ดวงใจในเงาป่า

ตอนที่ 5 / 44

ตอนที่ 5 — ร่องรอยในเหมืองโบราณ

ภายในปากอุโมงค์ที่เคยเป็นที่ตั้งของเหมืองร้าง บรรยากาศเย็นยะเยือกจนสัมผัสได้ถึงไอน้ำที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ แสงไฟฉายที่ส่องนำโดยแสง สาดจับไปยังผนังหินที่ขรุขระ ชวนให้รู้สึกถึงความเก่าแก่และถูกทอดทิ้งมานานแสนนาน รอยมือของคนงานในอดีตที่สลักไว้บนผนังยังคงปรากฏอยู่เป็นระยะๆ แต่ก็เลือนลางไปตามกาลเวลา “ดูนั่นสิ!” ป้องชี้ไปที่พื้น พราวรีบส่องไฟฉายตามไป เห็นรอยล้อของเกวียนที่เคยใช้ขนแร่ ยังคงประทับลึกอยู่บนพื้นดินที่ถูกบดอัดแน่น “นี่มันต้องเป็นเหมืองที่เคยใช้งานจริงแน่ๆ” “แต่ทำไมถึงถูกทิ้งร้างไปนะ?” พราวครุ่นคิด “แล้วพวกนายทุนกลุ่มนั้น มาเจอกับข้อมูลนี้ได้อย่างไร” “อาจจะมาจากเอกสารเก่า หรือคนแก่ที่เคยทำงานที่นี่ก็ได้” ลุงคำเสนอ “สมัยก่อน คนเฒ่าคนแก่ มักจะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ลูกหลานฟังเสมอ” “แต่ถ้าเป็นเหมืองเก่าที่ไม่มีแร่อะไรเหลืออยู่แล้ว พวกนั้นจะมาทำไม?” ป้ามีถามด้วยความสงสัย “อาจจะมีแร่ชนิดอื่นที่พวกเราไม่รู้จักก็ได้” แสงสันนิษฐาน “หรืออาจจะใช้พื้นที่แถวนี้เป็นฐานในการทำอะไรบางอย่าง” พราวกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างพินิจพิเคราะห์ เธอสังเกตเห็นร่องรอยของอุปกรณ์ทำเหมืองเก่าๆ ที่ถูกทิ้งไว้เกลื่อนกลาด บางชิ้นขึ้นสนิมไปแล้ว บางชิ้นก็ผุกร่อนจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม “ตรงนั้นมีอะไรบางอย่าง” พราวชี้ไปที่มุมหนึ่งของอุโมงค์ที่ดูเหมือนจะเป็นทางแยก “ดูเหมือนมีร่องรอยการขุดเพิ่มเติม” พวกเขาเดินเข้าไปใกล้ๆ พบว่าทางแยกนั้นดูใหม่กว่าส่วนอื่นๆ ของอุโมงค์อย่างเห็นได้ชัด ร่องรอยการขุดยังดูสดใหม่กว่า และมีเศษหินที่เพิ่งถูกสกัดออกมาวางกองอยู่ “นี่มัน… เพิ่งจะมีคนมาทำแน่นอน” ป้องพูดพลางใช้นิ้วเขี่ยเศษหิน “รอยเครื่องจักรยังอยู่เลย” “แสดงว่าพวกนั้นเข้ามาทำอะไรที่นี่จริงๆ” พราวพูดเสียงเครียด “แล้วทำไมถึงต้องทำอย่างลับๆ แบบนี้” “อาจจะกำลังขุดหาอะไรบางอย่างที่สำคัญมากๆ” แสงเสนอ “ถึงได้มาทำตอนกลางคืน หรือไม่ก็เข้ามาตอนที่เราไม่ทันสังเกต” “แล้วเราจะตามไปดีไหม?” ป้ามีถามอย่างหวาดๆ “ถ้าพวกนั้นเจอเรา จะทำยังไง?” “เราต้องตามไป” พราวตัดสินใจ “เราต้องรู้ให้ได้ว่าพวกนั้นกำลังจะทำอะไร” “แต่เราต้องระวังตัวให้มากนะ” ลุงคำกำชับ “ถ้ามีวี่แววอันตราย