ตอนที่ 14 — การกลับคืนสู่โลกแห่งเสียงดนตรี
แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไป ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มอมม่วงที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด อรวินเดินกลับมายังห้องพักของเธอ พร้อมกับความรู้สึกที่เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คืนนี้เธอหลับได้อย่างสนิท ปราศจากฝันร้าย ปราศจากความกระวนกระวายใดๆ เช้าวันรุ่งขึ้น อรวินตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงนกน้อยที่กำลังร้องเพลงปลุกเธอให้ลืมตาขึ้นมาสู่วันใหม่ เธอรู้สึกสดชื่น ราวกับว่าได้ชำระล้างจิตใจให้ใสสะอาดตั้งแต่แรกพบ
หลังจากทำวัตรเช้าและนั่งสมาธิเสร็จ อรวินก็เดินไปยังห้องโถงใหญ่เพื่อรับประทานอาหารเช้า ท่านพระอาจารย์และพระภิกษุรูปอื่นกำลังรอเธออยู่แล้ว บรรยากาศภายในห้องโถงยังคงสงบ แต่กลับแฝงไปด้วยความอบอุ่นที่อรวินสัมผัสได้
"อรวิน ดูสดใสขึ้นมากเลยนะ" พระอาจารย์รูปหนึ่งกล่าวทักทาย ขณะที่เธอกำลังตักข้าวใส่จาน
"ค่ะ หนูรู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ ค่ะ" อรวินตอบด้วยรอยยิ้ม "เหมือนได้เกิดใหม่เลยค่ะ"
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ อรวินก็ขออนุญาตท่านพระอาจารย์เพื่อขอเวลาส่วนตัวในการทบทวนบทเพลงที่เธอเคยแต่งไว้เมื่อนานมาแล้ว ท่านพระอาจารย์พยักหน้าอนุญาต
อรวินเดินกลับมายังห้องพักของเธอ หยิบกีตาร์โปร่งตัวเก่าที่เธอเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีขึ้นมา มันเป็นกีตาร์ตัวเดียวกับที่เธอใช้เล่นให้กับคนรักฟังเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ นิ้วของเธอค่อยๆ ไล้ไปตามสายกีตาร์ที่คุ้นเคย เสียงใสกังวานที่ดังออกมา ทำให้เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่กลับคืนมาอีกครั้ง
เธอเริ่มเล่นเพลงแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิด เพลงที่เธอแต่งขึ้นหลังจากที่คนรักจากไป เพลงที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก ความสิ้นหวัง และความเจ็บปวด เสียงกีตาร์ที่เคยดังระงมไปด้วยความทุกข์ บัดนี้กลับกลายเป็นเสียงที่นุ่มนวลขึ้น ไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนเดิมอีกต่อไป อรวินร้องเพลงไปด้วย พร้อมกับสังเกตความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ
"ความเศร้า... ยังคงมีอยู่" เธอพึมพำกับตัวเอง "แต่... มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว"
ครั้งหนึ่ง ความเศร้าคือคลื่นยักษ์ที่ซัดกระหน่ำจนเธอแทบจะจมน้ำตาย แต่บัดนี้ ความเศร้าได้กลายเป็นเพียงสายน้ำเล็กๆ ที่ไหลเอื่อยๆ ผ่านเธอไป เธอไม่ได้พยายามที่จะหยุดยั้งมัน หรือต่อต้านมัน เธอเพียงแค่ปล่อยให้มันไหลไปตามธรรมชาติ
"ฉัน... ไม่ได้ต้องการจะลืมเธอ" อรวินพูดต่อ "ฉันแค่... ไม่ต้องการให้ความทรงจำของเรา กลายเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการฉันไว้"
เธอเริ่มเล่นเพลงอีกเพลงหนึ่ง เพลงที่เธอแต่งขึ้นในขณะที่กำลังฝึกสติ เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการยอมรับในความเป็นจริง เพลงที่มีทำนองที่เรียบง่าย แต่กลับแฝงไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ เสียงกีตาร์ของเธอสอดประสานไปกับเสียงลมที่พัดผ่านหน้าต่าง เสียงนกร้อง และเสียงธรรมชาติรอบตัว ราวกับว่าบทเพลงของเธอกำลังรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง
