เส้นทางฝันสู่เวทีดาว

ตอนที่ 17 / 46

ตอนที่ 17 — บททดสอบความจริงใจ

เช้าวันต่อมา เพลงนั่งจมอยู่ในความคิดตั้งแต่ไก่โห่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องเช่าเล็กๆ ที่พวกเขาใช้เป็นที่พักและสตูดิโอชั่วคราว แต่สำหรับเธอแล้ว โลกภายนอกดูเหมือนจะดับมืดไปเสียหมด คำพูดของคุณชาญชัยยังคงก้องอยู่ในหู “มันยังขาด ‘ตัวตน’ ของเธอ” “ตัวตน” ของเธอคืออะไรกันแน่? เพลงถามตัวเองซ้ำๆ เธอเคยคิดว่าเพลง ‘แสงดาวในใจ’ คือตัวตนของเธอแล้ว มันคือเพลงที่มาจากหัวใจที่เต็มไปด้วยความฝันและความหวัง ความเจ็บปวดที่เคยเจอในอดีต บทเรียนที่ได้รับมาทั้งหมด ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวโน้ตและเนื้อร้อง แต่ทำไม… มันถึงยังไม่พอ “คิดอะไรอยู่เนี่ย” เสียงของป้องดังขึ้น ทำเอาเพลงสะดุ้งเล็กน้อย ป้องกำลังชงกาแฟอยู่ มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟ อีกข้างหนึ่งถือขนมปังปิ้ง “ก็… คิดถึงคำพูดคุณชาญชัยน่ะสิ” เพลงตอบพลางถอนหายใจ “เขาบอกว่าเพลงเรามันยังขาด ‘ตัวตน’ ของเรา” ป้องยื่นแก้วกาแฟให้เพลง “มากินสิ จะได้มีแรงคิด” เขาเดินมานั่งลงข้างๆ “ฉันก็คิดเหมือนกันนะ ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจว่า ‘ตัวตน’ ในที่นี้คืออะไร” “แล้วตอนนี้เข้าใจแล้วเหรอ” เพลงถาม “ก็… พอจะเดาได้นะ” ป้องยกกาแฟขึ้นจิบ “คือ… เพลงของเรามันเพราะนะ ดีนะ แต่… มันเหมือนกับว่าเราพยายามร้องเพลงที่ ‘คนอื่น’ อยากฟัง จนลืมไปว่า ‘เรา’ อยากจะร้องเพลงแบบไหน” “หมายความว่า… เราต้องทำเพลงที่เราชอบจริงๆ แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่แนวที่ตลาดต้องการน่ะเหรอ” เพลงถามอย่างไม่แน่ใจ “อาจจะใช่” ป้องพยักหน้า “หรืออย่างน้อย… ก็ใส่ความเป็นเราเข้าไปให้มากขึ้น ให้มันมี ‘สีสัน’ ที่ไม่เหมือนใคร” “แต่… สองอาทิตย์เองนะ” เพลงบ่น “จะไปหา ‘สีสัน’ ที่ไม่เหมือนใครได้ยังไง” “นั่นแหละคือความท้าทาย” ป้องยิ้ม “คุณวิทย์ก็บอกแล้วไง ว่ามันต้องทำอะไรที่ ‘นอกกรอบ’ ไปกว่าเดิม” “นอกกรอบ…” เพลงทวนคำ “แล้ว ‘นอกกรอบ’ ของเราคืออะไรล่ะ” “ลองนึกดูสิ” ป้องพูด “เรามาจากไหน มายังไง เราเจออะไรมาบ้าง อะไรที่ทำให้เราอยากมาอยู่ตรงนี้” เพลงหลับตาลง ภาพต่างๆ ผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว ภาพบ้านนอกที่จากมา ภาพความลำบากของครอบครัว ภาพฝันที่อยากจะร้องเพลงให้พ่อแม่ฟัง ภาพเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ที่บ้าน