ตอนที่ 10 — การสืบค้นเอกสารลับนอกกฎหมาย
แสงแดดยามบ่ายทอดเงายาวลงบนผืนน้ำในคลอง บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กๆ และเสียงพูดคุยจอแจของผู้คน บัดนี้กลับเงียบสงัดผิดปกติ ชาวบ้านหลายคนนั่งเหม่อลอยอยู่ที่หน้าบ้าน บ้างก็กอดเข่ามองออกไปนอกคลองด้วยแววตาไร้ซึ่งความหวัง อันนาเดินสำรวจไปตามบ้านเรือนต่างๆ ใบหน้าของแต่ละคนสะท้อนความเหนื่อยล้าและความกังวลใจ เธอรู้สึกหนักอึ้งในอกทุกครั้งที่เห็นสภาพเช่นนี้ การประชุมเมื่อคืนที่ผ่านมาแม้จะมีทนายสมชายเข้ามาช่วยให้ข้อมูล แต่ก็ยังคงมีความเคลือบแคลงใจและข้อสงสัยมากมายในหมู่ชาวบ้าน
"อันนา" เสียงแหบพร่าของป้าสมรดังขึ้นจากริมหน้าต่างบ้านไม้เก่าแก่ อันนาหันไปยิ้มให้ "เป็นยังไงบ้างคะป้า วันนี้ยังไม่เห็นหน้าทนายสมชายเลย"
ป้าสมรยื่นแก้วน้ำสมุนไพรให้ "ยังไม่มีข่าวอะไรเข้ามาเลยจ้ะ วันๆ ก็เอาแต่สืบๆ ค้นๆ อยู่แต่ในนั้น" เธอพยักพเยิดไปทางบ้านหลังเล็กๆ ที่อันนาใช้เป็นศูนย์กลางการประสานงาน "แต่ป้าก็ดีใจนะที่หนูไม่ยอมแพ้"
อันนาพยักหน้ารับ "เราต้องสู้ต่อไปค่ะป้า ถ้าเรายอมแพ้ ทุกอย่างก็จบ" เธอมองไปยังบ้านของลุงบุญ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุมชนเก่า แกเคยเป็นกระบอกเสียงสำคัญของที่นี่ แต่ตอนนี้สภาพร่างกายของเขาไม่เอื้ออำนวยนัก
"คุณอันนาคะ" เสียงเล็กแหลมดังมาจากด้านหลัง เป็นแตงโม เด็กสาววัยสิบหกปีที่สนิทสนมกับอันนา "เมื่อเช้ามีรถตู้สีดำ ทะเบียนอะไรไม่รู้ค่ะ มาจอดอยู่หน้าโครงการร้างตรงหัวมุมถนน แล้วก็มีคนลงมาสามคน ใส่สูทผูกไทด์ ดูเหมือนคนของบริษัทเลยค่ะ"
อันนาขมวดคิ้ว "แล้วพวกเขาทำอะไรบ้างล่ะ"
"ก็เดินเข้าไปในโครงการร้างนั่นแหละค่ะ แล้วก็เอาอะไรยึกยือออกมาจากรถ ยืนดูๆ ชี้ๆ กันอยู่พักใหญ่ แล้วก็ขับรถออกไปค่ะ" แตงโมเล่าอย่างกระตือรือร้น "หนูว่าน่าจะกำลังหาทางเข้ามาในชุมชนเราแน่ๆ เลยค่ะ"
"ขอบใจมากนะแตงโม" อันนาพูดพลางเดินกลับเข้าไปในบ้านของเธอ ทนายสมชายกำลังนั่งง่วนอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะ แว่นตาหนาเตอะของเขาแทบจะติดอยู่กับกระดาษ
"ทนายคะ หนูว่าเราอาจจะต้องระวังตัวมากขึ้น" อันนาเล่าเรื่องที่แตงโมเห็นให้ทนายสมชายฟัง
ทนายสมชายเงยหน้าขึ้น สีหน้าเคร่งเครียด "ผมก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน อันนา คุณแน่ใจนะว่าเอกสารที่ได้มาเมื่อวานมันสมบูรณ์จริงๆ"
"หนูคิดว่านะค่ะ" อันนาตอบ "มันเป็นสำเนาโฉนดที่ดินเก่า แต่มีตราประทับของกรมที่ดินและลายเซ็นต์ที่ดูเหมือนจริง แต่ที่ทำให้หนูแปลกใจคือ มันมีบันทึกเล็กๆ เขียนด้วยปากกาหมึกสีฟ้า ว่า 'แปลง 725-12 ภาคผนวก ก. ที่ดินสาธารณะ ห้ามโอน' อยู่ด้านล่างสุด"