"เพลงนี้... มันมีความหวัง" อรวินกล่าว "มันมีความเข้าใจ... และมันมีความสงบ"
เธอเล่นเพลงต่อไปเรื่อยๆ สลับกับเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ในขณะนั้น บทเพลงใหม่เหล่านั้น เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสุข ความเศร้า ความสมหวัง ความผิดหวัง แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม คือบทเพลงเหล่านั้นไม่ได้จบลงด้วยความสิ้นหวังอีกต่อไป พวกมันจบลงด้วยการยอมรับ การปล่อยวาง และการตระหนักรู้
"อรวิน" เสียงของท่านพระอาจารย์ดังขึ้น ทำให้เธอหยุดเล่นกีตาร์
"ค่ะท่านอาจารย์" อรวินตอบ
"ดูเหมือนว่าอรวินจะค้นพบเสียงที่แท้จริงของตัวเองแล้วนะ" ท่านพระอาจารย์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
"หนู... หนูไม่แน่ใจค่ะ" อรวินตอบอย่างถ่อมตน "แต่หนูรู้สึกว่า... ดนตรีของหนูกำลังเปลี่ยนแปลงไปค่ะ"
"นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น" ท่านพระอาจารย์กล่าว "เมื่อจิตใจของเราได้รับการเยียวยา เมื่อเราเข้าใจในสัจธรรม ดนตรีที่ออกมาจากจิตใจของเราก็จะสะท้อนถึงสิ่งนั้น เสียงดนตรีจะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากความต้องการที่จะแสดงออก แต่จะเกิดขึ้นจากความอิ่มเอิบภายใน"
"หนูเคยคิดว่า... การแต่งเพลงคือการระบายความรู้สึก" อรวินกล่าว "แต่ตอนนี้หนูเข้าใจแล้วว่า... มันคือการสื่อสาร"
"ถูกต้อง" ท่านพระอาจารย์พยักหน้า "ดนตรีที่แท้จริง คือการสื่อสารระหว่างจิตวิญญาณ การที่อรวินสามารถเล่นเพลงที่สะท้อนถึงความทุกข์ ความเศร้า และสามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นบทเพลงแห่งความเข้าใจและความหวังได้ นั่นคือศิลปะที่แท้จริง"
อรวินมองกีตาร์ในมือของเธอด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น เธอนึกถึงวันแรกที่เธอมาที่นี่ ด้วยหัวใจที่แตกสลาย และบัดนี้ เธอกำลังจะก้าวออกจากที่นี่ ด้วยหัวใจที่ได้รับการเยียวยา และด้วยเสียงดนตรีที่กำลังจะกลับมาบรรเลงอีกครั้ง
"หนูคงต้องขออนุญาตท่านอาจารย์ กลับไปใช้ชีวิตข้างนอกอีกครั้งค่ะ" อรวินกล่าว "หนูอยากจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ที่นี่ ไปใช้ในการดำเนินชีวิต และแบ่งปันให้กับผู้อื่นค่ะ"
"นั่นเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว" ท่านพระอาจารย์ตอบ "อรวินได้ฝึกฝนตนเองจนแข็งแกร่งพอแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะนำธรรมะที่ได้เรียนรู้ ไปประยุกต์ใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง"
อรวินก้มลงกราบท่านพระอาจารย์ด้วยความซาบซึ้งใจ เธอรู้ดีว่าการเดินทางของเธอยังไม่สิ้นสุดลง แต่บัดนี้ เธอพร้อมแล้วที่จะก้าวต่อไป พร้อมกับเสียงดนตรีที่กำลังจะกลับมาบรรเลง และพร้อมกับปัญญาที่ได้จากการตื่นรู้
"ขอบคุณค่ะท่านอาจารย์" เธอกล่าว "หนูจะไม่มีวันลืมสิ่งที่หนูได้เรียนรู้ที่นี่เลยค่ะ"
"จงใช้ชีวิตอย่างมีสติ" ท่านพระอาจารย์กล่าว "และจงนำพาแสงธรรมะนี้ ไปส่องสว่างให้กับชีวิตของอรวิน และชีวิตของผู้อื่นต่อไป"
อรวินยิ้ม เธอรู้ดีว่าเธอได้ค้นพบเส้นทางใหม่แล้ว เส้นทางที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีที่ไพเราะ และเส้นทางที่เต็มไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง
4,390 ตัวอักษร