สายใยจากริมคลอง

ตอนที่ 13 / 49

ตอนที่ 13 — การตำหนิอันหนักหน่วง

มะลิ! เสียงเรียกของหัวหน้าเชฟดังขึ้นอย่างห้วนๆ ขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่านของเธอ เธอสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินไปหาด้วยท่าทีนอบน้อม "ค่ะหัวหน้า" หัวหน้าเชฟ, คุณสมศักดิ์, ชายร่างท้วมใบหน้าคมเข้มที่มักจะแสดงอารมณ์บูดบึ้งอยู่เสมอ ยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาจับผิด "เมื่อวานนี้ คุณทำอะไรลงไป รู้ตัวไหม" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ มะลิรู้สึกใจหายวาบ เธอพยายามนึกย้อนกลับไปเมื่อวานนี้ พลาดตรงไหนไปหรือเปล่า "เอ่อ... หมายถึงเรื่องอะไรคะหัวหน้า" เธอถามอย่างระแวง "อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องนะ! เมื่อวานตอนที่ลูกค้าโต๊ะเจ็ดสั่งสเต็กเนื้อวากิว มีปัญหาอะไรกับซอสเห็ดที่คุณทำ" คุณสมศักดิ์ถามเสียงเข้มขึ้นอีก มะลิถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เธอจำได้ว่าตอนนั้นเธอเป็นคนดูแลส่วนซอส และซอสเห็ดสำหรับสเต็กเนื้อวากิวก็เป็นเมนูที่เธอภูมิใจ เพราะเธอตั้งใจทำเป็นพิเศษเพื่อแสดงฝีมือ "ซอสเห็ดเหรอคะ... มันมีปัญหาอะไรหรือคะ" "มีปัญหา? ปัญหามันใหญ่เลยล่ะ! ลูกค้าเขาบอกว่ารสชาติมันผิดเพี้ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันจืดชืด ไม่มีความหอมของเห็ดทรัฟเฟิลที่ควรจะมีเลย แถมยังมีความขมติดปลายลิ้นนิดๆ อีกด้วย! นี่คุณทำอะไรลงไป!" คุณสมศักดิ์ระเบิดอารมณ์ออกมา หัวใจของมะลิเต้นระรัว เธอไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น "แต่... แต่หนูทำตามสูตรทุกอย่างนะคะ หนูใส่เห็ดทรัฟเฟิลสดอย่างที่เคยใส่ แล้วก็ปรุงรสด้วยความระมัดระวังที่สุด" "สูตร? แล้วถ้าสูตรมันผิดล่ะ! หรือว่าคุณมือซนไปเติมอะไรแปลกๆ ลงไปเอง! ตั้งแต่หัวหน้าเชฟคนเก่าไป ทุกอย่างมันแย่ลงจริงๆ" เขาพูดพร้อมกับเหลือบมองไปทางปูและส้มที่แอบมองอยู่ไม่ไกล คำพูดของหัวหน้าเชฟทำให้มะลิรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ เธอรู้ว่าเขากำลังโทษเธอเต็มๆ "หนูไม่ได้ทำอะไรนอกสูตรเลยค่ะหัวหน้า หนูสาบานได้" "ไม่ต้องมาสาบาน! หลักฐานมันปรากฏอยู่แล้ว ลูกค้าคอมเพลนเสียหายแบบนี้ คุณคิดว่ามันจะส่งผลเสียต่อร้านของเราแค่ไหน! นอกเหนือจากความเสียหายด้านชื่อเสียงแล้ว คุณรู้ไหมว่าสเต็กเนื้อวากิวนั่นราคาเท่าไหร่! คุณต้องรับผิดชอบ!" คุณสมศักดิ์เสียงดังลั่นไปทั่วครัว ทำเอาพนักงานคนอื่นๆ หันมามองเป็นตาเดียว มะลิรู้สึกหน้าชาไปหมด เธอไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน การตำหนิอย่างเปิดเผยต่อหน้าทุกคนทำให้เธออับอายอย่างมาก "หนู... หนูขอโทษค่ะหัวหน้า หนูจะรับผิดชอบเองค่ะ" "รับผิดชอบยังไง? จะชดใช้ค่าสเต็กนั่นเหรอ! หรือจะลาออกไปซะ! ฉันไม่เคยเจอพนักงานที่ไร้ความรับผิดชอบแบบนี้มาก่อนเลย! ไหนบอกว่าเคยมีประสบการณ์ทำอาหารมาบ้างไง! ประสบการณ์ของเธอคือการทำให้ลูกค้าหนีไปหมดรึไง!" คำพูดแต่ละคำของคุณสมศักดิ์เหมือนดาบที่กรีดแทงเข้ากลางใจของมะลิ น้ำตาคลอหน่วย มะลิพยายามกลั้นสะอื้น "หนู... หนูขอโอกาสแก้ไขนะคะหัวหน้า หนูจะลองทำซอสเห็ดใหม่ให้ดูค่ะ" "โอกาส? คุณคิดว่าร้านอาหารหรูแบบนี้จะให้โอกาสใครก็ได้ง่ายๆ หรือไง! โดยเฉพาะกับคนที่ทำผิดพลาดร้ายแรงแบบนี้! ไหนจะเรื่องที่หัวหน้าเชฟคนเก่าเขาหายตัวไปอย่างลึกลับอีก! ทุกอย่างมันดูไม่ชอบมาพากลไปหมด! ฉันสงสัยเหลือเกินว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันแน่!" คุณสมศักดิ์พูดจาต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้า คำพูดสุดท้ายนั้นทำให้มะลิยิ่งรู้สึกเจ็บปวด เธอรู้ว่าเขากำลังพูดถึงธีรภัทร หัวหน้าเชฟคนเก่าที่เธอเคารพรัก และเขาก็ยังคงมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย "หัวหน้าคะ... หนูไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการหายตัวไปของหัวหน้าเชฟคนเก่าเลยค่ะ" มะลิพยายามอธิบายด้วยเสียงที่สั่นเครือ "ฉันไม่รู้หรอก! แต่ที่แน่ๆ คือ ตั้งแต่คุณเข้ามา ทุกอย่างมันก็วุ่นวายไปหมด! วันนี้คุณไปพักก่อน อย่าเพิ่งเข้ามาทำอาหารในครัว