"นั่นสิครับ" ทนายสมชายพยักหน้า "ผมก็สงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน ถ้าที่ดินตรงนี้เป็นที่สาธารณะจริง บริษัทอารยะพัฒนาจะเอาเอกสารอะไรมาอ้างสิทธิ์ได้"
"แต่ถ้าเป็นที่สาธารณะจริง ทำไมถึงมีการออกเอกสารสิทธิ์ให้บริษัทได้ล่ะคะ" อันนาตั้งคำถาม
"นั่นคือสิ่งที่เราต้องหาคำตอบ" ทนายสมชายถอนหายใจ "เอกสารที่คุณได้มาเป็นเหมือนกุญแจดอกแรก แต่เราต้องการกุญแจดอกอื่นๆ อีกหลายดอก เพื่อไขความลับนี้ให้ได้ ยิ่งนานวัน พวกเขาก็ยิ่งมีเวลาเตรียมการ"
"แล้วเราจะทำยังไงต่อคะ" อันนาถามอย่างร้อนรน
"ผมจะลองติดต่อเพื่อนเก่าที่กรมที่ดินดู" ทนายสมชายกล่าว "เขาเคยช่วยผมเรื่องคดีคล้ายๆ กันนี้ เขาพอจะมีความรู้เรื่องประวัติการครอบครองที่ดินและเอกสารเก่าๆ ถ้ามีอะไรผิดปกติ เขาอาจจะมองเห็นได้ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ข้อมูลเร็วแค่ไหน"
"หนูจะลองไปคุยกับลุงบุญอีกครั้งค่ะ" อันนาตัดสินใจ "บางทีลุงอาจจะพอจำอะไรเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ได้บ้าง"
อันนาเดินไปยังบ้านของลุงบุญ ลุงบุญนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน จ้องมองออกไปที่คลองเหมือนเช่นเคย สภาพร่างกายของเขาดูซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
"ลุงบุญคะ" อันนาเรียกอย่างอ่อนโยน
ลุงบุญหันมา มองอันนาด้วยแววตาที่อ่อนล้า "อ้าว อันนา มาแล้วรึ"
"หนูอยากจะรบกวนถามเรื่องที่ดินแถวนี้ค่ะ" อันนาเริ่ม "ลุงพอจะจำได้ไหมว่า ที่ดินตรงนี้เคยมีประวัติความเป็นมายังไง ก่อนที่จะมาเป็นชุมชนของเรา"
ลุงบุญพยายามนึก "ก็เป็นที่ดินรกร้างมานานแล้วนะ ก่อนที่จะมีคนมาตั้งรกรากที่นี่ สมัยพ่อแม่ปู่ย่าตายายของฉัน เขาก็เล่าต่อๆ กันมาว่ามันเป็นที่หลวง เป็นที่ที่ใช้เลี้ยงสัตว์บ้าง ปลูกผักบุ้งริมคลองบ้าง ไม่เคยมีใครมาอ้างสิทธิ์อะไร"
"แล้วลุงเคยได้ยินเรื่อง 'แปลง 725-12' หรือ 'ภาคผนวก ก.' บ้างไหมคะ" อันนาถามอย่างระมัดระวัง
ลุงบุญขมวดคิ้ว "ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลยนะ อันนา มันคืออะไร"
"หนูได้เอกสารมาค่ะ มันบอกว่าที่ดินแปลงนี้มีบันทึกว่าเป็นที่สาธารณะ แต่ก็มีตราประทับอะไรบางอย่างที่ทำให้บริษัทเขาอ้างสิทธิ์ได้" อันนาอธิบาย
ลุงบุญถอนหายใจยาว "เรื่องมันซับซ้อนจริงๆ นะ อันนา สมัยก่อนมันก็มีคนพยายามจะเข้ามาฮุบที่ดินตรงนี้เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีใครทำสำเร็จ เพราะมันเป็นที่สาธารณะชัดเจน"
