น้ำตาของคนบาป

ตอนที่ 3 / 49

ตอนที่ 3 — แสงธรรมในใจที่มืดมิด

หลายปีผ่านไป พระอาจารย์ยิ่งลาภ หรือที่ชาวบ้านเรียกขานด้วยความเคารพว่า “หลวงพ่อ” ได้กลายเป็นที่พึ่งทางใจของคนในชุมชน ท่านใช้ชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย และอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้คน ท่านมักจะเทศนาสั่งสอนเกี่ยวกับเรื่องของกรรม การเวร และการปล่อยวาง “โยมทั้งหลาย” หลวงพ่อยิ่งลาภกล่าวกับญาติโยมที่มาทำบุญที่วัด “บาปบุญคุณโทษนั้น ไม่ได้มีใครมามอบให้เรา แต่เป็นผลจากการกระทำของเราเองทั้งสิ้น เปรียบเหมือนเมล็ดพืชที่เมื่อเราหว่านลงดิน ย่อมให้ผลิดอกออกผลตามชนิดของเมล็ดนั้น” คำเทศนาของท่านมักจะกินใจผู้ฟังเสมอ หลายคนที่มีความทุกข์ เมื่อได้ฟังธรรมะของท่าน ก็รู้สึกสงบและมีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป “หลวงพ่อเจ้าคะ” หญิงชราคนหนึ่งเอ่ยถามหลังจากการเทศนาจบลง “ดิฉันทำผิดกับสามีของดิฉันไว้มากเหลือเกิน เขาเสียชีวิตไปแล้ว ดิฉันควรจะทำอย่างไรดีคะ” หลวงพ่อยิ่งลาภมองหน้าหญิงชราด้วยความเมตตา “โยม เมื่อสามีของโยมจากไปแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดที่โยมจะทำได้คือ การอุทิศส่วนกุศลไปให้เขา และตั้งใจนับแต่นี้ไป จะไม่ทำผิดพลาดเช่นนั้นอีก หมั่นสวดมนต์ภาวนา และหมั่นทำบุญทำทาน การช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมเป็นการต่อบุญกุศลให้กับตัวเอง” “แล้ว… แล้วหลวงพ่อล่ะเจ้าคะ” หญิงชราถามด้วยความสงสัย “เห็นหลวงพ่อมาบวชอยู่ที่นี่นานแล้ว ไม่เคยเห็นญาติพี่น้องมาเยี่ยมเลย” หลวงพ่อยิ่งลาภยิ้มบางๆ “อาตมาไม่มีใครแล้ว บุญที่เคยทำไว้มีน้อย กรรมที่เคยสร้างไว้มีมาก” ท่านหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ “แต่บัดนี้ อาตมาได้พบกับความสงบแล้ว” แม้จะบวชมานานหลายปี แต่ภาพของปรางทิพย์ก็ยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่เสมอในยามที่เขาหลับตาลง เขาเห็นใบหน้าซีดเซียวของเธอ เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง “ปราง… ฉันขอโทษ” เขากระซิบเบาๆ ในความมืด วันหนึ่ง ขณะที่หลวงพ่อกำลังเดินจงกรมอยู่ในป่าหลังวัด เขาพลันนึกถึงเรื่องราวในอดีตอีกครั้ง เขาเห็นภาพของตัวเองกำลังหัวเราะกับรสาอย่างมีความสุข เห็นภาพของปรางทิพย์ที่กำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของเขา (ซึ่งเป็นภาพที่เขาหลอนตัวเองไปเอง) ภาพเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกปวดร้าวในหัวใจ “ความสุขชั่วคราว… มันนำมาซึ่งความทุกข์นิรันดร์” ท่านกล่าวกับตัวเอง “ถ้าวันนั้นฉันไม่หลงระเริงไปกับกิเลส… ถ้าวันนั้นฉันเห็นค่าของปราง… ชีวิตของฉันคงไม่เป็นเช่นนี้” เขาเดินกลับมาที่กุฏิ แล้วหยิบรูปถ่ายเก่าๆ ของปรางทิพย์ออกมาดู รูปนั้นเป็นรูปถ่ายในวันแต่งงาน ปรางทิพย์สวมชุดเจ้าสาวสีขาว ใบหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขและความหวัง “เธอก็สวยมากจริงๆ นะ ปราง” หลวงพ่อยิ่งลาภพึมพำ เขามองรูปถ่ายนั้นอยู่นานราวกับจะจดจำทุกรายละเอียดบนใบหน้าของเธอ “หลวงพ่อเจ้าคะ” เสียงของพระลูกวัดดังขึ้น “มีโยมมาขอพบครับ” หลวงพ่อยิ่งลาภวางรูปถ่ายนั้นลง แล้วเดินออกไปพบโยมที่รออยู่ “ไม่ทราบว่าโยมมีธุระอะไรแต่เช้าครับ” หลวงพ่อถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “กราบขออภัยครับหลวงพ่อ” ชายหนุ่มคนหนึ่งก้มกราบลง “ผมชื่อ พีระ ครับ เป็นลูกของป้าของปรางทิพย์ครับ” หลวงพ่อยิ่งลาภชะงักไปเล็กน้อย “คุณปรางทิพย์… เป็นป้าของคุณหรือครับ” “ใช่ครับหลวงพ่อ” พีระตอบ “ผมไม่เคยเจอหลวงพ่อเลย แต่ป้าของผมเคยเล่าให้ฟังก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตว่า