ตอนที่ 24 — การเยียวยาหัวใจที่แตกสลาย
เช้าวันต่อมา น้ำใสตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นกว่าทุกครั้ง เธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่า พร้อมที่จะไปทำหน้าที่อาสาสมัครที่มูลนิธิอีกครั้ง เธอเตรียมตัวอย่างรวดเร็ว กินอาหารเช้าเสร็จก็รีบชวนคุณยายปรียาออกเดินทาง
เมื่อไปถึงมูลนิธิ คุณสมศรีก็เข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม
“มาแล้วเหรอจ๊ะ น้ำใส วันนี้มีข่าวดีจะบอก” คุณสมศรีกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ข่าวดีเหรอคะ” น้ำใสเล่าถาม
“ใช่แล้วจ้ะ” คุณสมศรีตอบ “เจ้าปุย สุนัขที่ขาหลังบาดเจ็บน่ะ วันนี้หมอผ่าตัดให้แล้ว ผลออกมาดีมากเลยนะ แผลเริ่มสมานแล้ว น่าจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิมในอีกไม่นาน”
น้ำใสดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น “จริงเหรอคะ! เยี่ยมเลยค่ะ!”
เธอรีบวิ่งไปดูเจ้าปุยที่ห้องพักฟื้น เจ้าปุยนอนอยู่ในกรงเล็กๆ ที่ปูด้วยผ้านุ่มๆ รอบตัว มีผ้าพันแผลพันอยู่ที่ขาหลัง มันยังดูอ่อนเพลีย แต่ก็ดูดีขึ้นกว่าเมื่อวานมาก เมื่อเห็นน้ำใส เจ้าปุยก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมา และส่ายหางเบาๆ
“ดีใจจังเลยนะ เจ้าปุย” น้ำใสกล่าวพลางยื่นมือไปลูบหัวมันเบาๆ “ต่อไปนี้จะไม่มีใครทำร้ายหนูอีกแล้วนะ”
เจ้าปุยเลียมือของน้ำใสอีกครั้ง คราวนี้มันเลียอย่างอ่อนโยน ไม่ได้ดูหวาดกลัวเหมือนเมื่อวาน น้ำใสรู้สึกตื้นตันใจ น้ำตาคลอหน่วย
“ขอบคุณนะคะคุณสมศรี” น้ำใสกล่าว “ถ้าไม่มีคุณหมอและคุณสมศรี เจ้าปุยคงแย่แน่ๆ”
“เราแค่ทำหน้าที่ของเราจ้ะ” คุณสมศรีกล่าว “แต่คนที่จะทำให้เจ้าปุยหายดีจริงๆ คือคนที่มอบความรักและกำลังใจให้มันนะ”
ตลอดทั้งวัน น้ำใสทุ่มเทเวลาให้กับเจ้าปุย เธอค่อยๆ ป้อนอาหารอ่อนๆ ให้มัน พาไปเดินเล่นสั้นๆ ในบริเวณที่ปลอดภัย คอยพูดคุยปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ต่อไปนี้ หนูจะเป็นฮีโร่ของเจ้าปุยนะ” เธอพูดพลางอุ้มเจ้าปุยขึ้นมาแนบอกเบาๆ “หนูจะคอยดูแลหนูให้ดีที่สุด”
เจ้าปุยซบหน้ากับไหล่ของน้ำใส มันดูอบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมกอดของเธอ
ขณะที่เธอกำลังอุ้มเจ้าปุยอยู่ จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในมูลนิธิ เขาดูท่าทางไม่คุ้นเคย และมีสีหน้าวิตกกังวล
“ขอโทษครับ ผมมาตามหาสุนัขตัวหนึ่ง” ชายคนนั้นกล่าวกับคุณสมศรี “มันชื่อ ‘เจ้าปุย’ เป็นพันธุ์ไทย ขาหลังข้างซ้ายบาดเจ็บ”
คุณสมศรีมองหน้าชายคนนั้นอย่างพิจารณา “คุณคือเจ้าของ ‘เจ้าปุย’ งั้นหรือคะ”
“ใช่ครับ มันหายไปเมื่อสองวันก่อน ผมออกตามหาจนเจอใบปลิวที่มูลนิธิแจ้งว่าพบสุนัขบาดเจ็บ จึงรีบมาดู” ชายคนนั้นตอบ
น้ำใสได้ยินดังนั้น ก็ชะงักไป เธอค่อยๆ วางเจ้าปุยลง แล้วหันไปมองชายคนนั้นด้วยสีหน้าสับสน
“เจ้าปุย… มันเป็นของคุณเหรอคะ” น้ำใสถามเสียงเบา
ชายคนนั้นมองหน้าน้ำใส แล้วหันไปมองเจ้าปุยที่กำลังมองมาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น “ใช่ครับ มันเป็นลูกรักของผม”
“แต่… แต่เจ้าปุยอยู่ที่นี่กับหนูนะคะ” น้ำใสกล่าว “หนูช่วยมันไว้”
“ผมทราบครับ” ชายคนนั้นกล่าว “ผมทราบว่ามูลนิธิได้ช่วยมันไว้ แต่ผมอยากจะพามันกลับบ้าน”
