เส้นเลือดใหญ่แห่งความหวัง

ตอนที่ 11 / 41

ตอนที่ 11 — การลอบเข้าพื้นที่โครงการร้าง

ค่ำคืนนั้น มืดสนิท ท้องฟ้าไร้ซึ่งแสงดาว ลมเย็นพัดโชยมาพร้อมกับความชื้นของคลอง อันนาสวมเสื้อแขนยาวสีเข้ม กางเกงขายาว และรองเท้าผ้าใบหุ้มส้น เธอกระชับหมวกแก๊ปให้แน่น มองไปรอบๆ บริเวณบ้านของเธออย่างระแวดระวัง "แน่ใจนะอันนา" เสียงแตงโมกระซิบถามอยู่ข้างๆ "ถ้าเราโดนจับได้ เรื่องมันจะยุ่งกว่าเดิมนะ" "หนูรู้" อันนาตอบเสียงเบา "แต่เราไม่มีทางเลือกแล้ว แตงโม เราต้องหาหลักฐานเพิ่มก่อนที่พวกเขาจะเริ่มก่อสร้าง" "แล้วถ้าเกิดมีคนของบริษัทมาเห็นล่ะ" แตงโมยังคงกังวล "เราจะบอกว่าเราหลงทาง" อันนาตอบง่ายๆ "แตงโม จำแผนที่เราซ้อมกันไว้ให้ดีนะ" แตงโมพยักหน้าอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก อันนาเดินนำไปทางด้านหลังของโครงการร้างที่แตงโมเคยเห็นรถตู้สีดำเข้ามาจอดเมื่อวันก่อน บริเวณนี้เป็นที่รกร้าง มีวัชพืชขึ้นรกทึบ และมีรั้วเหล็กกั้นเป็นบางส่วน "ตรงนี้แหละ" อันนาชี้ไปยังส่วนที่รั้วเหล็กชำรุดและมีช่องว่างพอที่คนจะลอดเข้าไปได้ "แตงโม รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ถ้ามีอะไรผิดปกติให้รีบกลับไปบอกป้าสมร" "ไม่เอาค่ะ หนูจะไปด้วย" แตงโมยืนกราน อันนายิ้มบางๆ "ก็ได้ แต่ต้องทำตามที่บอกทุกอย่างนะ" ทั้งสองคนค่อยๆ ลอดผ่านช่องว่างของรั้วเข้าไปในบริเวณโครงการร้าง ความมืดและความเงียบปกคลุมไปทั่ว มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรเท่านั้นที่ดังอยู่ไกลๆ และเสียงของพวกเธอเองที่ลอดออกมาจากความเงียบ "อันนา ดูนั่นสิ" แตงโมกระซิบพลางชี้ไปยังอาคารโรงงานเก่าที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ เป็นอาคารปูนเก่าแก่ที่มีหน้าต่างกระจกแตกไปหลายบาน "นั่นแหละที่แตงโมเห็นคนพวกนั้นเดินเข้าไป" อันนาบอก "เราต้องเข้าไปดูข้างใน" พวกเธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้โรงงานเก่า เสียงฝีเท้าที่ย่ำไปบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยกรวดและเศษวัสดุก่อสร้างดังเป็นระยะ อันนาเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ ส่องนำทางไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุม "ดูเหมือนจะไม่มีใครเข้ามานานแล้วนะ" แตงโมกล่าว "แต่พวกนั้นก็เข้ามาเมื่อวันก่อน" อันนาเตือน "เราต้องระวัง" เมื่อมาถึงหน้าประตูโรงงาน อันนาลองผลักดู ประตูไม้เก่าบานใหญ่เปิดออกอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นภายในที่มืดมิดและเต็มไปด้วยความอับชื้น "เข้าไปกันเลย" อันนาตัดสินใจ ภายในโรงงานมีเครื่องจักรเก่าๆ ที่ถูกคลุมด้วยผ้าใบวางเรียงรายอยู่บางส่วน บนพื้นเต็มไปด้วยฝุ่นและเศษขยะ อันนาส่องไฟฉายไปตามซอกมุมต่างๆ "เหมือนเป็นโกดังเก็บของเก่า" แตงโมกล่าว "แต่แตงโมจำได้ไหมว่าวันนั้นเขาขนอะไรออกมา" อันนาถาม "เหมือนจะเป็นกล่องเอกสารค่ะ" แตงโมตอบ ทั้งสองคนเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงมุมหนึ่งของโรงงาน ที่มีโต๊ะทำงานเก่าๆ ตัวหนึ่งตั้งอยู่ บนโต๊ะมีเอกสารกระดาษวางกองอยู่บางส่วน และมีตู้เก็บเอกสารเหล็กเก่าๆ วางอยู่ข้างๆ "อันนา ลองดูนี่สิ" แตงโมร้องเรียก "เหมือนจะเป็นแผนผังอะไรสักอย่าง" อันนาเดินไปดู เป็นแผนผังอาคารที่ค่อนข้างเก่า แต่มีร่องรอยของการแก้ไขเพิ่มเติมด้วยปากกา "อันนี้น่าจะเป็นแบบร่างของคอนโด" อันนากล่าว "แต่มันมีอะไรแปลกๆ" อันนาหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาดู เป็นเอกสารที่เขียนด้วยลายมือ ดูเหมือนจะเป็นบันทึกการสำรวจพื้นที่ "นี่ไง" อันนาอุทาน "มีบันทึกการสำรวจที่ดิน แปลง 725-12 ภาคผนวก ก. ด้วย" "แล้วมันเขียนว่ายังไงคะ" แตงโมถามอย่างใจจดใจจ่อ "มันบอกว่า... 'จากการสำรวจภาคสนาม พบว่าที่ดินแปลง 725-12 ภาคผนวก ก. