ดอกบัวบานในสมาธิ

ตอนที่ 11 / 47

ตอนที่ 11 — สัจธรรมปรากฏในธรรมชาติอันงดงาม

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่แผ่เงาทาบทับลงบนทางเดินเล็กๆ ในวัด พิมพ์พิกากำลังเดินจงกรมอย่างสงบ สติของเธอแน่วแน่อยู่กับการก้าวเท้า การเหยียบย่างแต่ละครั้ง ความรู้สึกของฝ่าเท้าสัมผัสพื้นดิน ต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวขจี ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาตามลม สายลมพัดผ่านใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเธอ และเธอก็เป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่ง แม่ชีปทุมกำลังนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ ใกล้กับที่พิมพ์พิกากำลังเดินจงกรม พิมพ์พิกาสังเกตเห็นผีเสื้อสีเหลืองสดตัวหนึ่งกำลังโบยบินวนเวียนอยู่รอบๆ ดอกบัวสีขาวที่กำลังแย้มกลีบอยู่ริมสระน้ำ “สวยงามจริงๆ” เธอคิดในใจ ทันใดนั้น ผีเสื้อตัวนั้นก็บินโฉบลงมาเกาะที่กลีบบัวอย่างแผ่วเบา มันกำลังดูดน้ำหวานจากดอกบัวอย่างเอร็ดอร่อย พิมพ์พิกาสังเกตเห็นว่าดอกบัวนั้นไม่ได้แสดงอาการต่อต้านใดๆ เลย มันเพียงแค่รองรับการมาเยือนของผีเสื้ออย่างเต็มใจ “สังเกตอะไรอยู่จ๊ะโยม” เสียงของแม่ชีปทุมดังขึ้นมาอย่างนุ่มนวล พิมพ์พิกาละสายตาจากผีเสื้อมามองแม่ชี “หนูเห็นผีเสื้อกำลังดูดน้ำหวานจากดอกบัวค่ะแม่ชี แล้วดอกบัวก็ดูมีความสุขที่ได้รับ” แม่ชีปทุมยิ้ม “นั่นคือการพึ่งพาอาศัยกันตามธรรมชาติ เป็นสัจธรรมอย่างหนึ่งที่เราควรเรียนรู้” “หมายความว่ายังไงคะแม่ชี” พิมพ์พิการถาม “ผีเสื้อก็ต้องการน้ำหวานจากดอกบัวเพื่อดำรงชีวิต ดอกบัวเองก็ต้องการผีเสื้อมาช่วยผสมเกสรเพื่อให้เกิดการสืบทอดเผ่าพันธุ์” แม่ชีปทุมอธิบาย “ต่างฝ่ายต่างให้และรับ โดยไม่ได้คาดหวังสิ่งตอบแทน เป็นความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ เกิดขึ้นจากธรรมชาติที่เชื่อมโยงสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน” พิมพ์พิกานิ่งคิดตาม เธอเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นเข้ากับหลักธรรมที่ได้เรียนรู้ “เหมือนกับเวลาที่เราแผ่เมตตาให้ผู้อื่นใช่ไหมคะแม่ชี การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน” “ถูกต้องแล้วจ้ะ” แม่ชีปทุมพยักหน้า “การแผ่เมตตาเป็นการเปิดใจรับเอาสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต และส่งต่อสิ่งดีๆ ออกไป เป็นการสร้างพลังงานบวกให้กับตนเองและสรรพสิ่งรอบข้าง เมื่อเราให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ใจของเราก็จะเบาและเป็นสุข” พิมพ์พิกาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความคิดต่างๆ ที่เคยรุมเร้าจิตใจ เริ่มจางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกสงบและเบิกบาน เธอเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่า การปฏิบัติธรรมนั้นไม่ได้มีเพียงแค่การนั่งสมาธิ หรือการเดินจงกรมเท่านั้น แต่คือการนำหลักธรรมไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน การมองเห็นความจริงของธรรมชาติรอบตัว “หนูเคยคิดว่า การให้คือการเสียสละค่ะแม่ชี ทำให้รู้สึกเหนื่อยและท้อใจ” พิมพ์พิกากล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ “แต่พอมาอยู่ที่นี่ ได้เห็นสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ หนูเริ่มเข้าใจแล้วว่า การให้ที่แท้จริงนั้น มันมีความสุขและอิ่มเอมใจมากกว่า” “นั่นแหละจ้ะ คือปัญญาที่เกิดขึ้นจากการเห็นแจ้ง” แม่ชีปทุมกล่าว “เมื่อเรามองเห็นความจริงของสรรพสิ่ง เราก็จะวางใจได้อย่างถูกต้อง ความทุกข์ทั้งหลายมักเกิดจากการที่เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ผิดไปจากความเป็นจริง” พิมพ์พิกาเดินกลับมานั่งลงข้างๆ แม่ชีปทุม มองดูผีเสื้อที่ยังคงดูดน้ำหวานจากดอกบัวอย่างเพลิดเพลิน “แล้วถ้าดอกบัวไม่ยอมให้ผีเสื้อดูดน้ำหวานล่ะคะ” “หากดอกบัวไม่ยอมให้ ผีเสื้อก็คงต้องไปหาดอกอื่น” แม่ชีปทุมตอบ “แต่ธรรมชาติไม่ได้สร้างให้ดอกบัวมีเจตนาที่จะปฏิเสธ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน” “แล้วถ้ามีคนมาทำร้ายเราล่ะคะแม่ชี” พิมพ์พิกาถามต่อ “เราควรจะทำอย่างไร” แม่ชีปทุมเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของท่านฉายแววพิจารณา “หากเราสามารถใช้สติปัญญาพิจารณาได้ เราจะเห็นว่าการทำร้ายนั้น เกิดจากกิเลสของเขา เมื่อเรารู้เท่าทัน เราก็จะสามารถจัดการกับอารมณ์ของเราเองได้” “หมายความว่า... เราต้องไม่โกรธเขาใช่ไหมคะ” “เราอาจจะรู้สึกโกรธ หรือไม่พอใจ เป็นธรรมดาของปุถุชน” แม่ชีปทุมกล่าว “แต่สิ่งสำคัญคือเราไม่ควรปล่อยให้ความโกรธนั้นครอบงำเรา เราต้องมีสติรู้เท่าทันอารมณ์นั้น และหาทางระบายออกไปอย่างถูกต้อง แทนที่จะไปตอบโต้ด้วยความโกรธ เพราะนั่นจะยิ่งสร้างปัญหาให้มากขึ้น” พิมพ์พิกาค่อยๆ ซึมซับคำสอนของแม่ชี เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังเติบโตขึ้นทีละน้อย ความคิดและทัศนคติของเธอต่อโลกและชีวิต กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง “หนูเคยคิดว่าการเอาตัวรอดคือสิ่งสำคัญที่สุดค่ะแม่ชี แต่ตอนนี้หนูเริ่มเข้าใจแล้วว่า การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน คือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง” “ถูกแล้วจ้ะ” แม่ชีปทุมยิ้ม “เมื่อเราเข้าใจในความเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง เราก็จะสามารถวางใจได้อย่างถูกต้อง เราจะเห็นว่าการทำร้ายผู้อื่น ก็เท่ากับการทำร้ายตัวเองนั่นเอง” พิมพ์พิกาลุกขึ้นยืน เธอรู้สึกถึงพลังงานที่เปี่ยมล้นในร่างกาย จิตใจของเธอสงบเบิกบาน ราวกับท้องฟ้าที่ไร้เมฆ เธอเดินกลับไปที่กุฏิของเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า เธอรู้ดีว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่เธอต้องเรียนรู้ แต่เธอมีความสุขกับทุกก้าวที่ได้เดินบนเส้นทางสายนี้

3,981 ตัวอักษร