ภาพการเดินทางเข้ากรุง ภาพความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงกระแอมของคุณวิทย์ที่ดังขึ้นในห้องประชุม ภาพแววตาประเมินของคุณชาญชัย “ฉัน… ฉันเคยเจอคนคนหนึ่ง” เพลงเริ่มพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา “เขาบอกฉันว่า… ‘อย่ากลัวที่จะเป็นตัวเอง’ ‘เพลงที่มาจากหัวใจของเธอ มันจะสื่อถึงคนอื่นได้เสมอ’ ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงเลย คิดว่าแค่ร้องเพลงให้ดีที่สุดก็พอ” “ใครเหรอ” ป้องถามอย่างสนใจ “เขาเป็นนักดนตรีอิสระที่ฉันเจอตอนไปประกวดที่ต่างจังหวัด” เพลงเล่าต่อ “เขาบอกว่า… ‘เพลงที่ดีที่สุด คือเพลงที่กล้าแสดงความอ่อนแอของตัวเองออกมา’ ตอนนั้นฉันรู้สึกว่ามันดูขัดแย้ง แต่ตอนนี้… ฉันคิดว่าฉันเริ่มเข้าใจแล้ว” “ความอ่อนแอ… ที่กล้าแสดงออกมา” ป้องทวนคำ “หมายความว่า… เราไม่ต้องพยายามทำให้เพลงมันดูแข็งแกร่งหรือสมบูรณ์แบบตลอดเวลา แต่ให้ใส่ความรู้สึกที่แท้จริงของเราลงไป แม้จะเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อน หรือดูไม่สมบูรณ์ก็ตาม” “ใช่” เพลงพยักหน้า “เหมือนเวลาเราคุยกับเพื่อนสนิท เราไม่ได้พูดแต่เรื่องดีๆ ใช่ไหม เราก็ระบายความทุกข์ ความกังวล ความไม่มั่นใจของเราออกไป แล้วเพื่อนเราก็เข้าใจ” “อืม… น่าสนใจ” ป้องครุ่นคิด “ถ้าอย่างนั้น… เราลองกลับไปดูเพลง ‘แสงดาวในใจ’ ของเราอีกครั้ง ลองหา ‘มุม’ ที่เรายังไม่ได้ใส่เข้าไปให้เต็มที่” “หรือ… เราจะลองแต่งเพลงใหม่ไปเลย” เพลงเสนอ “ในเมื่อมีเวลาแค่สองอาทิตย์ ถ้าเรามัวแต่ไปปรับปรุงเพลงเก่า อาจจะยิ่งเสียเวลา” “ก็ได้” ป้องเห็นด้วย “แต่เราจะทำเพลงแนวไหนล่ะ” เพลงมองไปนอกหน้าต่าง แสงแดดยามเช้าส่องลงมาอย่างอ่อนโยน “ฉัน… ฉันไม่รู้ว่ามันจะเป็นแนวไหน” เธอพูดอย่างจริงใจ “แต่ฉันรู้ว่า… ฉันอยากให้มันเป็นเพลงที่เล่าเรื่องของ ‘การดิ้นรน’ ของคนตัวเล็กๆ ที่พยายามจะตามหาฝันในเมืองใหญ่แห่งนี้” “เมืองใหญ่… ที่เต็มไปด้วยแสงสี แต่ก็มีมุมมืดซ่อนอยู่” ป้องเสริม “ใช่” เพลงพยักหน้า “แล้วก็… ความหวังที่มันริบหรี่ แต่ก็ไม่เคยดับไป” “โอเค” ป้องลุกขึ้นยืน “งั้น… ลุยกันเลย” พวกเขาเริ่มทำงานกันอย่างหนัก เพลงนั่งอยู่ที่เปียโนเก่าๆ ที่เช่ามา พยายามเรียบเรียงทำนองในหัว ส่วนป้องนั่งอยู่กับกีตาร์ กีตาร์โปร่งตัวเก่งของเขา เขาพยายามหาคอร์ดที่จะสื่อถึงอารมณ์ของเพลง วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาแทบจะไม่ได้ออกจากห้องเช่าเลย