ให้รีบถอยกลับ” พวกเขาตัดสินใจเดินตามทางแยกที่เพิ่งถูกขุดขึ้นมาใหม่นี้ไปอย่างช้าๆ ทางเดินแคบลงเรื่อยๆ และเริ่มลาดชันขึ้น ผนังของอุโมงค์เริ่มเปลี่ยนจากหินธรรมชาติเป็นเหมือนถูกสกัดให้เรียบขึ้น “รู้สึกว่าทางจะลึกเข้าไปอีกนะ” แสงพูดพลางส่องไฟฉายไปข้างหน้า “เราจะไปต่ออีกหน่อยไหม?” “ไปต่อ” พราวตอบ “อีกนิดเดียว” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าจากด้านในก็ดังขึ้นมาเบาๆ ทำให้ทุกคนที่อยู่ในอุโมงค์ต้องหยุดนิ่ง หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดระแวง “ใครอยู่นั่น!” เสียงตะโกนดังมาจากด้านใน “ตายแล้ว! พวกมันเจอเราแล้ว!” ป้ามีร้องเสียงหลง “เงียบ!” พราวรีบส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบ เธอพยายามฟังเสียงอีกครั้ง แต่เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนนั้นก็เงียบหายไปแล้ว “สงสัยจะคิดไปเอง” แสงพูดพลางถอนหายใจ “คงเป็นเสียงสะท้อนของพวกเราเอง” “ไม่น่าจะใช่” ป้องส่ายหน้า “เสียงตะโกนนั้น มันชัดเจนเกินไป” “อาจจะแค่คนเฝ้ายามก็ได้” ลุงคำสันนิษฐาน “เราค่อยๆ ถอยกลับออกมาดีกว่า” “แต่เรายังไม่รู้เลยว่าพวกนั้นกำลังทำอะไร” พราวยังคงอยากรู้ “ถ้าเราอยากรู้ เราก็ต้องหาทางอื่น” ลุงคำกล่าว “การบุกเข้าไปตอนนี้มันเสี่ยงเกินไป” “แล้วเราจะทำยังไง?” พราวถาม “รอให้ค่ำ แล้วแอบเข้ามาดูอีกที” ป้องเสนอ “ตอนกลางคืน คนอาจจะน้อยลง” “เป็นความคิดที่ดี” ลุงคำเห็นด้วย “เรากลับออกไปก่อน แล้วค่อยมาใหม่ตอนค่ำ” พวกเขารีบถอยออกจากอุโมงค์อย่างรวดเร็ว เมื่อออกมาสู่แสงแดดด้านนอก ทุกคนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “น่ากลัวจริงๆ” ป้ามีพึมพำ “ไม่น่าเชื่อว่าใต้ดินจะมีอะไรแบบนี้อยู่” “แล้วเราจะกลับมาตอนไหน?” แสงถาม “รอให้ตะวันตกดินก่อน” พราวตอบ “แล้วเราค่อยแอบเข้ามา” ขณะที่พวกเขากำลังจะแยกย้ายกันกลับ พราวสังเกตเห็นบางอย่างที่ดูแปลกตาอยู่บริเวณใกล้ๆ กับปากอุโมงค์ เป็นเหมือนก้อนหินสีดำก้อนเล็กๆ ที่มีลักษณะมันวาวผิดปกติ “นี่มันอะไรน่ะ?” พราวหยิบก้อนหินขึ้นมาดู มันมีน้ำหนักเบากว่าที่คิด และเมื่อส่องไฟฉายกระทบ มันก็สะท้อนแสงออกมาเป็นประกายสีเข้ม “ไม่เคยเห็นหินแบบนี้มาก่อนเลย” ป้องพูดพลางมองดู “เหมือนมีแร่บางอย่างผสมอยู่” “อาจจะเป็นแร่ที่พวกนั้นกำลังหาอยู่ก็ได้” แสงสันนิษฐาน พราวเก็บก้อนหินสีดำนั้นไว้ในกระเป๋าอย่างดี เธอรู้สึกได้ว่ามันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญบางอย่าง “เรากลับกันก่อน