ตอนที่ 29 — การเผชิญหน้าอันตึงเครียด
เสียงเครื่องจักรกลหนักดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้ง บ่งบอกถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นบริเวณรั้วด้านหลังวัด เอกพลรีบหันไปมองด้วยความเป็นห่วง “นั่นมันอะไรกัน” เขาพึมพำ “ดูเหมือนพวกนั้นจะเริ่มลงมือแล้ว” สมศักดิ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ สีหน้าเคร่งเครียด “ผมว่าแล้วเชียว พวกเขาไม่ยอมเสียเวลาแน่” “เราต้องไปดูหน่อยแล้ว” เอกพลตัดสินใจ “น้ำตาล เธออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ถ้ามีอะไรให้ตะโกนบอก” “ค่ะพี่เอกพล ระวังตัวด้วยนะคะ” น้ำตาลตอบด้วยน้ำเสียงกังวล
เอกพลและสมศักดิ์รีบเดินฝ่าฝูงชนที่กำลังแตกตื่นเล็กน้อยจากเสียงเครื่องจักรที่ดังขึ้น เดินตรงไปยังบริเวณด้านหลังของวัด เมื่อไปถึง ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเอกพลหล่นวูบ รถแบ็คโฮขนาดใหญ่สองคันกำลังเริ่มขุดเจาะดินบริเวณใกล้กับรั้วที่ติดกับที่ดินของฝ่ายตรงข้าม เศษดินกระเด็นปลิวว่อน คลุ้งไปทั่วบริเวณที่เคยเขียวชอุ่มด้วยต้นไม้เล็กๆ กลิ่นน้ำมันเครื่องยนต์ปะปนกับกลิ่นดินโชยเข้าจมูก
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เอกพลตะโกนสุดเสียง ร่างกายของเขาผลักดันตัวเองไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณ “พวกคุณกำลังทำอะไรกัน!” คนขับรถแบ็คโฮไม่ได้สนใจเสียงตะโกนของเขา ยังคงเดินหน้าขุดต่อไป “เฮ้ย! ได้ยินไหม! หยุด!” เอกพลตะโกนอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงคนขับรถแบ็คโฮหันมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ขวางทางหน่อยนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “นี่มันที่ของพวกฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้”
“ที่นี่คือเขตวัดริมคลอง!” เอกพลสวนกลับด้วยความโกรธ “พวกคุณกำลังรุกล้ำเข้ามา!” “รุกล้ำอะไร ไม่มีใครบอกฉันสักคำ” คนขับกล่าว “ฉันได้สิทธิ์มาแล้ว จะทำอะไรก็เรื่องของฉัน” เอกพลสูดหายใจลึก พยายามควบคุมอารมณ์ “คุณกำลังทำลายทรัพย์สินของวัด และละเมิดสิทธิ์ของวัด” “เรื่องของฉัน” คนขับพูดพลางหันกลับไปทำงานต่อ
“เราจะยอมให้พวกเขาทำลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราแบบนี้ไม่ได้!” สมศักดิ์ตะโกนขึ้นบ้าง “ทุกคนครับ! มาช่วยกันขวางทางพวกเขาหน่อย!” เสียงเรียกของสมศักดิ์ดังพอจะให้ผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงได้ยิน ไม่นานนัก ผู้คนจากกลุ่มอาสาสมัครและชาวบ้านที่มาสนับสนุนก็เริ่มทยอยเดินเข้ามาสมทบ บางคนถือพลั่ว บางคนถือเสียม บางคนก็แค่ใช้มือเปล่า
“ถ้าพวกคุณไม่หยุด เราคงต้องใช้วิธีอื่นแล้วนะ” คนขับรถแบ็คโฮพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปทางกลุ่มคนที่มีท่าทางแข็งกร้าว ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลนัก เป็นกลุ่มของนายวิชัยที่เอกพลเคยเห็นมาก่อน “พวกนี้แหละคือคนที่จะจัดการพวกเธอ” เอกพลมองไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น เห็นใบหน้าถมึงทึง แววตาแข็งกร้าว มีบางคนถือไม้ และบางคนก็ดูเหมือนจะพกอาวุธมาด้วย
“เราไม่กลัวพวกคุณหรอก!” เสียงตะโกนจากกลุ่มผู้มาสนับสนุนก็ดังขึ้นมาไม่แพ้กัน “เรามากันที่นี่ด้วยใจที่บริสุทธิ์ เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายที่นี่ได้!” บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เสียงเครื่องจักรยังคงทำงานอยู่ แต่ก็มีเสียงโต้เถียง เสียงตะโกน เสียงขู่กรรโชกดังผสมปนเปกันไปหมด เอกพลรู้สึกได้ถึงความอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา “พวกเราต้องใจเย็นๆ นะครับทุกคน” เอกพลพยายามพูดให้เสียงดังฟังชัด “เรามาที่นี่เพื่อปกป้องวัด ไม่ใช่เพื่อหาเรื่อง”