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่โครงการพัฒนา มีลักษณะเป็นที่สาธารณะตามธรรมชาติ มีแนวเขตติดต่อกับลำน้ำสาธารณะ และมีการใช้ประโยชน์จากชุมชนมาเป็นระยะเวลานาน สมควรได้รับการพิจารณาตามกฎหมายที่ดินเพื่อการอนุรักษ์' " อันนาอ่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ "แสดงว่าที่เราสงสัยมันเป็นเรื่องจริง!" แตงโมดีใจจนเกือบจะตะโกน "ใช่" อันนาพยักหน้า "เอกสารพวกนี้เหมือนจะเป็นบันทึกการสำรวจภายในของบริษัทเอง ถ้าเราเอาไปให้ทนายสมชายดูได้ คงเป็นประโยชน์มาก" อันนาเริ่มก้มลงค้นหาในลิ้นชักของตู้เก็บเอกสารเหล็ก เธอลองเปิดทีละลิ้นชักอย่างระมัดระวัง ลิ้นชักแรกว่างเปล่า ลิ้นชักที่สองก็เช่นกัน จนกระทั่งมาถึงลิ้นชักสุดท้าย "เจอแล้ว!" อันนาร้องอย่างดีใจ ในลิ้นชักนั้นมีกล่องเอกสารเก่าๆ ซ่อนอยู่ อันนาหยิบกล่องหนึ่งออกมา เปิดดู ข้างในเต็มไปด้วยเอกสารจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นสำเนาโฉนดที่ดิน เอกสารการขออนุญาตก่อสร้าง และบันทึกการประชุมต่างๆ "อันนา รีบดูสิ" แตงโมกระตุ้น อันนาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาดู มันเป็นหนังสือเวียนจากสำนักงานที่ดิน ถึงบริษัทอารยะพัฒนา ลงวันที่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว "นี่ไง" อันนาพูดเสียงสั่น "หนังสือเวียนแจ้งให้ระงับการพิจารณาคำขอออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแปลง 725-12 ภาคผนวก ก. เนื่องจากพบข้อโต้แย้งเรื่องการเป็นที่สาธารณะ" "แล้วทำไมถึงยังมีการดำเนินการต่อล่ะคะ" แตงโมถาม "นั่นสิ" อันนาขมวดคิ้ว "เหมือนกับว่าบริษัทเขามีวิธีการจัดการบางอย่างที่ทำให้เรื่องนี้เงียบไป" อันนาหยิบเอกสารอีกหลายฉบับขึ้นมาดู เธอพบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ไม่สมบูรณ์ เอกสารการจ่ายเงินชดเชยบางส่วนที่ดูเหมือนจะยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด และที่สำคัญที่สุด คือสำเนาบันทึกการประชุมลับระหว่างผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอารยะพัฒนา กับเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงบางคน "อันนา นี่มัน..." แตงโมมองตามอันนาด้วยความตกใจ "แผนการของพวกเขา" อันนาพูดเสียงหนักแน่น "พวกเขารู้ดีว่าที่ดินบางส่วนเป็นที่สาธารณะ แต่พวกเขาก็พยายามหาทางออก ด้วยการ... ติดสินบน และบิดเบือนข้อมูล" อันนาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเอกสารสำคัญเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว แตงโมก็ช่วยกันดูเอกสารอื่นๆ ที่อาจจะเป็นประโยชน์ "เราได้สิ่งที่ต้องการแล้ว" อันนากล่าว "เราต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่จะมีใครมาเห็น" ทั้งสองคนรีบออกจากโรงงานเก่า และค่อยๆ ลอดกลับผ่านรั้วออกไปด้านนอก พวกเธอเดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันระหว่างความโล่งใจที่ได้หลักฐาน และความหวาดหวั่นกับสิ่งที่ได้ค้นพบ "อันนา" แตงโมถามขณะเดิน "เราจะเอาหลักฐานนี้ไปทำอะไรต่อ" "เราจะให้ทนายสมชายใช้มันต่อสู้" อันนาตอบ "แต่มันยังไม่พอ เราต้องหาทางเปิดโปงเรื่องนี้ให้สาธารณะรับรู้ด้วย" เมื่อกลับมาถึงบ้าน อันนาก็รีบนำเอกสารที่ถ่ายรูปไว้ไปให้ทนายสมชายดู ทนายสมชายเมื่อได้เห็นเอกสารเหล่านั้น ก็ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ไม่น่าเชื่อ" ทนายสมชายกล่าว "นี่มันหลักฐานชิ้นสำคัญเลยนะ อันนา พวกเขาจงใจปกปิดข้อมูล และอาจจะมีการทุจริตในกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ด้วย" "แล้วเราจะใช้มันยังไงคะ" อันนาถาม "เราจะต้องยื่นเรื่องนี้ต่อศาลทันที" ทนายสมชายบอก "พร้อมกับขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการก่อสร้างโครงการเป็นการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง" "แล้วถ้าศาลไม่รับคำร้องล่ะคะ" อันนาถามด้วยความกังวล "เราก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์" ทนายสมชายตอบ "ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด แต่เราก็ต้องเตรียมแผนสำรองไว้ด้วย" อันนารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังอีกยาวไกล แต่การค้นพบในค่ำคืนนี้ ทำให้เธอมีความหวังเพิ่มขึ้นอย่างมาก

5,484 ตัวอักษร