ท่านมีสามีชื่อ ยิ่งลาภ ซึ่งไปบวชอยู่ที่ไหนสักแห่ง” คำว่า “ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต” ทำให้หัวใจของหลวงพ่อยิ่งลาภเต้นแรง “คุณปรางทิพย์… คุณทราบเรื่องของเธอได้อย่างไรครับ” “คือ… ผมอยากจะมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับป้าครับ” พีระกล่าว “ป้าเล่าให้ผมฟังว่า ท่านป่วยหนัก และสามีของท่านก็… ก็ไม่ได้ดูแลท่านเท่าที่ควร” หลวงพ่อยิ่งลาภก้มหน้าลง สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวบริเวณดวงตา “ผม… ผมคือยิ่งลาภเองครับ” พีระเงยหน้ามองหลวงพ่อด้วยความตกใจ “หลวงพ่อ! เป็นท่านจริงๆ หรือครับ!” “ใช่… อาตมาเอง” หลวงพ่อยิ่งลาภตอบเสียงแผ่วเบา “อาตมาคือคนที่ทำร้ายจิตใจของปรางทิพย์” พีระมองหลวงพ่อด้วยสายตาที่ซับซ้อน มีทั้งความสงสารและความขุ่นเคืองปะปนกันไป “ผม… ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรดีครับหลวงพ่อ” “เข้าใจดี” หลวงพ่อยิ่งลาภกล่าว “บาปที่อาตมาได้กระทำไว้ มันหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะอธิบายได้” “ป้าผม… ก่อนเสียชีวิต ท่านเสียใจมากครับ” พีระพูดเสียงสั่น “ท่านบอกว่า ท่านให้อภัยคุณยิ่งลาภแล้ว แต่ท่านก็หวังว่าคุณยิ่งลาภจะได้รับผลกรรมที่ทำไว้” คำพูดของพีระนั้นเหมือนย้ำเตือนถึงความผิดที่หลวงพ่อยิ่งลาภได้กระทำไว้ เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “อาตมาเข้าใจดี… อาตมาพร้อมที่จะรับผลกรรมทั้งหมด” “หลวงพ่อครับ” พีระกล่าวต่อ “ผมอยากจะขอให้หลวงพ่อช่วยบอกผมหน่อยครับว่า ป้าของผม… มีอะไรที่อยากจะฝากบอกเป็นพิเศษไหมครับ” หลวงพ่อยิ่งลาภหลับตาลง นึกถึงภาพปรางทิพย์ที่กำลังยิ้มให้เขาในวันแต่งงาน “ปราง… เธอเคยบอกว่า… เธออยากให้ฉันมีความสุข” “ท่านพูดเช่นนั้นจริงๆ หรือครับ” พีระถามอย่างไม่แน่ใจ “ใช่” หลวงพ่อยิ่งลาภพยักหน้า “แม้ว่าฉันจะทำร้ายจิตใจเธอมากเพียงใด เธอก็ยังคงรักฉัน และหวังให้ฉันมีความสุข” “ผม… ผมดีใจครับที่ป้าของผมเป็นคนที่มีจิตใจดีเช่นนี้” พีระกล่าว “และผมก็เชื่อว่าหลวงพ่อจะสามารถก้าวข้ามผ่านอดีตไปได้นะครับ” การมาพบของพีระในครั้งนี้ ได้เปิดบาดแผลในใจของหลวงพ่อยิ่งลาภอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเหมือนยาที่ช่วยเยียวยาบาดแผลเหล่านั้นด้วยเช่นกัน เขาได้รู้ว่าปรางทิพย์ได้ให้อภัยเขาแล้ว และเธอได้จากไปอย่างสงบ “ขอบคุณมากนะโยมพีระ” หลวงพ่อยิ่งลาภกล่าว “ที่มาบอกข่าวสาร และที่ทำให้หลวงพ่อได้รู้ว่า… แม้แต่คนอย่างอาตมา ก็ยังได้รับความรักและการให้อภัย” หลังจากที่พีระกลับไปแล้ว หลวงพ่อยิ่งลาภก็กลับมาที่กุฏิของท่าน ท่านหยิบรูปถ่ายของปรางทิพย์ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ในสายตาของท่าน ไม่มีภาพของความเจ็บปวด แต่กลับมีภาพของความสงบและรอยยิ้มอันอ่อนโยน “ปราง… ฉันจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่… เพื่อทำความดี ทดแทนบุญคุณเธอ” ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หลวงพ่อยิ่งลาภยิ่งตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ท่านไม่เคยคิดถึงรสาอีกเลย ส่วนรสาเองก็หายหน้าหายตาไปจากชีวิตของท่านราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง ท่านรู้ดีว่า การชดใช้กรรมนั้น ไม่ใช่แค่การขอโทษ แต่คือการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น การช่วยเหลือผู้อื่น และการใช้ชีวิตอย่างมีสติและปัญญา แสงธรรมได้ส่องสว่างเข้ามาในใจที่เคยหม่นหมองของหลวงพ่อยิ่งลาภแล้ว และท่านก็พร้อมที่จะดำเนินชีวิตที่เหลืออยู่บนหนทางแห่งความดีงาม เพื่อส่งผลบุญนี้ไปถึงดวงวิญญาณของปรางทิพย์ ผู้เป็นที่รักตลอดไป

5,101 ตัวอักษร