ตอนที่ 1 — แสงสลัว ความทรงจำเลือนลาง
อากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ซัดสาดความเหน็บหนาวผ่านกระจกรถที่แตกละเอียด เสียงไซเรนหวีดหวิวบ่งบอกถึงความโกลาหลที่เพิ่งสงบลง ร่างที่เคยสง่างามราวกับนางพญาบนเวที บัดนี้กลับนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายด้วยดวงดาวแห่งความฝัน กลับปิดสนิทไร้แวว คล้ายกับดวงดาวที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า สัญญาณชีพเต้นแผ่วเบาบนจอมอนิเตอร์เป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังมีลมหายใจ แพทย์หญิงท่านหนึ่งส่ายหน้าด้วยความกังวล "อาการบาดเจ็บที่ศีรษะค่อนข้างรุนแรงนะคะ เราพยายามเต็มที่แล้ว แต่... การสูญเสียความทรงจำเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" เสียงของเธออู้อี้ราวกับมาจากอีกโลกหนึ่ง
"แล้ว... แล้วเธอจะจำอะไรได้บ้างคะคุณหมอ?" น้ำเสียงสั่นเครือของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นมา เธอคือคุณพรรณี มารดาของนักร้องสาวดาวรุ่งผู้เป็นที่รักของคนทั้งประเทศ "จะจำ... หน้าลูก จำหน้าพ่อ จำบ้านของเราได้ไหมคะ?"
คุณหมอถอนหายใจเบาๆ "เป็นไปได้ค่ะว่าจะจำอะไรไม่ได้เลย หรืออาจจะค่อยๆ ฟื้นฟูได้บ้าง แต่คงต้องใช้เวลาและการดูแลอย่างใกล้ชิด ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือให้เธอได้พักผ่อนมากๆ ค่ะ"
เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นมาอย่างเชื่องช้า แสงไฟสีขาวสว่างจ้าจนเธอต้องหรี่ตาลง ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวราวกับถูกเคลือบด้วยหมอกบางๆ เสียงที่ดังแว่วมาทำให้เธอพยายามเพ่งมอง "ฟ้า... ฟ้ารู้สึกตัวแล้วเหรอจ๊ะ?" เป็นเสียงผู้หญิงที่คุ้นหู แต่กลับนึกชื่อไม่ออก
"ใครคะ?" เสียงแหบพร่าดังออกมาจากลำคอที่แห้งผาก
หญิงวัยกลางคนตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาทั้งน้ำตา "แม่ไงจ๊ะ ฟ้า... จำแม่ไม่ได้แล้วเหรอ?"
"แม่?" เธอทวนคำ พยายามนึกภาพใบหน้าของหญิงตรงหน้า แต่กลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกอุ่นๆ ที่เอ่อล้นขึ้นมาในอก "ฟ้า... ไม่แน่ใจค่ะ"
คุณพรรณีมองลูกสาวด้วยหัวใจที่แตกสลาย แต่ก็พยายามเก็บอาการ "ไม่เป็นไรนะลูก ไม่เป็นไร ค่อยๆ จำก็ได้นะ" เธอจับมือลูกสาวไว้แน่น "ตอนนี้หนูอยู่ที่โรงพยาบาลนะลูก เกิดอุบัติเหตุมา"
"อุบัติเหตุ?" เธอพยายามรื้อฟื้นความทรงจำ ภาพที่แวบเข้ามาคือแสงไฟสว่างจ้า เสียงแตรรถดังสนั่น และความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่าง "จำได้... แค่นั้นเองค่ะ"
หลังจากออกจากโรงพยาบาล คุณพรรณีก็ตัดสินใจพาลูกสาวกลับบ้าน ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่ มีบ้านหลังเก่าที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองนัก คุณพรรณียังคงพยายามดูแลลูกสาวอย่างดีที่สุด แต่เธอก็สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวลูกสาว จากนักร้องสาวที่เคยเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและรอยยิ้มสดใส บัดนี้กลับกลายเป็นคนเงียบขรึม เก็บตัว และหวาดระแวง
"ฟ้า... ลูกอยากกินอะไรไหมจ๊ะ เดี๋ยวแม่ไปทำให้" คุณพรรณีถามขณะที่จัดสำรับอาหารเช้า
"อะไรก็ได้ค่ะ" เธอตอบเสียงเรียบๆ สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีเทาหม่นราวกับสะท้อนอารมณ์ของเธอในตอนนี้
"แม่ว่า... บางทีเราอาจจะลองย้ายไปอยู่บ้านญาติที่ต่างจังหวัดสักพักไหมนะ จะได้อากาศดีๆ จะได้พักผ่อนเยอะๆ" คุณพรรณีเสนอ
เธอหันกลับมามองมารดา "แล้ว... บ้านเราล่ะคะ?"
"บ้านเรา... พ่อจะดูแลเองจ้ะ" คุณพรรณีตอบ แต่สีหน้าดูลังเล "ช่วงนี้บ้านเราอาจจะเงียบหน่อยนะ ฟ้า..."
"ทำไมคะ?"
