ตอนที่ 5 — รอยร้าวในชีวิตสมมติ
ชีวิตในวัดของหลวงพ่อยิ่งลาภดำเนินไปอย่างสงบและเป็นไปตามกิจวัตรอันเคร่งครัด ท่านเทศนาสั่งสอนญาติโยมด้วยความเมตตาธรรม เผยแพร่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแก่ผู้ที่เข้ามาหา และใช้ชีวิตอย่างสมถะเรียบง่าย ไม่ยึดติดกับวัตถุภายนอก แต่ภายในใจของท่านกลับมีรอยร้าวที่ค่อยๆ แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับโลกภายนอก ทุกครั้งที่ได้พบเห็นครอบครัวที่อบอุ่น ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเด็กๆ หัวเราะ ภาพของปรางทิพย์ก็จะผุดขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับมีดที่กรีดซ้ำๆ ลงบนแผลเดิม
วันหนึ่ง ขณะที่หลวงพ่อยิ่งลาภกำลังเดินจงกรมอยู่ในลานวัด สายตาของท่านพลันเหลือบไปเห็นรถยนต์คันหรูสีดำเงาจอดอยู่หน้ากุฏิ ภาพของรถคันนั้นทำให้หัวใจของท่านกระตุกวูบ เป็นรถรุ่นเดียวกับที่เขาเคยขับเมื่อครั้งยังเป็นฆราวาส
"หลวงพ่อคะ" เสียงของโยมวันดี แม่บ้านที่คอยดูแลความสะอาดภายในวัดดังขึ้น "มีแขกมาขอพบค่ะ บอกว่าเป็นญาติของคุณยิ่งลาภ"
หลวงพ่อยิ่งลาภชะงัก เขาหยุดเดินจงกรม หันไปมองหน้าโยมวันดีอย่างไม่เข้าใจ "ญาติของอาตมา? ไม่มีนี่โยม"
"เขาบอกว่าเป็นญาติทางฝ่ายภรรยาค่ะ" โยมวันดีอธิบาย "บอกว่าชื่อคุณรุ่งนภา เป็นน้องสาวของคุณปรางทิพย์ค่ะ"
คำว่า "ปรางทิพย์" ทำให้หลวงพ่อยิ่งลาภแทบจะทรุดลงไปกับพื้น หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างผิดปกติ มือไม้สั่นเทา ความรู้สึกผิดที่เคยถูกกดทับไว้ กลับปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
"เอ่อ...ให้เขารอที่ศาลาไปก่อนนะโยม" หลวงพ่อยิ่งลาภพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "อาตมาขอไปเปลี่ยนจีวรก่อน"
หลวงพ่อยิ่งลาภเดินกลับไปที่กุฏิอย่างเชื่องช้า ขาของเขาอ่อนแรงราวกับไม่มีกระดูก เขาค่อยๆ นั่งลงบนอาสนะ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามตั้งสติ ภาพของรุ่งนภา น้องสาวของปรางทิพย์ หญิงสาวที่เขาเคยพบเจอเพียงไม่กี่ครั้งเมื่อครั้งยังเป็นสามีของปรางทิพย์ ปรากฏขึ้นในความคิด
เขาจำได้ว่ารุ่งนภาเป็นหญิงสาวที่สดใส ร่าเริง มีรอยยิ้มที่เป็นประกาย แต่แววตาของเธอมักจะมีความเศร้าแฝงอยู่เสมอ เขารู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจในแววตาของเธอทุกครั้งที่สบตากัน บางทีเธออาจจะรู้เรื่องราวของเขากับผู้หญิงคนอื่นก็ได้
"โยมรุ่งนภา" หลวงพ่อยิ่งลาภกล่าวทักทายเมื่อเดินมาถึงศาลา รุ่งนภานั่งรออยู่ก่อนแล้ว เธอสวมชุดสีดำเรียบๆ ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ แสดงให้เห็นว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา
"กราบเรียนหลวงพ่อค่ะ" รุ่งนภาประนมมือไหว้ด้วยความเคารพ แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "หนู...หนูมาหาหลวงพ่อด้วยเรื่องสำคัญค่ะ"
"เชิญนั่งก่อนโยม" หลวงพ่อยิ่งลาภผายมือเชื้อเชิญ "มีอะไรก็บอกอาตมาได้"
รุ่งนภาทอดสายตามองไปที่หลวงพ่อยิ่งลาภ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโกรธ ความเสียใจ และความสงสาร "หนู...หนูไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดีค่ะ" เธอพูดเสียงสั่นเครือ "แต่หนูคิดว่าหลวงพ่อควรจะรู้เรื่องนี้"
"เรื่องอะไรโยม" หลวงพ่อยิ่งลาภถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามสงบ
