ตอนที่ 11 — โลกที่แตกต่างของเขาและเธอ
ค่ำคืนนั้น วารินทร์กลับมาถึงห้องพักอันแสนธรรมดาของเธอ ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานบวกกับความกดดันที่ได้รับตลอดทั้งวัน ทำให้เธอแทบจะล้มตัวลงนอนทันที เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูหน้าฟีดข่าวอย่างเหม่อลอย ภาพถ่ายของภวัตที่ปรากฏขึ้นในหน้าจอ ดึงความสนใจของเธอไปชั่วขณะ เขาอยู่ในงานเลี้ยงหรูหรา ท่ามกลางผู้คนในชุดราตรีที่สวยงาม ใบหน้าของเขาดูมีความสุข แต่ก็แฝงไปด้วยความเคร่งขรึม
เธอรู้ดีว่าภวัตมาจากโลกที่แตกต่างจากเธออย่างสิ้นเชิง โลกที่เต็มไปด้วยความมั่งคั่ง เกียรติยศ และความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง เขาเป็นหนึ่งในทายาทของตระกูล “ธนาวัฒน์” ตระกูลเก่าแก่ที่ทรงอิทธิพลทั้งในแวดวงธุรกิจและการเมือง การที่เขามาเป็นครูที่โรงเรียนเซนต์แมรี่ อาจจะเป็นเพียงการเข้ามาช่วยบริหารงานตามหน้าที่ หรืออาจจะมีเหตุผลอื่นที่เธอไม่เคยล่วงรู้
วารินทร์ถอนหายใจยาว เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กขึ้นมา เปิดหน้าใหม่ และเริ่มเขียน
“วันที่… วันแรกที่ฉันเข้ามาสอนที่นี่ ฉันรู้สึกตื่นเต้นและมีความหวัง แต่ตอนนี้ ความหวังนั้นกำลังเริ่มเลือนลาง ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียง ‘ดอกปีบ’ ที่หลงเข้ามาในสวนกุหลาบที่สวยงามและแสนจะหยิ่งผยอง ฉันไม่รู้ว่าฉันจะอยู่ได้นานแค่ไหน หรือจะสามารถเติบโตและเบ่งบานได้หรือไม่”
เธอหยุดเขียนครู่หนึ่ง จ้องมองตัวอักษรด้วยสายตาเลื่อนลอย
“ความสัมพันธ์ของฉันกับคุณครูภวัต… มันกำลังเดินไปในทิศทางไหนกันแน่? เขาดีกับฉันมากเหลือเกิน จนบางครั้งฉันก็รู้สึกว่ามันไม่จริง หรือฉันกำลังคิดไปเอง? เขาอาจจะแค่สงสาร หรือเห็นว่าฉันเป็นเครื่องมือบางอย่าง? ฉันไม่เข้าใจเลย… ทำไมเขาถึงต้องแบกรับภาระมากมายขนาดนั้น? ทำไมคนที่ดูสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ถึงได้มีมุมที่น่าสงสารซ่อนอยู่?”
วารินทร์หลับตาลง ภาพของภวัตที่กำลังคุยกับคุณหญิงอรพินท์เมื่อตอนกลางวันแวบเข้ามาในความคิด แววตาของเขาที่ดูเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงพยายามอย่างเต็มที่
“ฉันรู้ว่าครอบครัวของเขามีอำนาจมาก การตัดสินใจทุกอย่างของเขา อาจจะไม่ได้มาจากใจของเขาเองทั้งหมดเสมอไป หรือแม้แต่การที่เขาเข้าหาฉัน… มันอาจจะมีเหตุผลบางอย่างแอบแฝงอยู่ก็ได้”
ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์โอ่อ่าของตระกูลธนาวัฒน์ ภวัตกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เขากำลังพูดคุยโทรศัพท์กับบิดา
“ผมเข้าใจครับท่าน” ภวัตพูดเสียงเรียบ “แต่ผมคิดว่า… การตัดสินใจเรื่องนี้ ควรจะคำนึงถึงผลกระทบต่อโรงเรียนด้วย”
“ผลกระทบอะไรกัน ภวัต” เสียงทุ้มห้าวของบิดาดังมาจากปลายสาย “ทั้งหมดที่ทำไป มันก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตระกูลเรา ไม่ใช่เรื่องของโรงเรียนเซนต์แมรี่สักหน่อย”
“แต่ผมเป็นครูที่นั่นนะครับท่าน” ภวัตพยายามอธิบาย “ผมเห็นว่านักเรียนของเรา… พวกเขาควรจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด”
“อย่ามาทำเป็นเด็กๆ ไปหน่อยเลย ภวัต” บิดาตัดบท “พ่อแม่ของแกก็เป็นศิษย์เก่าที่นั่น พ่อแม่ของฉันก็เช่นกัน โรงเรียนนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ตระกูลเรา การดูแลรักษาชื่อเสียงและความมั่นคงของมัน จึงเป็นหน้าที่ของแก”
ภวัตหลับตาลงอย่างอ่อนแรง “ครับท่าน ผมเข้าใจ”
“ดีมาก” บิดาพูด “แล้วเรื่องผู้หญิงที่แกคบอยู่ล่ะ? แม่ของแกถามหาตลอด เขาเป็นใคร มาจากไหน? ทำไมแกไม่พาเขามาให้ครอบครัวรู้จักเสียที?”