น้ำใสรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มทลาย เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธออุ้มเจ้าปุยมาตลอดสองวัน คิดว่ามันไม่มีเจ้าของ และเธอได้ช่วยชีวิตมันไว้ แต่ตอนนี้กลับมีเจ้าของปรากฏตัวขึ้นมา
“หนู… หนูดูแลมันมาตลอดสองวันค่ะ” น้ำใสกล่าวเสียงสั่นเครือ “หนูคิดว่าหนูได้ช่วยชีวิตมัน”
“ผมรู้ครับ และผมขอบคุณคุณจากใจจริง” ชายคนนั้นกล่าว “ผมขอโทษด้วยที่ไม่ได้แจ้งข่าวให้ทราบ แต่ผมไม่คิดว่าจะมีใครนำมันมาที่นี่ได้ เพราะมันหายไปจากบ้านตั้งแต่สองวันก่อน”
คุณสมศรีเดินเข้ามา “คุณคะ เจ้าปุยอยู่ในความดูแลของเราค่ะ และได้ทำการรักษาไปแล้ว”
“ผมทราบดีครับ” ชายคนนั้นตอบ “ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น”
น้ำใสยืนนิ่ง น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม เธอรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เธอทุ่มเทหัวใจและแรงกายเพื่อช่วยเจ้าปุย แต่สุดท้าย มันกลับมีเจ้าของอยู่แล้ว
“คุณไม่เป็นไรนะ น้ำใส” คุณยายปรียาเดินเข้ามาโอบไหล่หลานสาว “บางที สิ่งที่เราคิดว่าเป็นของเรา อาจจะไม่ใช่ของเราเสมอไป”
“แต่… หนูรักเจ้าปุยแล้วค่ะคุณยาย” น้ำใสกล่าวเสียงสะอื้น “หนูคิดว่าหนูได้ช่วยชีวิตมันจริงๆ”
“น้ำใสได้ช่วยมันจริงๆ จ้ะ” คุณสมศรีกล่าวอย่างอ่อนโยน “ถึงแม้ว่ามันจะมีเจ้าของ แต่ถ้าไม่มีน้ำใส เจ้าปุยก็อาจจะไม่ได้มีโอกาสกลับบ้านอย่างปลอดภัยแบบนี้ก็ได้”
ชายคนนั้นเดินเข้ามาหา “ผมขอโทษที่ทำให้คุณเสียใจนะครับ ผมชื่อคุณวิชิตครับ ผมรักเจ้าปุยมากจริงๆ มันเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัว”
น้ำใสเงยหน้ามองคุณวิชิต เธอเห็นความจริงใจในแววตาของเขา
“หนูเข้าใจค่ะ” น้ำใสกล่าว “หนูดีใจที่เจ้าปุยจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย”
“ผมขอให้น้ำใสรับค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดเป็นของขวัญจากผมได้ไหมครับ” คุณวิชิตเสนอ
“ไม่เป็นไรค่ะ” น้ำใสส่ายหน้า “หนูไม่ได้ทำเพื่อหวังสิ่งตอบแทนค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอเชิญน้ำใสกับคุณยายไปทานข้าวที่บ้านผมนะครับ เพื่อเป็นการขอบคุณที่ดูแลเจ้าปุยอย่างดี” คุณวิชิตกล่าว
น้ำใสลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของคุณยายปรียา เธอก็พยักหน้า “ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
เมื่อคุณวิชิตพากเจ้าปุยกลับบ้านไป น้ำใสก็รู้สึกใจหายเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกดีใจที่เจ้าปุยจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวที่รัก
“บางที การที่เราได้เสียสละสิ่งที่เราผูกพันไป ก็เป็นการแสดงออกถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนะ น้ำใส” คุณยายปรียากล่าวขณะที่พวกเขากำลังเดินทางกลับ “การที่เรายอมปล่อยวาง ไม่ใช่เพราะเราไม่รัก แต่เพราะเราอยากให้เขาได้เจอสิ่งที่ดีที่สุด”
น้ำใสพยักหน้า เธอเข้าใจแล้วว่าความรักที่แท้จริง คือการปรารถนาให้ผู้ที่เรารักมีความสุข ถึงแม้ว่าความสุขนั้นจะไม่ได้อยู่กับเราก็ตาม บทเรียนในวันนี้ ทำให้เธอเติบโตขึ้นอีกก้าวหนึ่ง เธอได้เรียนรู้ถึงความเสียสละที่แท้จริง และความหมายของการให้อภัยตนเองที่ไม่ใช่การลืมเลือน แต่เป็นการยอมรับและเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง.
4,491 ตัวอักษร