กินนอนที่นี่ ทำงานกันจนดึกดื่น บางครั้งก็ทะเลาะกัน เพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่สุดท้ายก็กลับมาปรับความเข้าใจกันได้ “ฉันว่าท่อน Hook มันยังไม่ติดหูเท่าไหร่” ป้องบอก “ลองเปลี่ยนคอร์ดตรงนี้ดูไหม” “ไม่นะ ฉันว่าแบบนี้มันสื่อถึงความรู้สึก ‘เคว้งคว้าง’ ได้ดีกว่า” เพลงโต้แย้ง “แต่มันจะทำให้คนฟังรู้สึก ‘เบื่อ’ นะ” ป้องยืนกราน “แต่ถ้าใส่คอร์ดที่มัน ‘ติดหู’ เกินไป มันจะกลายเป็นเพลงตลาดทั่วไปไง” เพลงอธิบาย “เราต้องหาจุดสมดุล” หลังจากถกเถียงกันไปมา พวกเขาก็ได้ข้อสรุปใหม่ ท่อน Hook ถูกปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ให้ยังคงความรู้สึกเคว้งคว้าง แต่ก็มีเมโลดี้ที่น่าจดจำมากขึ้น อีกครั้งหนึ่งที่เพลงพยายามใส่เนื้อหาเกี่ยวกับความเจ็บปวดที่เคยเจอในอดีต “ฉันว่าตรงนี้… มันยังดูเศร้าเกินไป” ป้องพูด “เราเพิ่งจะผ่านตอนที่ 15 มาเอง มันยังดูเหมือนเรากำลังเล่าเรื่องเดิมๆ” “แต่… มันคือความจริงนะ” เพลงบอก “รู้แล้ว” ป้องถอนหายใจ “แต่เราต้องมองไปข้างหน้าด้วย” เขาหยิบกีตาร์ขึ้นมา “ลองใส่ความหวังลงไปในท่อนนี้แทนไหม” เพลงมองป้องอย่างประหลาดใจ “ความหวัง… ทั้งที่ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้เลยว่าจะผ่านไหม” “นั่นแหละคือ ‘ตัวตน’ ของเรา” ป้องยิ้ม “เราคือคนที่ถึงแม้จะเจอปัญหาหนักหนาแค่ไหน ก็ยังคงมีความหวังอยู่เสมอ” เพลงมองป้องด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้น เขาเข้าใจเธอจริงๆ เข้าใจในสิ่งที่เธอพยายามจะสื่อสาร “โอเค” เพลงพยักหน้า “งั้น… เราจะใส่ความหวังลงไป” พวกเขาทำงานกันอย่างเต็มที่ จนกระทั่งใกล้จะถึงวันกำหนดส่ง เพลงรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกภูมิใจในผลงานที่ทำขึ้นมา เพลงนี้ไม่ใช่แค่เพลงที่สวยงาม แต่มันคือเพลงที่สะท้อนถึงการเดินทางของพวกเขาจริงๆ มันมีความเจ็บปวด ความสับสน แต่ก็มีความหวัง และที่สำคัญ… มันมีความเป็น ‘เพลง’ และ ‘ป้อง’ อยู่ในทุกอณู “ฉันว่า… นี่แหละคือ ‘เพลง’ ที่เราตามหา” เพลงกล่าวกับป้อง ขณะที่พวกเขานั่งฟังเพลงที่เพิ่งแต่งเสร็จหมาดๆ “ฉันก็ว่างั้น” ป้องยิ้ม “มันคือ ‘แสงดาวในใจ’ ในอีกรูปแบบหนึ่ง” “ใช่” เพลงตอบ “เป็นแสงดาวที่ส่องสว่าง แม้จะอยู่ในคืนที่มืดมิดที่สุด” เมื่อนึกถึงคำพูดของคุณวิทย์และคุณชาญชัย เพลงก็อดที่จะกังวลไม่ได้ แต่เธอก็เชื่อมั่นในเพลงนี้ เพลงนี้คือตัวแทนของหัวใจของเธอจริงๆ

5,289 ตัวอักษร