ตอนที่ 27 — สะพานลอยแห่งความทรงจำที่ไม่มีวันเลือน
วันเวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป อัญชันยังคงพักอาศัยอยู่ที่บ้านญาติของคุณป้าสมศรี เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ และการค้นหาความทรงจำที่เลือนรางของตนเอง แม้ว่าบ้านหลังเก่าจะถูกไฟไหม้ไป แต่ความทรงจำบางส่วนก็ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะความทรงจำเกี่ยวกับเสียงเพลง
นะโมได้ไปแจ้งความกับตำรวจ และเริ่มกระบวนการจัดการเรื่องของคุณธนา เขาต้องใช้เวลามากพอสมควรในการต่อสู้ทางกฎหมายและจัดการกับทรัพย์สินต่างๆ เพื่อนำมาชดเชยให้กับอัญชัน แม้ว่าเขาจะจากไปพักหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงติดต่ออัญชันอยู่เสมอ เพื่อให้เธอรับทราบความคืบหน้า
วันหนึ่ง ขณะที่อัญชันกำลังนั่งเล่นกีตาร์อยู่ที่ระเบียงห้อง เสียงเพลงที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาแต่ไกล เธอเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นนะโมกำลังเดินเข้ามาพร้อมกีตาร์คู่ใจของเขา
“มาแล้วเหรอคะนะโม?” อัญชันยิ้ม
“มาหาไง” นะโมยิ้มตอบ “วันนี้พี่มีเพลงใหม่มาให้ฟัง”
ทั้งสองนั่งลงข้างกัน นะโมเริ่มดีดกีตาร์ เสียงเพลงที่อ่อนหวานแต่แฝงไปด้วยความเศร้าดังขึ้น มันเป็นท่วงทำนองที่อัญชันไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
“เพลงอะไรคะ?” อัญชันถามเมื่อเพลงจบลง
“เพลงที่พี่แต่งให้เรา” นะโมตอบ “พี่ตั้งชื่อเพลงนี้ว่า ‘สะพานลอยแห่งความทรงจำ’”
อัญชันเงยหน้ามองนะโม ดวงตาของเธอฉายแววสงสัย “สะพานลอย?”
“ใช่” นะโมพยักหน้า “เพราะพี่คิดว่า… ความรักของเรามันก็เหมือนสะพานลอยนะอัญชัน มันอาจจะไม่ได้สร้างขึ้นมาอย่างสวยงามสมบูรณ์แบบตั้งแต่แรก อาจจะมีรอยร้าว มีอุปสรรคเข้ามาทดสอบ แต่สุดท้ายแล้ว… มันก็จะพาเราไปถึงจุดหมาย”
อัญชันเงียบไปครู่หนึ่ง เธอพยายามทำความเข้าใจกับความหมายของเพลงนี้ ความรักของเธอและนะโม มันเริ่มต้นขึ้นจากความผิดพลาด จากโศกนาฏกรรม แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอก็เริ่มเห็นความดีงามในตัวของเขา เห็นความพยายามที่จะแก้ไขในสิ่งที่เขาเคยทำผิด
“เพลงเพราะมากเลยค่ะนะโม” อัญชันกล่าว “มีความหมายดีด้วย”
“พี่ดีใจที่ชอบ” นะโมยิ้ม “พี่อยากจะให้นายรู้ว่า… ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง พี่ก็พร้อมจะอยู่ข้างๆ นายเสมอ”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะนะโม” อัญชันตอบ “เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ”
ทั้งสองมองตากัน ความรู้สึกที่เคยสับสนเริ่มคลี่คลายลง เหลือเพียงความผูกพันและความเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่าเดิม แม้ว่าเรื่องราวในอดีตจะยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะสร้างอนาคตใหม่ไปด้วยกัน
“แล้ว… เรื่องของคุณธนา ล่ะคะ?” อัญชันถาม
“ตอนนี้เรื่องก็คืบหน้าไปมากแล้ว” นะโมตอบ “พี่ได้หลักฐานทุกอย่างแล้ว เขาคงหนีไปไหนไม่รอดแน่”
“แล้ว… นายจะทำยังไงต่อไป?” อัญชันถาม
“พี่คงต้องใช้เวลาอีกสักพักในการจัดการเรื่องต่างๆ” นะโมถอนหายใจ “แต่พอทุกอย่างเรียบร้อย พี่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตที่เรียบง่ายเหมือนเดิม”
“กลับไปเล่นดนตรีที่สะพานลอยเหรอคะ?” อัญชันถาม
นะโมพยักหน้า “ใช่… พี่คิดถึงบรรยากาศตรงนั้น คิดถึงเสียงเพลงที่เคยได้ยิน”
“ฉันก็คิดถึงเหมือนกันค่ะ” อัญชันยิ้ม “บางที… เราอาจจะกลับไปเล่นดนตรีที่นั่นด้วยกันอีกครั้งก็ได้นะคะ”
นะโมมองอัญชันด้วยความดีใจ “จริงเหรอ? พี่ดีใจมากเลยนะอัญชัน”
“ค่ะ” อัญชันพยักหน้า “ฉันเชื่อว่า… ที่นั่นคือที่ที่ทำให้เราได้พบกัน และที่ที่เราจะมีความสุขด้วยกัน”
ทั้งสองคนนั่งมองวิวทิวทัศน์ข้างหน้า เสียงเพลงจากกีตาร์ของนะโมยังคงดังคลอเบาๆ มันเป็นเสียงเพลงแห่งความหวัง เสียงเพลงแห่งความรัก และเสียงเพลงแห่งความทรงจำที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากหัวใจของพวกเขา
อัญชันรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังคงมีความท้าทายรออยู่ แต่เธอก็ไม่กลัวอีกต่อไป เธอมีครอบครัวใหม่ที่คอยสนับสนุน มีเสียงเพลงที่ขับเคลื่อนชีวิต และมีนะโม ชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์และความรักที่มั่นคง ที่พร้อมจะก้าวเดินไปกับเธอ เธอเชื่อมั่นว่าความรักของพวกเขาจะแข็งแกร่งพอที่จะผ่านทุกอุปสรรคไปได้ และสะพานลอยแห่งความทรงจำนั้น จะเป็นเครื่องยืนยันถึงความรักของพวกเขาตลอดไป
3,072 ตัวอักษร