"ก็... พ่อกับแม่จะย้ายไปอยู่กับอาเขยที่ต่างจังหวัดชั่วคราว เพื่อดูแลบ้านสวนให้เขา" คุณพรรณีโกหก เธอไม่รู้จะบอกลูกสาวอย่างไรว่า เธอและสามีตัดสินใจจะให้ลูกสาวไปพักอาศัยอยู่กับครอบครัวเพื่อนสนิทที่ต่างจังหวัด ครอบครัวของนักดนตรีข้างถนนผู้มีจิตใจดี ที่เธอเคยช่วยเหลือไว้เมื่อหลายปีก่อน ครอบครัวนั้นมีลูกชายคนเดียวที่กำลังเรียนดนตรีอยู่พอดี เธอหวังว่าบรรยากาศที่ต่างจังหวัด และการได้อยู่กับคนแปลกหน้า จะช่วยให้ลูกสาวค่อยๆ ลืมอดีตอันเจ็บปวด และอาจจะค้นพบตัวตนใหม่
"แล้ว... หนูจะไปอยู่กับใครคะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
"หนูจะไปอยู่กับครอบครัวคุณลุงสมชายกับป้าสมศรีนะลูก เขาเป็นเพื่อนเก่าของแม่ เขาใจดีมากๆ เลย แล้วก็มีลูกชายชื่อ...ชื่อนะโม เป็นเด็กดี เรียนดนตรีเก่งด้วย" คุณพรรณีพยายามยิ้มให้กำลังใจลูกสาว
เธอพยักหน้าช้าๆ "ค่ะ... แล้วแต่แม่เลยค่ะ"
วันเดินทางมาถึง รถคันเก่าของคุณลุงสมชายจอดเทียบหน้าบ้าน เสาอากาศวิทยุหักงอ ประตูเปิดปิดมีเสียงเอี๊ยดอ๊าด แต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น คุณลุงสมชายเป็นชายวัยกลางคน ร่างท้วม ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตาเป็นประกายแวววาว ป้าสมศรีเป็นหญิงสาวร่างเล็ก ผิวคล้ำ ใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นตามวัย แต่แววตาเปี่ยมไปด้วยความเมตตา
"ยินดีต้อนรับจ้ะหนูฟ้า" ป้าสมศรีกล่าวต้อนรับอย่างอบอุ่น "มาอยู่กับพวกเรานะลูก ไม่ต้องเกรงใจนะ"
"ขอบคุณค่ะ" เธอตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ
คุณลุงสมชายช่วยขนกระเป๋าเดินทางใบเล็กของเธอขึ้นรถ "บ้านเราอาจจะไม่ได้หรูหราเหมือนที่หนูคุ้นเคยนะ แต่รับรองว่าอบอุ่นแน่นอน"
"หนูไม่เป็นไรค่ะ" เธอตอบ
รถเคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพฯ สู่ชนบทที่เงียบสงบ ภาพตึกสูงเสียดฟ้าค่อยๆ หายลับไปแทนที่ด้วยทุ่งนาเขียวขจี ต้นไม้น้อยใหญ่ และท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กว่าเดิม เธอเอนหลังพิงเบาะรถ หลับตาลง พยายามทำความคุ้นเคยกับบรรยากาศใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาในชีวิต
เมื่อถึงบ้านพักของคุณลุงสมชายและป้าสมศรี เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็ก ทาสีเขียวอ่อนดูสบายตา มีสวนดอกไม้เล็กๆ หน้าบ้านที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นดินชื้นๆ ยามเย็น
"เข้ามาข้างในก่อนนะลูก" ป้าสมศรีกวักมือเรียก "นะโม! นะโมลูก! ลงมารับแขกเร็วเข้า"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากชั้นบน ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ เดินลงมาอย่างรวดเร็ว ผมยาวประบ่า ดวงตาคมกริบ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากที่ขยับเป็นรอยยิ้มบางๆ "สวัสดีครับ" เขาเอ่ยทัก เสียงทุ้มกังวาน
เธอเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาประสานกันแวบหนึ่ง หัวใจเธอเต้นแรงผิดจังหวะอย่างประหลาด "สวัสดีค่ะ" เธอตอบเสียงเบา
"นี่นะโม ลูกชายเราเอง" ป้าสมศรีแนะนำ "ส่วนนี่หนูฟ้า ลูกสาวเพื่อนรักของฉัน"
นะโมพยักหน้ารับ "ยินดีที่ได้รู้จักครับ" เขายิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย
เธอรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ยิ้มตอบรับเบาๆ "ค่ะ"
"เอาล่ะๆ เข้าไปพักผ่อนกันก่อนนะลูก" คุณลุงสมชายกล่าว "เดี๋ยวเย็นๆ ป้าจะทำกับข้าวอร่อยๆ เลี้ยงนะ"
เธอเดินตามป้าสมศรีเข้าไปในบ้าน ห้องนอนที่จัดเตรียมไว้ให้เธอเป็นห้องเล็กๆ ที่อยู่ด้านในสุดของบ้าน มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดออกไปเห็นสวนหลังบ้าน เตียงนอนถูกปูด้วยผ้าปูสีขาวสะอาด มีหมอนอิงใบเล็กวางประดับอยู่
"นี่ห้องของหนูนะลูก" ป้าสมศรีบอก "ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกป้านะ"
"ขอบคุณค่ะ" เธอวางกระเป๋าลงบนเตียง มองไปรอบๆ ห้องอย่างพิจารณา มันเรียบง่าย แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
ค่ำคืนนั้น ขณะที่เธอนอนอยู่บนเตียง พยายามจะข่มตาหลับ เสียงดนตรีกีตาร์แผ่วเบาดังลอดออกมาจากห้องข้างๆ มันเป็นเสียงที่ไพเราะ ลื่นไหล และเศร้าสร้อย ราวกับบทเพลงที่บรรเลงจากส่วนลึกของหัวใจ เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังเพดาน มือกีตาร์คนนั้นคือใครกัน? เสียงเพลงของเขากำลังปลุกเร้าบางสิ่งบางอย่างในตัวเธอที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ
5,493 ตัวอักษร