“แต่พวกเขาจะทำลายวัดของเรานะพี่” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนกลับมา “เราจะยืนดูเฉยๆ ได้อย่างไร” “ผมรู้ครับ” เอกพลตอบ “แต่เราต้องมีสติ อย่าให้ถูกยั่วยุ” ทันใดนั้นเอง ชายร่างใหญ่ในกลุ่มของนายวิชัยก็ก้าวออกมา “ไหน ใครบอกว่าไม่กลัว” เขาตะคอก “พวกมึงมันก็แค่พวกชาวบ้านงอมืองอเท้า คิดว่าจะมาสู้กับพวกกูได้รึไง” พูดจบเขาก็เดินตรงเข้ามาหาเอกพลและสมศักดิ์
“อย่าเข้ามานะ!” สมศักดิ์ชักไม้ที่ถือมากันออกมายืนบัง “ถ้าคุณเข้ามา เราคงต้องป้องกันตัว” “ป้องกันตัวรึ” ชายร่างใหญ่หัวเราะเยาะ “กูจะดูซิว่าพวกมึงจะป้องกันตัวได้แค่ไหน” เขากระชากไม้ที่สมศักดิ์ถืออยู่ ทำให้สมศักดิ์เสียหลักเล็กน้อย แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ เอกพลรีบก้าวเข้ามาขวางระหว่างทั้งสองคน “ใจเย็นๆ ครับคุณ” เอกพลพูดกับชายร่างใหญ่ “เราไม่อยากมีเรื่อง”
“ถ้าไม่อยากมีเรื่องก็ไสหัวไปซะ!” ชายร่างใหญ่ตวาดใส่ “ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพวกเธอ!” “ที่นี่คือวัดริมคลอง เป็นที่สาธารณะ” เอกพลยืนยัน “พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาทำลาย!” “สิทธิ์ของฉันอยู่ที่นี่!” ชายร่างใหญ่ชี้ไปที่นายวิชัยที่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ “นายวิชัยคือเจ้าของตัวจริง!” “นายวิชัยไม่มีสิทธิ์ในที่ดินผืนนี้!” เสียงหลวงตาชิตดังขึ้นมาจากด้านหลัง เอกพลหันกลับไปเห็นหลวงตาชิตกำลังเดินออกมาจากฝูงชน พร้อมกับพระสงฆ์รูปอื่นๆ อีกสองสามรูป
“หลวงตา!” เอกพลอุทานด้วยความดีใจ “หลวงตาครับ พวกเขาเริ่มลงมือแล้วครับ” “อาตมาเห็นแล้ว” หลวงตาชิตกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ “แต่เราไม่ควรใช้กำลังในการตอบโต้” “แต่ท่านครับ พวกเขากำลังจะขุดทำลายพื้นดินของเรา” ชายร่างใหญ่คนเดิมท้วง “ถ้าท่านไม่ห้าม พวกเราคงต้องลงมือแล้ว” “ใจเย็นๆ ลูกหลานทั้งหลาย” หลวงตาชิตหันไปกล่าวกับกลุ่มอาสาสมัคร “การใช้กำลังจะนำมาซึ่งความเดือดร้อนที่ใหญ่กว่า”
“แต่ถ้าเราไม่สู้ เราก็จะเสียทุกอย่างนะครับหลวงตา” น้ำตาลพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เราจะยอมให้คนเลวๆ มาทำลายวัดของเราไปง่ายๆ ได้อย่างไร” “การสู้ไม่ได้มีแค่การใช้กำลังนะ” หลวงตาชิตยิ้ม “เรายังมีวิธีอื่นๆ อีกมากมาย” “วิธีไหนบ้างครับ” สมศักดิ์ถาม “เราจะให้พวกเขาเห็นว่า พวกเรามีพลังแห่งความดี มีพลังแห่งความถูกต้อง” หลวงตาชิตกล่าว “และเราจะใช้พลังนั้นในการปกป้องผืนดินแห่งนี้”
ขณะที่หลวงตากำลังสนทนากับกลุ่มอาสาสมัคร นายวิชัยก็เดินเข้ามาใกล้ เขาเดินตรงไปหาคนขับรถแบ็คโฮ “มึงทำอะไรอยู่” เขาถาม “ผมกำลังจะขุดตามที่ท่านสั่ง” คนขับตอบ “ขุดไปเลย” นายวิชัยพูดพลางมองไปยังกลุ่มผู้มาสนับสนุนวัดด้วยสายตาดูถูก “พวกมันไม่มีทางทำอะไรพวกเราได้หรอก” “แต่ท่านครับ” คนขับลังเล “พวกนั้นเริ่มรวมตัวกันแล้ว ดูท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตร” “ไม่ต้องห่วง” นายวิชัยตบไหล่คนขับ “มีอะไรฉันจัดการเอง”
เอกพลรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้น เขามองไปรอบๆ เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของผู้คน แต่ก็ยังมีแววตาแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ “เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” เอกพลพึมพำกับตัวเอง “เราจะปล่อยให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ไม่ได้” เขาเหลือบไปเห็นป้ายที่กลุ่มอาสาสมัครถืออยู่ ป้ายที่เขียนว่า “วัดริมคลอง ดินแดนแห่งศรัทธา” และ “ปกป้องผืนดินธรรม” เขาหยิบป้ายอันหนึ่งขึ้นมา ถือให้สูงขึ้น
“เรามาที่นี่ด้วยศรัทธา!” เอกพลตะโกน “เรามาที่นี่เพื่อปกป้องสิ่งที่เรารัก! เราจะไม่ยอมแพ้!” เสียงของเอกพลก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ผู้คนรอบข้างเริ่มตะโกนให้กำลังใจเขา “สู้! สู้! สู้!” เสียงตะโกนนั้นค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลบเสียงเครื่องจักรกลหนัก เอกพลมองไปยังนายวิชัยและกลุ่มลูกน้องของเขา เห็นแววตาของพวกเขาเปลี่ยนไป จากความดูถูก กลายเป็นความประหลาดใจ และอาจจะมีความกังวลเล็กน้อย
5,319 ตัวอักษร