ตอนที่ 11 — รอยแผลเป็นแห่งความทรงจำ
แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายเริ่มคล้อยต่ำลง ขณะที่หลวงพ่อยิ่งลาภยังคงนั่งจมอยู่กับความคิดของตนเองในกุฏิ แม่ชีมาลีแอบมองท่านอยู่ห่างๆ ด้วยความเป็นห่วง เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหลวงพ่อเลย ยิ่งไปกว่านั้น เธอเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดต่อปิ่น หญิงสาวที่เธอผูกพันมาตั้งแต่ยังสาว
"ถ้าวันนั้น... ดิฉันกล้าพอที่จะพูดความจริงกับท่านหลวงพ่อ ท่านอาจจะไม่ได้ตัดสินใจผิดพลาดเช่นนี้" แม่ชีมาลีรำพึงกับตัวเองขณะเดินกลับไปยังกุฏิของเธอ
เธอคิดถึงใบหน้าของปิ่นในวันวาน ปิ่นเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยน ใจดี และมีความอดทนอย่างน่าทึ่ง เธอรักหลวงพ่อยิ่งลาภ (ในตอนนั้นยังเป็นคุณยิ่ง) อย่างหมดหัวใจ และพร้อมที่จะยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา
แต่แล้ว โชคชะตากลับเล่นตลกกับชีวิตของเธอ เมื่อคุณยิ่งตัดสินใจหายตัวไปอย่างกะทันหัน โดยไม่มีแม้แต่คำบอกลา ปิ่นเสียใจมาก จนแทบจะเสียสติ เธอป่วยหนักอยู่หลายเดือน จนกระทั่งแม่ชีมาลี ซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของปิ่น ได้เข้ามาดูแลเธอ
"ปิ่น... อย่าคิดมากเลยนะ" แม่ชีมาลีพยายามปลอบใจ "บางทีคุณยิ่งอาจจะมีเหตุผลที่ต้องไปก็ได้"
"เหตุผลอะไรคะแม่ชี?" ปิ่นถามเสียงแหบพร่า น้ำตาไหลอาบแก้ม "เขาไม่เคยพูดอะไรกับหนูเลย เขาหายไปเหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย"
"บางที... อาจจะมีเรื่องที่เขาไม่สามารถบอกเราได้" แม่ชีมาลีพูดอย่างระมัดระวัง "แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะปิ่น เพื่อตัวเธอเอง และเพื่ออนาคต"
แม่ชีมาลีไม่ได้บอกปิ่นในตอนนั้นว่า เธอสงสัยว่าคุณยิ่งอาจจะถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาต้องตัดใจจากเธอไป เธอเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ เพราะไม่อยากให้ปิ่นเสียใจไปมากกว่านี้
แต่แล้ว วันหนึ่ง ปิ่นก็พบว่าตนเองตั้งครรภ์ เธอตกใจและเสียใจมาก แต่ถึงแม้จะเจ็บปวดเพียงใด เธอก็ตัดสินใจที่จะเก็บเด็กคนนี้ไว้ ปิ่นเชื่อว่านี่คือสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับคนที่เธอรัก
"หนูจะเลี้ยงลูกคนนี้ให้ดีที่สุดค่ะแม่ชี" ปิ่นบอกแม่ชีมาลีด้วยแววตาที่แน่วแน่ "หนูจะทำให้เขาเป็นคนดี และจะไม่ทำให้เขาเสียใจที่เกิดมา"
แม่ชีมาลีได้แต่กุมมือของปิ่นไว้แน่น เธอเห็นถึงความเข้มแข็งและความเสียสละของหญิงสาวตรงหน้า และเธอได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง ปิ่นจะพบกับความสุขที่แท้จริง
หลายปีผ่านไป ปิ่นใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เธอทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูลูกสาวเพียงลำพัง เธอไม่เคยปริปากบ่นถึงความยากลำบาก แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ต้องแบกรับอยู่เพียงลำพัง
จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ปิ่นเริ่มมีอาการป่วยหนัก แพทย์ตรวจพบว่าเธอเป็นโรคร้าย และมีเวลาเหลืออยู่ไม่มากนัก ความคิดสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาในใจของเธอ คือการได้พบหน้าชายคนรักในอดีต และการได้บอกความจริงเรื่องลูกสาวให้เขารู้
เธอจึงได้เดินทางมายังวัดแห่งนี้ เพื่อตามหาหลวงพ่อยิ่งลาภ
หลวงพ่อยิ่งลาภได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นคุณปิ่นยืนอยู่ที่หน้าประตู กุฏิของเขา ดวงตาของเธอแดงก่ำ บ่งบอกว่าเธอคงผ่านความเสียใจมามาก
"คุณปิ่น..." เขาเรียกชื่อเธออย่างแผ่วเบา
"ท่านหลวงพ่อคะ" ปิ่นทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าท่าน "ดิฉัน... ดิฉันมีเรื่องจะขอร้องท่าน"
"บอกมาเถอะโยม" หลวงพ่อยิ่งลาภพยายามข่มความรู้สึกผิดบาปที่ถาโถมเข้ามา
"ลูกสาวของดิฉัน... ชื่อแก้ว" ปิ่นเริ่มกล่าว น้ำเสียงสั่นเครือ "เธออายุ 17 ปีแล้วค่ะ"
หลวงพ่อยิ่งลาภนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
"แก้ว... เธอเหมือนคุณยิ่งมากค่ะ" ปิ่นกล่าวต่อ ภาพใบหน้าของลูกสาวปรากฏขึ้นในความคิดของเธอ "เธอเป็นเด็กดี ฉลาด และมีความสามารถ แต่... เธอไม่เคยรู้จักพ่อของเธอเลย"
"แล้ว... คุณป่วยหนักใช่ไหม?" หลวงพ่อยิ่งลาภถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
ปิ่นพยักหน้าช้าๆ "หมอบอกว่า... ดิฉันมีเวลาเหลืออีกไม่มากแล้วค่ะ"
"แล้วคุณต้องการให้ผมทำอะไร?" หลวงพ่อยิ่งลาภถามอย่างตรงไปตรงมา
"ดิฉัน... ดิฉันอยากให้ท่าน... ได้พบกับแก้ว" ปิ่นกล่าว "อยากให้ท่านได้รู้ว่าท่านมีลูกสาว และอยากให้ท่าน... ได้ทำหน้าที่พ่อของเธอ"
หลวงพ่อยิ่งลาภหลับตาลงอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองต่อคำขอร้องนี้อย่างไร เขาได้ทำร้ายปิ่นมามากพอแล้ว และบัดนี้ เขากำลังจะได้รับผิดชอบต่อผลกรรมที่เขาได้ก่อไว้
"ผม... ผมจะลองดูนะโยม" เขาตอบ "แต่ผมไม่แน่ใจว่าผมจะทำได้ดีแค่ไหน"
"แค่นี้... ก็ดีที่สุดแล้วค่ะ" ปิ่นกล่าว พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดเซียวของเธอ "ขอบคุณท่านหลวงพ่อมากค่ะ"
เมื่อปิ่นเดินจากไป หลวงพ่อยิ่งลาภก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับความจริงครั้งนี้ จะเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา เขาได้ทำร้ายผู้หญิงที่เขารัก และบัดนี้ เขาจะต้องเผชิญหน้ากับลูกสาวที่เขาไม่เคยรู้จัก และจะต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของเธอ
3,812 ตัวอักษร