แล้วค่อยมาเจอกันที่นี่ตอนพลบค่ำนะ” พราวบอก “เตรียมไฟฉายให้พร้อม” เมื่อถึงเวลาพลบค่ำ พราว แสง และป้อง ได้กลับมายังปากอุโมงค์อีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดมิดลงเรื่อยๆ เสียงสัตว์ป่ายามค่ำคืนดังระงมไปทั่ว “ดูเหมือนจะไม่มีใครแล้วนะ” แสงกระซิบ “พวกมันอาจจะกลับไปแล้ว” “หรืออาจจะกำลังทำงานอยู่ข้างในก็ได้” ป้องเสริม “เราต้องระวังให้มาก” พวกเขาค่อยๆ แอบเข้าไปในอุโมงค์อีกครั้ง คราวนี้พวกเขาเดินอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม เสียงฝีเท้าของพวกเขาแทบจะไม่ได้ยิน เมื่อเข้าไปถึงบริเวณทางแยกที่เพิ่งถูกขุด พราวแอบมองลอดเข้าไปด้านใน เห็นแสงไฟสว่างจ้า และได้ยินเสียงคนกำลังทำงานกันอยู่ “พวกมันยังอยู่ข้างใน” พราวบอก “เราต้องหาทางแอบเข้าไปดูใกล้ๆ” พวกเขาค่อยๆ คลานเข้าไปตามผนังอุโมงค์ หลบซ่อนตามซอกหิน พราวแอบมองผ่านช่องว่างเล็กๆ เห็นภาพที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัว เบื้องหน้าของเธอคือห้องโถงขนาดใหญ่ที่ถูกสกัดออกมาอย่างประณีต ผนังห้องเต็มไปด้วยแร่ชนิดหนึ่งที่มีสีดำสนิท และมันวาววับราวกับอัญมณี ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกำลังขะมักเขม้นกับการขุดแร่เหล่านี้ด้วยเครื่องมือพิเศษ “นี่มัน… แร่เหล็กไหล” พราวอุทานออกมาเบาๆ “อะไรนะ?” แสงกระซิบถาม “แร่เหล็กไหล?” “ใช่” พราวตอบ “เป็นแร่ที่มีคุณสมบัติพิเศษ หายากมาก” “แล้วทำไมพวกนั้นถึงมาขุดแร่ชนิดนี้ที่นี่?” ป้องถาม “เพราะแร่ชนิดนี้มีราคาสูงมากในตลาดมืด” พราวอธิบาย “และมีอำนาจมืดบางกลุ่มที่ต้องการมันไปใช้ในทางที่ผิด” ทันใดนั้นเอง เสียงของชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า ก็ดังขึ้นมา “เร็วเข้า! เราต้องขนแร่พวกนี้ออกไปให้หมดก่อนที่ชาวบ้านจะรู้ตัว! ถ้าข่าวรั่วไหลไปถึงหูคนอื่น เราจะลำบาก!” คำพูดเหล่านั้นทำให้พราวนึกถึงคำพูดของหัวหน้ากลุ่มนายทุนเมื่อวาน “พวกเราจะทำให้ที่นี่เจริญขึ้น!” “พวกเขาไม่ได้ต้องการสร้างความเจริญ” พราวคิดในใจ “แต่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์จากป่าของเรา” “พวกเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” พราวพูดกับแสงและป้อง “ถ้าเราปล่อยให้พวกเขาเอาแร่ไป พวกเขาจะยิ่งได้ใจ แล้วก็จะกลับมาทำลายป่าของเรามากกว่านี้” “แล้วจะทำยังไงล่ะ?” แสงถาม “เรามีกันแค่สามคน” “เรารู้แล้วว่าพวกเขากำลังทำอะไร” พราวตอบ “ตอนนี้เราแค่ต้องหาทางหยุดพวกเขาให้ได้”

5,365 ตัวอักษร