ภวัตขมวดคิ้ว “ผมยังไม่พร้อมที่จะบอกอะไรตอนนี้ครับท่าน”
“อย่าทำให้พ่อแม่ผิดหวังอีกนะ ภวัต” เสียงของบิดาแฝงความเหนื่อยหน่าย “เอาเป็นว่า พ่อจะให้เวลาแกอีกสองสัปดาห์ ถ้าแกยังไม่ตัดสินใจเรื่องนี้ พ่อจะจัดการเรื่องทุกอย่างเอง”
สิ้นเสียงวางสาย ภวัตทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน เขาหยิบรูปถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู เป็นรูปของวารินทร์ในวันที่เธอเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ๆ ใบหน้าของเธอดูสดใสและเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
“วารินทร์…” เขาพึมพำกับตัวเอง “ฉันควรจะทำอย่างไรต่อไปดี”
เขาคิดถึงรอยยิ้มของเธอ คิดถึงความมุ่งมั่นของเธอในการสอน คิดถึงดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้ดีว่า โลกที่เขากำลังเผชิญอยู่นั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค และบางที ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับวารินทร์ อาจจะเป็นเพียงภาพลวงตา ที่จะถูกทำลายลงได้ทุกเมื่อ
“ฉันขอโทษนะวารินทร์” เขาพูดกับรูปถ่ายในมือ “บางที… ฉันอาจจะกำลังทำร้ายเธออยู่ก็ได้”
ภวัตลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมือง ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิดหนัก เขารู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่ในเขาวงกตที่ซับซ้อน และทางออกเดียวที่มองเห็น อาจจะนำพาไปสู่ความเจ็บปวดสำหรับใครบางคน
เขาคิดถึงคำพูดของคุณหญิงอรพินท์ที่มองวารินทร์ด้วยสายตาดูแคลน และคิดถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ เขาไม่อยากให้วารินทร์ต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านั้น เขาอยากจะปกป้องเธอ อยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเธอ แต่ด้วยภาระอันหนักอึ้งที่เขาแบกรับอยู่ มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
“ฉันควรจะบอกความจริงกับเธอดีไหม” เขาถามตัวเอง “หรือควรจะปล่อยให้เธออยู่ต่อไปในโลกที่สวยงามแห่งนี้ ก่อนที่ความจริงอันโหดร้ายจะเปิดเผยออกมา”
ภวัตถอนหายใจอีกครั้ง เขาไม่เคยคิดเลยว่าการเป็นครูที่โรงเรียนแห่งนี้ จะต้องเผชิญกับแรงกดดันที่มากมายขนาดนี้ ทั้งจากภายนอกและภายในครอบครัว
“บางที… การเป็น ‘ผู้ดี’ มันก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะมีความสุขเสมอไป” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความส่งหาวารินทร์
“คืนนี้เธอคงเหนื่อยแล้ว พักผ่อนเยอะๆ นะ พรุ่งนี้เรายังมีเรื่องที่ต้องคุยกันอีก”
เขาส่งข้อความออกไป แล้ววางโทรศัพท์ลง เขาเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน เปิดเอกสารกองมหึมาที่รออยู่เบื้องหน้า เพื่อที่จะต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอีกครั้ง
4,504 ตัวอักษร