการฟ้องร้องยาวนาน ซึ่งผมไม่คิดว่าคุณจะต้องการให้เป็นเช่นนั้น"
พิมพ์มาดารู้สึกหนักอึ้งในใจ เธอได้ยินคำพูดของวิชัยแล้วก็ยิ่งสับสน ข้อเสนอนี้มันเหมือนกับเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งคืออิสรภาพจากความลำบากแสนสาหัสที่เธอเผชิญอยู่ แต่ก็มาพร้อมกับภาระอันใหญ่หลวงที่เธอไม่แน่ใจว่าตัวเองจะแบกรับไหวหรือไม่ ส่วนอีกด้านคือการปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วกลับไปสู่สภาพเดิมที่มืดมน
"แล้ว... ถ้าหนูตกลง หนูจะต้องทำอะไรบ้างคะ" พิมพ์มาดาถามเสียงแผ่วเบา
"คุณจะต้องอาศัยอยู่ที่นี่ในคฤหาสน์นี้" วิชัยอธิบาย "และบริหารจัดการบริษัท 'สุนทรวัฒนา' ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงและมั่นคงพอสมควร คุณจะต้องเรียนรู้งานทุกอย่าง และมีคุณบุญมีเป็นผู้ให้คำปรึกษา"
"ให้คำปรึกษา? หรือว่าจะคอยจับผิดกันแน่" ป้าบุญมีพึมพำเบาๆ แต่ก็พอให้พิมพ์มาดาได้ยิน
"คุณพิมพ์มาดาครับ" ธามพูดแทรกขึ้นมา "ผมจะคอยช่วยเหลือคุณในเรื่องของการบริหารงานต่างๆ นะครับ ในฐานะที่ผมเป็นทนายความที่ดูแลเรื่องของคุณพ่อคุณมาตลอด ผมยินดีที่จะให้คำแนะนำและช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่"
พิมพ์มาดาหันไปมองธาม แววตาของเธอมีความหวังเล็กๆ เกิดขึ้นมาอีกครั้ง การมีธามอยู่เคียงข้าง อาจจะทำให้ภาระที่หนักอึ้งนี้เบาลงไปบ้าง "หนู... หนูขอเวลาคิดสักครู่ได้ไหมคะ"
"แน่นอนครับ" วิชัยตอบรับ "ผมจะรอคำตอบของคุณนะครับ"
พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืน เธอเดินออกไปที่ระเบียงกว้าง มองออกไปยังสวนสวยที่ถูกดูแลอย่างดี ท่ามกลางความเงียบสงัด เธอคิดถึงใบหน้าของบิดาที่เธอแทบจะจำไม่ได้ คิดถึงชีวิตที่ผ่านมาที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก และอนาคตที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้
"คุณสุนทรเขาคงอยากให้พิมพ์มาดาได้มีชีวิตที่ดีขึ้นจริงๆ" ธามเดินตามออกมา ยืนอยู่ข้างเธอ มองไปยังทิวทัศน์เดียวกัน "เขาคงอยากให้พิมพ์มาดาได้กลับมาเป็นเจ้าหญิงของตระกูลอีกครั้ง"
"เจ้าหญิงเหรอคะ" พิมพ์มาดายิ้มอย่างเศร้าสร้อย "หนูไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นเจ้าหญิงได้เลยค่ะ"
"ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวพิมพ์มาดาเองนะครับ" ธามพูดอย่างให้กำลังใจ "บางที นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ฟ้าส่งมาให้คุณได้พิสูจน์ตัวเอง และได้ก้าวข้ามผ่านอดีตที่เลวร้ายไปได้"
พิมพ์มาดาหลับตาลง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อชีวิตของเธอไปตลอดกาล ความรู้สึกกลัวผสมปนเปกับความหวังเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในใจ เธอตัดสินใจแล้ว
"หนูจะรับค่ะ" พิมพ์มาดากล่าวเสียงหนักแน่น หันกลับไปเผชิญหน้ากับวิชัยและป้าบุญมี "หนูจะรับพินัยกรรมนี้ค่ะ"
ป้าบุญมีเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ส่วนวิชัยพยักหน้าอย่างเห็นชอบ "ดีครับ คุณพิมพ์มาดา การตัดสินใจของคุณถูกต้องที่สุดแล้วครับ"
5,398 ตัวอักษร