จนกว่าฉันจะแน่ใจว่าคุณจะไม่ทำผิดพลาดอีก! ส่วนเรื่องซอสเห็ดเมื่อวานนี้ ฉันจะพิจารณาอีกทีว่าจะจัดการกับคุณยังไง!" ว่าแล้วคุณสมศักดิ์ก็สะบัดหน้าเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของเขา ทิ้งให้มะลิยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางครัวที่เงียบสงัด ปูและส้มเดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีประหม่า "มะลิ... เธอโอเคไหม" ปูถามเบาๆ มะลิส่ายหน้าช้าๆ พยายามเก็บน้ำตา "ไม่เป็นไร... หนูไม่เป็นไร" เธอตอบเสียงอู้อี้ "หัวหน้าเชฟเขา... เขาพูดแรงไปนะ" ส้มพูดอย่างไม่พอใจแทน "ช่างเขาเถอะ" มะลิพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นดูฝืนใจ "หนูขอไปพักก่อนนะ" เธอเดินออกจากครัวไปอย่างช้าๆ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มทลายลงมา เรื่องการจากไปของธีรภัทรยังตามหลอกหลอนไม่หาย แถมตอนนี้เธอยังต้องมาเจอการตำหนิและการกล่าวหาที่รุนแรงเช่นนี้อีก ความหวังที่เธอเคยมีเริ่มริบหรี่ลงไปทุกที ตลอดบ่ายวันนั้น มะลิใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องพักเล็กๆ ที่ร้านจัดหาให้ เธอพยายามทบทวนทุกขั้นตอนการทำซอสเห็ดเมื่อวานนี้อย่างละเอียด เธอใส่ส่วนผสมตามที่ธีรภัทรเคยสอนไว้ทุกอย่างจริงๆ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ แล้วทำไมรสชาติถึงได้เพี้ยนไปได้ขนาดนั้น? หรือว่าจะมีใครแกล้งเธอ? ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธออย่างรวดเร็ว เธอพยายามปัดความคิดนั้นทิ้งไป เธอไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีใครทำเรื่องเลวร้ายถึงขนาดนี้ แต่เมื่อนึกถึงสายตาของปูและส้มที่มองเธออย่างสงสัย และท่าทีที่เปลี่ยนไปของหัวหน้าเชฟคนใหม่ มันก็อดที่จะคิดมากไม่ได้ "มะลิ... เธออยู่ตรงนี้เอง" เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู มะลิเงยหน้าขึ้นมอง เห็นคุณวิวัฒน์ ยืนยิ้มให้เธออยู่หน้าประตูห้องพัก คุณวิวัฒน์เป็นผู้จัดการร้านอาหาร "ครัวหอมกรุ่น" เขาเป็นคนสุภาพ อบอุ่น และมักจะให้กำลังใจเธอเสมอ "เป็นอะไรไปครับ ดูหน้าตาไม่ค่อยดีเลย" เขาถามด้วยความเป็นห่วง มะลิลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องที่คุณสมศักดิ์ตำหนิเธอให้ฟังอย่างละเอียด คุณวิวัฒน์ฟังอย่างตั้งใจ เมื่อเธอเล่าจบ เขาก็ถอนหายใจเบาๆ "ผมพอจะทราบเรื่องแล้วครับ คุณสมศักดิ์เขาเป็นคนหัวโบราณและจริงจังกับเรื่องคุณภาพอาหารมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับลูกค้า เขาอาจจะใช้อารมณ์ไปหน่อย" "แต่หนูไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ นะคะ" มะลิพยายามชี้แจง "ผมเชื่อคุณครับ มะลิ" คุณวิวัฒน์พูดอย่างจริงใจ "ผมเห็นความตั้งใจของคุณมาตลอด และผมก็เชื่อว่าคุณทำอาหารด้วยใจเสมอ" "แต่... หัวหน้าเชฟเขาดูเหมือนจะไม่เชื่อหนูเลยค่ะ แถมยังพูดถึงหัวหน้าเชฟคนเก่าด้วย..." มะลิพูดเสียงแผ่ว คุณวิวัฒน์หน้าเครียดขึ้นเล็กน้อย "เรื่องของคุณธีรภัทร... เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากครับ ตอนนี้มันมีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเขา ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด" เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง "แต่ผมอยากให้คุณจำไว้ว่า สิ่งที่คุณทำมาตลอดนับตั้งแต่เข้ามาที่นี่ พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าคุณมีความสามารถ และผมเชื่อมั่นในตัวคุณ" "ขอบคุณค่ะคุณวิวัฒน์" มะลิรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้างเมื่อได้ยินคำพูดให้กำลังใจจากเขา "เอาล่ะ พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ผมจะลองคุยกับคุณสมศักดิ์เรื่องนี้ดู" คุณวิวัฒน์กล่าวปิดท้าย ก่อนจะเดินจากไป มะลิมองตามหลังคุณวิวัฒน์ไป เธอรู้สึกขอบคุณเขาอย่างมาก แต่ในใจก็ยังคงมีความกังวลอยู่ไม่น้อย เธอไม่รู้ว่าสถานการณ์ในครัวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกหรือไม่ และเธอจะสามารถพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นได้มากแค่ไหน

5,619 ตัวอักษร