"แล้วทำไมครั้งนี้มันถึงต่างออกไปคะ" อันนาถาม
"ก็เพราะเทคโนโลยีมันไปไกลมั้ง" ลุงบุญพูดอย่างเหนื่อยอ่อน "สมัยนี้มันหาช่องโหว่ได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ แถมไอ้พวกบริษัทใหญ่ๆ มันก็มีเงิน มีอำนาจ มันก็กดดันได้ทุกทาง"
"แต่ถ้ามันเป็นที่สาธารณะจริง การออกเอกสารสิทธิ์ให้บริษัทมันก็ไม่ถูกต้องใช่ไหมคะ" อันนาคาดคั้น
"ใช่สิ" ลุงบุญยืนยัน "แต่มันก็มีพวกที่รู้กฎหมายดี มันก็จะเล่นแร่แปรธาตุทางเอกสาร ทำให้ดูเหมือนถูกกฎหมาย"
"หนูไม่เข้าใจค่ะ" อันนาเอ่ย "ถ้าเรามีหลักฐานว่ามันเป็นที่สาธารณะจริงๆ ทำไมเราถึงเอาชนะไม่ได้"
"เพราะการพิสูจน์มันยาก อันนา" ลุงบุญอธิบาย "ต้องไปรื้อเอกสารเก่าๆ นับสิบปี หรืออาจจะนับร้อยปี ซึ่งมันก็ยากที่จะหาเจอ แถมเอกสารบางอย่างอาจจะถูกทำลายไปแล้ว หรือถูกจัดการให้มันไม่สมบูรณ์"
อันนารู้สึกท้อแท้ แต่ก็ยังมีความมุ่งมั่น "หนูจะพยายามค่ะลุง หนูจะหาทางให้ได้"
"สู้ๆ นะลูก" ลุงบุญพูดอย่างให้กำลังใจ "ป้าสมรเองก็คอยเป็นกำลังใจให้หนูอยู่เสมอ"
อันนากลับมาที่บ้านของเธอ ทนายสมชายกำลังจะออกไปข้างนอก "ผมจะไปลองคุยกับเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดินด้วยตัวเอง" เขาบอก "เผื่อจะมีโอกาสได้เห็นเอกสารต้นฉบับ หรือได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม"
"ระวังตัวด้วยนะคะทนาย" อันนากล่าว
"คุณเองก็เหมือนกัน อันนา" ทนายสมชายตอบ "ผมรู้สึกได้ว่าพวกนั้นเริ่มระแวงเราแล้ว"
หลังจากทนายสมชายออกไป อันนาก็กลับมานั่งพิจารณาเอกสารอีกครั้ง เธอหยิบกระดาษที่ได้รับมาจากแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามขึ้นมาดูอีกครั้ง มันเป็นสำเนาของบันทึกการประชุมคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน ที่มีข้อความระบุถึง "โครงการพัฒนาพื้นที่ริมคลองอารยะ" และการขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะบางส่วน
"ที่ดินสาธารณะ..." อันนาพึมพำ "ถ้าเราพิสูจน์ได้ว่าส่วนหนึ่งของที่ดินนี้ยังคงเป็นที่สาธารณะอยู่จริง บริษัทก็ไม่สามารถสร้างคอนโดได้เต็มพื้นที่"
เธอหยิบปากกาขึ้นมา แล้วเริ่มร่างแผนการบางอย่างลงบนกระดาษ แผนการที่จะต้องอาศัยความกล้าหาญและความเสี่ยงมากขึ้น แผนการที่จะต้องลงมือทำในสิ่งที่อาจจะเข้าข่าย "นอกกฎหมาย" เล็กน้อย แต่หากมันนำไปสู่ความยุติธรรม ก็อาจจะคุ้มค่า
เธอคิดถึงใบหน้าของชาวบ้านทุกคน ใบหน้าของป้าสมร ลุงบุญ แตงโม และเด็กๆ ที่วิ่งเล่นริมคลอง เธอจะไม่ยอมให้ภาพเหล่านั้นหายไปจากคลองแห่งนี้ง่ายๆ แน่นอน
5,610 ตัวอักษร