"คุณปรางทิพย์ค่ะ" รุ่งนภาเอ่ยชื่อภรรยาผู้ล่วงลับของเขา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมา "คุณปรางทิพย์...เสียแล้วค่ะ"
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงกลางใจของหลวงพ่อยิ่งลาภ เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก เขาพยายามปั้นหน้าให้เรียบเฉย แต่หัวใจของเขากลับเต้นระส่ำราวกับจะหลุดออกมานอกอก
"เสีย...เสียไปเมื่อไหร่โยม" หลวงพ่อยิ่งลาภถามเสียงแหบพร่า พยายามเค้นเสียงที่ติดอยู่ในลำคอ
"เมื่อคืนนี้ค่ะ" รุ่งนภาสะอื้นไห้ "เธอ...เธอเสียใจมากค่ะหลวงพ่อ เธอป่วยมานานแล้ว แต่...แต่สิ่งที่ทำให้เธอทรุดหนักลงไปอีก ก็คงเป็นเพราะ...เพราะความเจ็บปวดจากความผิดของคุณยิ่งลาภค่ะ"
คำพูดของรุ่งนภาเหมือนมีดที่กรีดแทงลงไปในใจของหลวงพ่อยิ่งลาภ เขาอยากจะตะโกนบอกว่าเขาเสียใจ เขาอยากจะร้องไห้ออกมาให้ดังๆ แต่ทำได้เพียงยืนนิ่ง น้ำตาที่ไหลลงมา ไม่ใช่แค่น้ำตาแห่งความเศร้า แต่เป็นน้ำตาแห่งความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจ
"หนู...หนูไม่เคยเข้าใจเลยค่ะ" รุ่งนภาพูดต่อไป น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่น "ทำไมคุณยิ่งลาภถึงทำร้ายพี่ปรางทิพย์ได้ลงคอ พี่ปรางทิพย์รักคุณมากนะคะ รักคุณมาตลอด แม้ว่าคุณจะทำร้ายเธอมากแค่ไหน เธอก็ยังรักคุณ"
"อาตมา...อาตมามันเลว" หลวงพ่อยิ่งลาภเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "อาตมามันคนบาป"
"ใช่ค่ะ" รุ่งนภากล่าว "คุณมันคนบาปจริงๆ" เธอเช็ดน้ำตา "แต่หนูก็มาหาหลวงพ่อในวันนี้ ไม่ใช่เพื่อจะมาต่อว่า หรือมาซ้ำเติม แต่หนูแค่อยากให้หลวงพ่อรับรู้ว่า การกระทำของคุณมันได้ทำลายชีวิตของพี่สาวหนูไปจนหมดสิ้น"
"อาตมา...เข้าใจแล้วโยม" หลวงพ่อยิ่งลาภพูดเสียงเบา "อาตมาขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของคุณปรางทิพย์"
"ความเสียใจของคุณมันมีความหมายอะไรอีกหรือคะ" รุ่งนภาถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "ในเมื่อมันสายเกินไปแล้ว"
หลวงพ่อยิ่งลาภไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ เขารู้ดีว่าทุกอย่างมันสายเกินไปจริงๆ เขาได้ทำลายชีวิตของหญิงสาวผู้เป็นที่รักที่สุดของเขาไปแล้ว ด้วยความเห็นแก่ตัว และความหลงผิด เขาปล่อยให้ความโลภ โมหะ โทสะ เข้าครอบงำจิตใจ จนทำเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้
"แล้ว...แล้วงานศพของคุณปรางทิพย์ จะจัดขึ้นที่ไหนเมื่อไหร่โยม" หลวงพ่อยิ่งลาภถาม พยายามรวบรวมสติ
"จัดขึ้นที่วัดแถวบ้านของพี่ปรางทิพย์ค่ะ" รุ่งนภาบอกรายละเอียด "กำหนดสวดพระอภิธรรมสามคืน เริ่มคืนวันพรุ่งนี้ค่ะ"
"อาตมา...จะไป" หลวงพ่อยิ่งลาภกล่าว "อาตมาจะไป...เพื่อขออโหสิกรรม"
รุ่งนภามองหลวงพ่อยิ่งลาภด้วยสายตาที่ยากจะบรรยาย เธอเห็นความเจ็บปวดที่ฉายชัดในดวงตาของเขา เห็นความสำนึกผิดที่ปรากฏขึ้น แต่เธอก็ไม่สามารถลืมเลือนความเจ็บปวดที่พี่สาวของเธอต้องเผชิญมาตลอดชีวิตได้
"เชิญค่ะหลวงพ่อ" รุ่งนภาลุกขึ้นยืน "แต่หนูไม่รู้ว่า...พี่ปรางทิพย์จะให้อภัยหลวงพ่อได้หรือเปล่า"
คำพูดสุดท้ายของรุ่งนภา ทิ่มแทงเข้าไปในใจของหลวงพ่อยิ่งลาภ จนเขารู้สึกชาไปทั้งตัว เขาได้แต่ก้มหน้ามองพื้น มองเห็นเงาของตัวเองที่ทอดทาบลงบนพื้นดิน เงาของคนบาปที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งของความผิดไปตลอดชีวิต
4,790 ตัวอักษร